ธุรกิจการตลาด

7 เทรนด์การตลาดที่ต้องรู้ปี 2024 เมื่อผู้บริโภคมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม

1 ม.ค. 67
7 เทรนด์การตลาดที่ต้องรู้ปี 2024 เมื่อผู้บริโภคมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม

SPOTLIGHT ชวนทุกคนมาดู 7 เทรนด์การตลาดที่ต้องรู้ปี 2024 เมื่อผู้บริโภคมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม

1.ผู้บริโภคมีพฤติกรรมการค้นหาที่เปลี่ยนไปจากเดิม

จากการเข้ามาของเทคโนโลยี Generative AI อย่าง Chat GPT ที่ได้สั่นวงการการตลาดเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างสินเชิงด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคในปี 2024 อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตรามยุคสมัย

จากแต่ก่อนผู้บริโภคมักหาข้อมูลต่างๆ ด้วยการใช้คีย์เวิร์ด หรือคำสั้นๆ เช่น ร้านอาหาร แต่ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาค้นหาข้อมูลด้วยการใช้คีย์เวิร์ดที่ยาวกว่าเดิม และมาในเชิงรูปแบบของประโยคคำถาม เช่น ร้านอาหารเกาหลีอร่อยๆ แถวสีลม

โดยคาดว่า พฤติกรรมเหล่านี้สืบเนื่องมาจากการใช้เทคโนโลยีที่ชาญฉลาดขึ้น เช่น การใช้งาน Chatbot ในปี 2023 ที่ทำให้ผู้บริโถคต้องพิมพ์คำถามอย่างละเอียด หรือ ต้องพิมพ์เป็นประโยคยาวๆ เพื่อให้ Chatbot สามารถตอบคำถามได้อย่างเชิงลึก ละเอียด และแม่นยำมากขึ้น

2.Content เล่าเรื่องมาแรง

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้ กลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่มักชื่นชอบประสบการณ์สนทนาของมนุษย์ที่แท้จริงทำให้ Content การเล่าเรื่อง สามารถสร้างประสบการณ์ได้มากการขายตรงทั่วไป และสามารถดึงดูดผู้ชมได้มากกว่าเก่า

ดังนั้น นักการตลาดควรเริ่มทำ Content เล่าเรื่องเพื่อสร้างประสบการณ์ที่เป็นมิตรแก่ผู้ติดตาม เช่น บริบท น้ำเสียง โทนในการเล่าเรื่อง บทสนทนาต่างๆ ทําให้หัวข้อและธีมที่ซับซ้อนง่ายขึ้นราวกับว่าคุณกําลังพูดคุยกับเพื่อนที่บาร์ และดึงพวกเขาด้วยเรื่องราวที่ ผู้คนจําเป็นต้องรู้ถึงตอนจบ

3.การตลาดที่สมจริงและสามารถโต้ตอบได้

ในปีนี้ คําค้นหา "การตลาดเชิงโต้ตอบ" มีปริมาณการค้นหาสูงขึ้นอย่างมาก เพื่อการปรับปรุงกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อให้ลูกค้าและผู้มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าของคุณมีส่วนร่วมมากขึ้น

  • วิดีโอเชิงโต้ตอบ

เช่น เว็บไซต์การท่องเที่ยวเห็นประโยชน์อย่างมากในการให้บริการทัวร์ 3 มิติ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถท่องไปในพื้นที่เสมือนในทิศทางใดก็ได้ที่พวกเขาต้องการ

  • แบบทดสอบและโพล

เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่จะได้ข้อมูลการติดต่อสําหรับอีเมล sign-ups และอื่นๆอีกมมาย

  • การปรับเปลี่ยนอีเมลและโฆษณาในแบบของคุณ

การลงชื่อลูกค้าในการทำการตลาดผ่านอีเมลหรือการกําหนดเป้าหมายโฆษณาจะเพิ่มความเป็นส่วนตัวที่แท้จริงซึ่งยากที่ลูกค้าจะเพิกเฉยได้

  • การนํา Content มาใช้ 

ผู้คนสนุกกับการรับ Content ในรูปแบบต่างๆ การนํา Content มาใช้งานด้วยสร้างบล็อก วิดีโอ ทวีตสั้น ๆ หรืออินโฟกราฟิก คุณจะดึงดูดผู้ชมในวงกว้างและเพิ่มการมีส่วนร่วมได้มากขึ้น โดยทําให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น 

istock-1571091485

4.การตลาดแบบซื่อสัตย์ และรับผิดชอบต่อสังคม

ปัจจุบันผู้บริโภคเห็นวิธีการทำการตลาดมากหลากหลายรูปแบบ จนสามารถแยกออกได้ว่าคอนเทนต์ไหน คือ การรีวิวจากผู้ใช้งานจริง คอนเทนต์ไหน คือ โดนจ้างมา

ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจในความรับผิดชอบและจริยธรรมของทางแบรนด์มากขึ้น ไม่ได้สนใจเฉพาะตัวสินค้าหรือบริการเพียงอย่างเดียว

