
เคยไหม? ขับตามรถคันหนึ่งมาเป็นสิบกิโลเมตร เขาขับช้าแช่ขวาชมวิวอย่างใจเย็นที่ 80 กม./ชม. จนเราตัดสินใจว่า "เอาละ วะ... แซงดีกว่า" แต่ทันทีที่คุณเปิดไฟเลี้ยวและหักพวงมาลัยออกขวาเพื่อจะแซง รถคันนั้นกลับเหมือนมีพลัง Turbo Boost ติดขึ้นมาเสียดื้อๆ เขาเร่งเครื่องหนีราวกับกลัวจะเสียแชมป์ Formula 1 จนเราแซงไม่พ้นต้องระเห็จกลับมาต่อท้ายที่ความเร็ว 80 เท่าเดิม!
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่ว่ารถเขาแรงกว่าเสมอไป แต่มันคือการต่อสู้กันระหว่าง "อีโก้" "จิตวิทยา" และ "กลไกสมอง" ที่มักจะปะทุขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงปีใหม่ที่ถนนเต็มไปด้วยความตึงเครียด
ในทางจิตวิทยา มนุษย์มีสัญชาตญาณของการเป็นผู้นำโดยไม่รู้ตัว เมื่อเราขับนำหน้าใครสักคน สมองจะสร้างเขตแดนสมมติขึ้นมาว่า "นี่คือพื้นที่ของฉัน" การที่มีรถอีกคันพยายามจะแซงขึ้นไป คือการ "ท้าทายอาณาเขต" ทำให้คนขับคันหน้าเหยียบคันเร่งตอบโต้โดยอัตโนมัติ เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขาก็ไม่ได้รีบไปไหนเลย
หลายครั้งที่คนขับช้าไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาท แต่เขากำลังอยู่ในสภาวะ "เหม่อลอย" ขับไปตามความเร็วที่คุ้นเคยจนสายตาเริ่มพร่ามัว แต่เมื่อเห็นรถข้างหลังเปลี่ยนเลนและพุ่งเข้ามาใกล้ "แสงไฟเลี้ยว" หรือ "เงารถที่ขยับ" จะเป็นตัวกระตุ้น (Trigger) ให้เขาสะดุ้งตื่นและกลับมาโฟกัสที่ถนน สิ่งแรกที่คนเหล่านี้ทำเมื่อตกใจหรือตื่นตัวคือ... "กดคันเร่ง" เพราะคิดว่าตัวเองขับช้าเกินไปจนเกือบเกิดอันตรายนั่นเอง
ในเชิงฟิสิกส์ บางครั้งคันหน้าไม่ได้เร่งเครื่องแรงขึ้นขนาดนั้น แต่เป็นเพราะเรา "คาดการณ์ผิด" ในขณะที่เราตัดสินใจแซง เรามักจะเร่งความเร็วขึ้นช้าๆ แต่ถ้าคันหน้าแค่รักษาความเร็วเดิมหรือเติมคันเร่งเพียงนิดเดียวในจังหวะที่ทางเริ่มลาดลง ความเร็วที่ต่างกันเพียง 5-10 กม./ชม. ก็สามารถทำให้ผู้แซงรู้สึกว่า "ทำไมแซงไม่พ้นสักที" จนกลายเป็นความหงุดหงิดใจ
การที่รถคันหน้า "แรงทันทีเมื่อถูกแซง" คือส่วนผสมของสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่แฝงอยู่ในตัวมนุษย์และสภาวะความล้าจากการขับรถทางไกล ในช่วงปีใหม่นี้ที่ถนนเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ความปลอดภัยสำคัญกว่าชัยชนะบนเลนขวาครับ ถ้าแซงไม่ได้ก็แค่รอจังหวะใหม่ เพราะเป้าหมายของการเดินทางไม่ใช่การ "อยู่หน้าใคร" แต่คือการ "ถึงบ้าน" ไปกอดคนที่รออยู่
ปีใหม่แล้ว ขอให้ทุกคนแซงพ้น... และคนถูกแซงไม่เร่งสวนนะ