ป้าหัวร้อนฟ้องเขตฯ ฉกกระถางซุกพระดี รับกลิ่นเหม็นฝังศพหมา – ข้างบ้านแฉปาผ้าอนามัย (คลิป)

จากกรณีที่มีเพื่อนบ้านร้องเรียนถึงวีรกรรมต่าง ๆ ของนางแสงระวี กัญใจรุ่งโรจน์ ที่พักอาศัยอยู่ในซอยโพธิ์ปั้น 10 เขตดินแดง กรุงเทพฯ เช่น ปลูกต้นไม้ขวางเส้นทางสัญจรของผู้คนในซอย สาดน้ำสกปรกใส่เพื่อนบ้าน ทั้งยังเคยขู่จะเผาบ้าน รวมถึงนำท่อประปาไปตีรถยนต์ ตามที่อมรินทร์ทีวี เคยได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้นั้น (อ่าน : โต้ป้าหัวร้อน! เจ้าของบ้านถูกเผาเปิดรอยไหม้ หึ่งคราบฉี่หมา – เพื่อนบ้านเสียงแตกชม คนดี )

ดริ้ง คนที่เคยพักอาศัยใกล้บ้านป้า

โดย นายดริ้ง อายุ 23 ปี คนที่เคยพักอาศัยใกล้บ้านป้า เปิดเผยว่า เมื่อ 13 ปีก่อน ครอบครัวได้เข้ามาพักอาศัยอยู่ข้างบ้านป้าคนดังกล่าว แม่ตนเคยเล่าให้ฟังว่า สมัยที่แม่กำลังตั้งท้องตัวเอง ป้ายังก่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะคือเดินมาด่าทอแม่ นำขวดแก้วปาเข้ามาภายในประตูบ้านตนจนเป็นรอย บางครั้งถึงขั้นนำผ้าอนามัยที่ใช้แล้วปาเข้ามา และตอนที่ป้าเป็นร่างทรง การเข้าออกบ้านของตนและคนในซอยก็จะลำบาก เนื่องจากมีการปิดซอยไปครึ่งหนึ่ง ซึ่งคนในซอยที่อาศัยมาเป็นระยะเวลาเกือบ 20 ปี ต่อสู้มาโดยตลอดแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ตนกับครอบครัวจึงตัดสินใจย้ายออก

นอกจากนี้ นายดริ้ง บอกว่า ป้าได้ทุบหน้าต่างชั้นบนบ้านตัวเองออก ซึ่งทำให้คนที่เดินผ่านไปมา แล้วถ้ามีคนเดินผ่านแล้วเผลอมามอง สามารถเห็นการทำกิจวัตรส่วนตัวของป้าได้อย่างชัดเจน และพฤติกรรมของการสาดน้ำถือว่าเป็นเรื่องจริง มีทั้งปัสสาวะของสุนัข และเจ้าของที่สาดลงมา ประกอบกับเสียงของสุนัขที่มักจะชอบเห่าหลัง 20.00 น. ทำให้รบกวนการนอนหลับ

เจ้าหน้าที่ ลงพื้นบ้านป้าแสงระวี เจรจาและขนย้ายต้นไม้

ความคืบหน้า วันนี้ (28 พ.ค. 61) เวลาประมาณ 10.00 น. นายอาฤทธิ์ ศรีทอง ผอ.เขตดินแดง และเจ้าหน้าที่เทศกิจและเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดกว่า 20 คน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง กว่า 15 นาย ลงพื้นที่เจรจากับนางแสงระวี กัญใจรุ่งโรจน์ อายุ 69 ปี เจ้าของบ้าน เพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เพื่อนบ้านร้องเรียนมา แต่นางแสงระวีไม่ยอมออกมาเจรจาด้วย โดยให้เหตุผลว่าจะออกมาในเวลา 11.00 น. เพราะเป็นเวลาที่ได้นัดหมายไว้ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่เขตฯ ให้ข้อมูลว่า มีการนัดหมายป้าแสงระวีไว้แต่ไม่ได้ระบุเวลา

เจ้าหน้าที่ขนย้ายต้นไม้
เจ้าหน้าที่ขนย้ายต้นไม้

จากนั้น ในเวลา 10.45 น. เจ้าหน้าที่เขตฯ ได้เข้าไปขอเจรจาที่หน้าประตูบ้าน แต่นางแสงระวีตะโกนมาจากในบ้านว่า “กลับไป ไม่ออก” เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันขนย้ายกระถางต้นไม้หน้าบ้านออก โดยการยกขึ้นรถบรรทุกกว่า 10 กระถาง จากนั้นจึงได้นำรถกระเช้าเข้ามารื้อถอนต้นไม้ใหญ่ ซึ่งใช้เวลาในการรื้อถอนต้นไม้หน้าบ้านกว่า 1 ชม. โดยเหลือต้นไม้ไว้เพียง 2-3 ต้น ที่อยู่ติดกับตัวบ้านและไม่ล้ำออกมามาก