เช่น เรื่องของการรักษ์โลก ใส่ใจสิ่งแวดล้อม, การทำประโยชน์ต่อสังคม, การลดปริมาณขยะ, การดูแลสวัสดิการของพนักงาน หรือแม้แต่ การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมหากแบรนด์ทำเรื่องผิดพลาด 

5.เทรนด์วีดีโอสั้น ยังคงมาแรง

ในช่วงหลายปีก่อนหน้า การใช้วีดีโอในการทำการตลาด ถือว่า เป็นเรื่องปกติที่ใช้ก็เห็นกัน เช่น การรีวิวผ่าน YouTuber แต่ในช่วง 2-3 ปีหลัง นับตั้งแต่การถือกำเนิดของแพลต์ฟอร์มวีดีโอสั้น อย่าง TikTok ทำให้เทรนด์การตลาด เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมของผู้บริโภค

ผู้บริโภคเริ่มหันมาเสพวีดีโอสั้นมากขึ้น เนื่องจากเหมือนบทสรุปของทุกอย่าง ทั้งสั้น ง่าย กระชับ และได้ใจความมากกว่าวีดีโอยาวๆ ทำให้เทรนด์วีดีโอสั้นได้รับความนิยมอย่างมาก จนทำให้แพลตฟอร์มอื่นๆเริ่มหันมาเปิดตัวตาม เช่น YouTube Short จาก YouTube หรือ Reels Facebook / Instagram จากค่าย Meta

6.Social media กลายเป็น Search engine

แต่ก่อนเราอาจจะคุ้นชินกับการใช้ Google เพื่อค้นคว้าหาขอมูลต่างๆ และ Social Media เป็นเพียงเครื่องมือที่สร้างความบันเทิงให้กับเรา แต่ในช่วงปลายปี 2023 ที่ผ่านมา หลายๆคนเริ่มใช้ Social Media ในการหาเรื่องที่เราสนใจ เช่น Instagram, Facebook, X (Twitter) หรือ TikTok

การพัฒนาของโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้มีผู้คนกว่า 4.80 พันล้านคนทั่วโลกใช้โซเชียลมีเดีย โดยมี 150 ล้านคนเข้ามาสู่โลกออนไลน์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยคนทั่วไปใช้แอปโซเชียลมีเดียเฉลี่ย 6.6 แอปในแต่ละเดือน

ยกตัวอย่าง แพลตฟอร์มที่มาแรงที่สุดอย่าง TikToK

  • 67% ของผู้ใช้ TikTok ใช้แอป เพื่อค้นหาแบรนด์และสถานที่ใหม่ๆ ในการซื้อของ
  • 63% ของผู้บริโภคใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อค้นหาร้านอาหารใหม่ๆ หรือสํารวจรายการเมนูใหม่ๆ

จึงไม่น่าแปลกใจนัก ที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเปลี่ยนจากการค้นหาผ่าน Google มาค้นหาในโซเชียลมีเดียแทน เพราะมีรูปแบบ Content ที่เราต้องการเสพ นั่นก็คือ วิดีโอสั้น

7.การตลาดที่เจาะลึกเฉพาะบุคคล

หลายๆคนอาจเคยได้ยินว่า หากเราอยากสร้างโอกาสทางธุรกิจ กลยุทธ์ที่เราต้องใช้ คือ การเข้าถึงกลุ่มคนเป้าหมาย ผ่านการยิงโมษณาเจาะกลุ่มใหญ่ๆ ตามความชอบ ความสนใจ เพศ และ อายุ

แต่หลังจากนี้นักการตลาดควรหันมาการทำการตลาดแบบเจาะลึกเฉพาะบุคคลมากขึ้น หรือ Hyper-personalization

การตลาดแบบ Hyper Personalization คือ การตลาดที่สามารถเข้าถึงตัวของลูกค้าได้แบบเฉพาะเจาะจง และลึกไปมากกว่าการทำการตลาดแบบ Personalization เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากกว่าที่เคย และที่สำคัญการทำการตลาดในรูปแบบนี้ ต้องมีการใช้ข้อมูลจำนวนมาก เรียกว่า Big Data เพื่อให้ได้ข้อมูลมาวิเคราะห์ลูกค้าแต่ละรายให้ลึกลงไปได้อีก

ทั้งนี้ Hyper-Personalization จะแตกต่างจาก Personalization ตรงที่สามารถรู้ถึงตัวตน นิสัยใจคอ ความชอบ พฤติกรรมของลูกค้ารายนั้นๆ ได้ลึกกว่าแบบ Personalization ปกติ เพราะจุดประสงค์ของ Hyper-Personalization คือ ต้องการให้แบรนด์รู้จักกับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสนองตามความต้องการของลูกค้าอย่างตรงใจ เช่น

  • สร้างประสบการร์ดียอดเยี่ยมให้กับลูกค้า

  • สร้างยอดขาย

  • สร้างและเพิ่มพูนความภักดีต่อแบรนด์

  • สื่อสารอย่างแข็งแกร่งและได้ผลในทุกช่องทางistock-1467920533

advertisement

Relate Post

SPOTLIGHT