“ทนายอนันต์ชัย” ชี้ โทษประหารชีวิต ช่วยเยียวยาทุกข์ผู้สูญเสียได้ ยันต้องมีต่อเพื่อปรามสังคม (คลิป)

วันที่ 20 มิ.ย. 61 นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการประหารชีวิตนักโทษอย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นรายแรกในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งมีบางส่วน และบางองค์กรออกมาต่อต้านไม่ให้มีโทษประหารชีวิตนั้น ตนในฐานะทนายความ ได้เคยสัมผัสคดีที่มีโทษถึงประหารชีวิตมาแล้ว ในคดีที่หลอกให้ซื้อเลขทะเบียนสวย เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2559 แต่ผู้ต้องหาไม่สามารถหาทะเบียนมาให้ได้ จึงหลอกผู้เสียหายไปฆ่าด้วยการยิง และยิงเพื่อนผู้เสียหาย รวมไปถึงคนขับแท็กซี่ที่พาผู้เสียหายหนีด้วย การฟ้องคดีศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ทำให้ครอบครัวเหยื่อทุกข์ทรมานใจมาก เพราะอยากให้มีการประหาร ตนจึงได้ยื่นอุทธรณ์ไป ซึ่งเมื่อ 2 เดือนก่อน ศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินให้ประหารชีวิต ในวันนั้นตนเห็นเลยว่าครอบครัวเหยื่อ ก้มลงไปกราบศาล ด้วยความผ่อนคลายความกังวล ความเป็นทุกข์ลดลง ถึงแม้จะเทียบกันไม่ได้

นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ

ซึ่งเจ้าหน้าที่ศาลได้บอกกับครอบครัวเหยื่อว่า ช่วยเอาคนตายกลับบ้านไปด้วยนะ มาร้องขอความเป็นธรรมตลอด นั่นแสดงว่าเหยื่อก็ได้รับความทุกข์ทรมาน วนเวียนไม่ไปไหน ซึ่งตนมองว่าการประหารชีวิต เป็นการเยียวยาความทุกข์ได้ในระดับหนึ่ง ครอบครัวไม่ได้ต้องการเงินเยียวยา แต่ต้องการให้ชดใช้ด้วยชีวิต ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต ตนจึงมองว่าโทษประหารควรมีต่อไป เพื่อปรามสังคม เพื่อรักษาคนส่วนใหญ่ อย่าลืมว่าคนที่กระทำผิด เลือกเส้นทางชีวิตของตนเอง ต้องรับผลกรรมเอง ซึ่งเหยื่อไม่ได้เลือกเส้นทางเช่นนี้

อีกทั้งการที่นักสิทธิมนุษยชนและบางกลุ่มออกมาต่อต้านโทษประหารนั้น เพราะคนกลุ่มนี้ไม่เคยถูกกระทำ หากญาติ ครอบครัว คนที่คุณรักถูกกระทำ จะยังพูดเช่นเดิมหรือไม่ โดยเฉพาะคดีฆ่าข่มขืน หรือฆ่าชิงทรัพย์ แทง 24 แผลที่เพิ่งถูกประหารไป กฎหมายที่กำหนดขึ้นมา เพื่อควบคุมสังคม คนที่กระทำจะได้ยับยั้งชั่งใจได้บ้างว่าไม่กระทำ

อย่างไรก็ตามยังมองอีกว่า การที่ไม่ค่อยมีโทษประหารในไทย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อาชญากรในไทยเพิ่มขึ้น และเป็นคนที่วนเวียนกระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และกฎหมายของไทยไม่เข้มแข็ง เพราะมีการขออภัยโทษ ลดหย่อนโทษ ทำให้โทษไปไม่ถึงการประหารชีวิต

keyboard_arrow_up