นายอาฤทธิ์ ศรีทอง ผอ.เขตดินแดง โทรศัพท์ขอเจรจากับป้าแสงระวี

ซึ่งในระหว่างที่มีการรื้อถอนต้นไม้นั้น นายอาฤทธิ์ ศรีทอง ผอ.เขตดินแดง โทรศัพท์เข้าไปขอเจรจากับนางแสงระวี อีกครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะนางแสงระวีไม่ยอมออกมาเจรจาด้วย โดยนางแสงระวีบอกว่า จะฟ้องร้องดำเนินคดีกับตนซึ่งเป็น ผอ.เขต เนื่องจากได้นำเจ้าหน้าที่มาขนย้ายต้นไม้หน้าบ้านไป ซึ่งตนไม่กังวล เพราะได้ทำตามกระบวนการขั้นตอนที่ถูกต้อง

จนกระทั่งเวลาประมาณ 12.15 น. หลังจากที่ได้ขนย้ายต้นไม้เสร็จสิ้นแล้ว นางแสงระวีก็ยังไม่ยอมออกมาเจรจา เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางกลับ ซึ่งมีช่วงหนึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังโค่นต้นไม้ใหญ่ โดยการนั่งกระเช้าขึ้นไปใช้เลื่อยตัดนั้น นางแสงระวีตะโกนออกมาว่า “ถ้าโค่นจะดำเนินคดี”

นายอาฤทธิ์ ศรีทอง ผอ.เขตดินแดง

นายอาฤทธิ์ กล่าวว่า เขตฯ ได้การดำเนินการใน 2 กรณี ได้แก่ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ว่าด้วยเรื่องการติดตั้งจัดวางกองวัสดุต่าง ๆ บนถนน ซึ่งมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ว่าด้วยเรื่องเหตุรำคาญ ไม่ว่าจะเป็น กลิ่น เสียง การเลี้ยงสัตว์ ซึ่งวันนี้เน้นไปที่ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ โดยเคลื่อนย้ายต้นไม้หน้าบ้านออก ส่วน พ.ร.บ.การสาธารณสุข ได้จดหมายแจ้งนางแสงระวีไปเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ให้มีการแก้ไขลดจำนวนสัตว์เลี้ยงและให้ทำความสะอาด โดยหากไม่แก้ไขภายใน 15 วัน จะดำเนินคดี มีโทษจำคุก 3 เดือน ปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สุนัขที่ป้าแสงระวีเลี้ยงไว้ในบ้าน

เบื้องต้นทางเขตฯ ได้ประสานกับศูนย์พักพังสุนัขของ กทม. ไว้แล้ว เพราะเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของสุนัข ที่นางแสงระวีเลี้ยงไว้ แต่จะต้องมีการเจรจากับนางแสงระวีก่อน เพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาต่อไป

นางจันทร์ (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน

ด้านนางจันทร์ (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน ซึ่งเดินออกมาดูการทำงานของเขตฯ ตั้งแต่ต้น ยอมรับว่ารู้สึกพึงพอใจ เนื่องจากได้มีการยกต้นไม้และตัดต้นไม้หน้าบ้านป้าออก ทำให้ถนนโล่งขึ้น และไม่ได้ทำเฉพาะบ้านของป้าเท่านั้น แต่ก็มีการตัดแต่งต้นไม้ของบ้านหลังอื่นในซอยที่ยื่นล้ำถนนออกมาด้วย ซึ่งรู้สึกว่าเป็นการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน แต่ทั้งนี้ ตนไม่ค่อยพอใจที่เจ้าหน้าที่เขตฯ ไม่สามารถเข้าไปในบ้านป้าได้ เพราะยังมีกลิ่นเหม็นจากสัตว์อยู่ โดยตนอยากให้สาธารณสุขเข้ามาดูแลสัตว์ และดูแลความสะอาดภายในบ้านของป้า

สำหรับคดีที่ป้าแสงระวีเคยไปแจ้งความไว้ว่าถูกลูกเขยตนขับรถชนนั้น ตนไม่กังวล เพราะมีหลักฐาน ส่วนเรื่องที่ป้าบอกว่า ตนยืมเงินไป 600,000 บาทนั้น ตนคิดว่าทุกคนคงเข้าใจว่า ตนไม่ได้ยืมไปอย่างแน่นอน เพราะจากสภาพบ้านที่ป้าอาศัยอยู่นั้น ไม่น่าจะให้เงินตนยืมได้ถึง 600,000 บาท

น.ส.ดา (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน

ขณที่ น.ส.ดา (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า ตนเคยอาศัยอยู่บ้านข้าง ๆ ป้าเกือบ 2 ปี แต่ย้ายออกเมื่อปีที่แล้ว เพราะทนพฤติกรรมไม่ได้ วันนี้ที่เขตฯ มาดำเนินการย้ายต้นไม้ออก ตนก็รู้สึกดีเพราะจะได้สัญจรสะดวกขึ้น ทำให้ทัศนียภาพดีกว่าเดิม ทั้งนี้ ตนอยากให้ลูกหลานของป้าแสงระวีเข้ามาดูแลบ้าง

