โพลเผย เหตุบึ้ม 3 จุดในกทม. มีส่วนเอี่ยวการเมืองไทย ชี้เป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมาย

เมื่อวานนี้ (28 พ.ค.) “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,223 คน ระหว่างวันที่23-27 พฤษภาคม 2560 ถึงกรณีที่เกิดเหตุการณ์ระเบิดในกทม. 3 จุด ทั้งหน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล หน้าโรงละครแห่งชาติ และล่าสุดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจท้าทายต่อกฎหมายบ้านเมือง ส่งผลให้ประชาชนมีความวิตกกังวล และต้องการให้รัฐบาล เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจเร่งดูแลเรื่องความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน เฝ้าระวังสถานที่ที่เป็นจุดเสี่ยงสำคัญเพิ่มมากขึ้น โดยสรุปผลได้ ดังนี้

เมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไร? กรณี ระเบิดในกทม. 3 จุด ทั้งหน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล หน้าโรงละครแห่งชาติและโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า อันดับ 1 พบว่า เป็นการกระทำที่อุกอาจ ไร้จิตสำนึก ท้าทายกฎหมายบ้านเมือง เป็นจำนวน 83.73% ส่วนอันดับ 2 อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว 81.44% ในขณะที่อันดับ 3 อยากรู้ข้อเท็จจริง และเหตุจูงใจในการก่อเหตุ 78.74% ด้านอันดับ 4 รู้สึกกลัว เกรงว่าจะได้รับอันตราย ต้องระมัดระวังมากขึ้น 72.28% และอันดับ 5 ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ 55.68%

เมื่อถามต่อว่าประชาชนคิดว่าสาเหตุที่เกิดการวางระเบิดเป็นเพราะอะไร? พบว่าอันดับ 1 คือ เป็นการสร้างสถานการณ์ ต้องการให้เป็นข่าวครึกโครม 78.00% รองลงมาคือ มาจากความขัดแย้ง อำนาจและผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม จำนวน 67.13% ส่วนอันดับ 3 มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง 66.48% ในขณะที่อันดับ 4 เป็นการท้าทาย หวังให้บ้านเมืองปั่นป่วน วุ่นวาย 55.27% และอันดับ 5 ต้องการข่มขู่หรือส่งสัญญาณเตือนถึงอะไรบางอย่าง 48.49%

ส่วนคำถามที่ว่า ทำอย่างไร? จึงจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุระเบิดเช่นนี้อีก อันดับ 1 บอกว่า ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแล 74.16% ในขณะที่อันดับ 2 บอกว่า ให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจตามจุดเสี่ยงต่างๆ มากขึ้น 71.38% ด้านอันดับ 3 หน่วยข่าวกรองต้องตรวจสอบข่าวให้ละเอียด ทันสถานการณ์ 63.53% ฟากอันดับ 4 บอกว่ายากที่จะป้องกัน ไม่สามารถควบคุมดูแลได้ทั่วถึง 58.05% และอันดับ 5 เร่งกวาดล้าง สืบหาแหล่งที่มาของอาวุธร้ายแรงที่นำมาใช้ก่อเหตุ 56.91%

เมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่าการวางระเบิดเกี่ยวข้องกับการเมืองไทยหรือไม่? อันดับ 1 บอกว่า เกี่ยวข้อง 56.09% เพราะสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่นิ่ง มีคลื่นใต้น้ำ การเมืองไทยยังมีความขัดแย้งแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีหลายประเด็นที่น่าจะเชื่อมโยงเรื่องการเมือง ฯลฯ ส่วนอันดับ 2 บอกว่าไม่แน่ใจ 34.35% เพราะควรรอให้เจ้าหน้าที่ต้ารวจได้ดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงก่อน อาจมีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่มากกว่านี้ ยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ระเบิด ฯลฯ ในขณะที่อันดับ 3 บอกว่า ไม่เกี่ยวข้อง 9.56% เพราะอาจมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งส่วนตัวหรือเรื่องอื่น ท้าไปเพื่อต้องการท้าทายกฎหมายบ้านเมือง สถานการณ์ทางการเมืองมักถูกดึงมาเกี่ยวข้องเสมอ ฯลฯ

เมื่อถามต่อว่า ประชาชนคิดว่าการวางระเบิดเกี่ยวข้องกับครบรอบ 3 ปี คสช.หรือไม่? อันดับ 1 บอกว่า ไม่แน่ใจ 47.02% เพราะต้องรอดูผลการสืบสวนและหลักฐานประกอบคดีเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ รอติดตามข่าวสารต่อไป ฯลฯ ส่วนอันดับ 2 บอกว่า เกี่ยวข้อง 36.65% เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ซึ่งครบรอบ 3 ปีพอดี สถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ของทหาร น่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน มีคนบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการท้างานของ คสช. ฯลฯ ในขณะที่อันดับ 3 บอกว่า ไม่เกี่ยวข้อง 16.33% เพราะอาจเป็นการกระท้าของผู้ที่ไม่หวังดี หรือเกิดความคึกคะนอง อยากเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย ฯลฯ

ส่วนคำถามสุดท้ายที่ว่า ประชาชนคิดว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่? อันดับ 1 บอกว่า ไม่แน่ใจ 39.53% เพราะขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ของรัฐบาล การเลือกตั้งเป็นเรื่องส้าคัญและมีผลต่อการขับเคลื่อนประเทศ ฯลฯ ในขณะที่อันดับ 2 บอกว่า กระทบ 31.91% เพราะการเลือกตั้งอาจเลื่อนออกไป ประชาชนไม่กล้าออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง กลัวระเบิด หน่วยเลือกตั้งมีอยูทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่อาจดูแลไม่ทั่วถึง ฯลฯ และอันดับ 3 บอกว่า ไม่กระทบ 28.56% เพราะยังมีเวลาในการจัดเตรียมการเลือกตั้งอีกนาน ไม่ควรน้าเอาเหตุระเบิดมาเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เชื่อว่ารัฐบาลสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ฯลฯ

ข้อมูลจาก สวนดุสิตโพล

keyboard_arrow_up