นางแสงระวี กัญใจรุ่งโรจน์ อายุ 69 ปี เจ้าของบ้านคู่กรณี

หลังจากนั้นในช่วงเย็น นางแสงระวี ได้เปิดเผยว่า ตนได้ไปแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง เรียบร้อยแล้ว โดยแจ้งมาตรา 157 เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ บุกรุกคุกคามชิงเอาทรัพย์สินโดยไม่ชอบต่อกฏหมาย เนื่องจากกระถางต้นไม้ที่เจ้าหน้าที่เขตฯ ขนไปนั้น มีพระบูชาจำนวนมากอยู่ด้านใน โดยมีมูลค่าทั้งหมดกว่า 10,000 บาท พระบูชาประกอบด้วย หลวงพ่อทวดทองเหลืองรมดำ 1 องค์ ขนาด 9 นิ้ว พระเจ้าตากสินทองเหลือง 2 องค์ ขนาด 1 คืบ ปู่ท้าวเวสสุวรรณทองเหลือง 2 องค์ ขนาด 1 คืบ นางกวัก 1 องค์ หลวงพ่อบัวเข็ม 1 องค์ หมูหยกสีเขียว 1 ตัว ฮกลกซิ่ว 4-5 องค์ กบทอง 1 ตัว เต่าหลวงปู่นาย 1 ตัว เต่าหลวงปู่หลิว 1 ตัว และกุมารทองอีก 3-4 ตน

กระถางที่มีพระบูชาด้านใน หลังเจ้าหน้าที่เขตฯ ขนย้ายออก
หน้าบ้านป้าแสงระวี หลังทำความสะอาด

ป้าแสงระวี กล่าวอีกว่า ของทั้งหมดในกระถางเป็นชีวิตจิตใจของตน แต่มาถูกลักไปต่อหน้าต่อหน้า ทั้งที่ตนพยายามจะห้ามปรามแล้ว ตนจึงจะเอาผิดทุกคนที่อยู่มาในวันนี้ ได้แก่ ผอ.เขตฯ เจ้าหน้าที่ที่มาขนย้ายต้นไม้ และเพื่อนบ้านที่ไปร้องเรียนกับทางเขตฯ ส่วนผู้สื่อข่าวนั้นตนให้อภัย และจะกันไว้เป็นพยาน เพราะเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งตนจะใช้คลิปวิดีโอที่สื่อมวลชนถ่ายไว้ในขณะที่เขตฯ มาขนย้ายต้นไม้หน้าบ้านตนเป็นหลักฐานด้วย

จดหมายที่ทางเขตฯ ส่งถึงคุณป้าแสงระวี เรื่องลดจำนวนสุนัข

สำหรับเหตุการณ์ที่เขตฯ เคยส่งจดหมายแจ้งให้ลดจำนวนสุนัข และทำความสะอาดบ้านนั้น ตนเซ็นรับทราบแล้ว โดยตนลดจำนวนสุนัขมาแล้วจาก 40-50 ตัว เหลือเพียง 11 ตัว ซึ่งลดอีกไม่ได้แล้ว เพราะเป็นตัวแทนของตัวที่ตายไป และตนไม่ไว้ใจหากทางเขตฯ จะรับสุนัขไป เพราะไม่เชื่อว่าจะเลี้ยงได้ดีกว่าตน ส่วนเรื่องทำความสะอาด ตนทำอยู่แล้ว 24 ชั่วโมง เรื่องกลิ่นไม่มีแน่นอน อาจจะมีแค่ตอนที่เขตฯ ยกกระถางเพราะไป เพราะขุดเจอศพสุนัขที่ตนฝังไว้ในกระถาง

ภาพจาก คลิปที่คุณป้าแสงระวี ฝากให้ทีมข่าวเผยแพร่

ป้าแสงระวี กล่าวเสริมอีกว่า ตนไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่ผิดหวังในการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะเหมือนมาคุกคามตนโดยมิชอบ นอกจากนี้ ป้าแสงระวี ยังได้ฝากคลิปวิดีโอให้ทีมข่าวนำไปเผยแพร่เพื่อให้ถึงบุคคลที่มาคุกคามตน โดยในคลิปป้าแสงระวี ให้คำขวัญว่า “ทีเอ็งข้าไม่ว่า ทีข้า เอ็งอย่ามาโวย”

บรรยากาศหน้าบ้านป้าแสงระวี ช่วงค่ำ

ล่าสุด ค่ำวันนี้ ทีมข่าวได้ย้อนกลับไปที่บ้านป้าแสงระวีอีกครั้ง โดยพบว่าภายในบ้านยังคงเปิดไฟอยู่ เหลือเพียงต้นไม้อยู่จำนวน 2-3 ต้น

keyboard_arrow_up