โหดเหี้ยม! หนุ่มสวนปาล์มผวา เจอศพนิรนามถูกเผาฝังดิน – จนท.ส่งชิ้นเนื้อชันสูตร

วันที่ 20 พฤาภาคม 2560 พ.ต.ท.วิชัย ต้นกันยา รอง ผกก.สส.สภ.ท่าแซะ ได้รับแจ้งเหตุฆาตกรรมอำพรางเผาศพนั่งยางด้วยล้อรถยนต์และฝังดินในสวนปาล์มน้ำมัน หมู่ 12 ตำบลรับร่อ อ.เท่าแซะ จ.ชุมพร  จึงไปตรวจสอบ

จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา เจ้าหน้าที่ต้องขับรถยนต์ผ่านถนนลาดยาง ถนนคอนกรีต ถนนลูกรังด้วยความยากลำบากที่สลับซับซ้อนไปด้วยภูเขาสูงชันหลายลูกและต้องเดินเท้าต่อเข้าไปอีกเกือบ 1 กิโลเมตร เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวต้องใช้เฉพาะรถยนต์โฟวีลเท่านั้น โดยมี นายสรัณย์พงศ์ ศรีวิไล อายุ 43 ปี เจ้าของสวนปาล์มน้ำมันที่พบศพนำทางพาเจ้าหน้าที่เข้าไป

เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

จากการตรวจสอบพบมีเศษเถ้าถ่านกองไฟไหม้ดำกองใหญ่อยู่ใกล้โคนต้นปาล์ม และห่างกันประมาณ 5 เมตร มีร่องรอยการขุดหลุมแล้วนำดินมาฝังกลบไว้มีกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมา เจ้าหน้าที่จึงให้หน่วยกู้ภัยขุดจนลึกประมาณ 1 เมตร พบชิ้นส่วนมนุษย์เป็นกะโหลกศีรษะแขนและขารวม ทั้งสองข้าง และเศษเนื้อเศษอวัยวะของมนุษย์อีกจำนวนหนึ่งถูกไฟเผาจนไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโก ลักษณะคนร้ายเพิ่งจะก่อเหตุได้ไม่นาน

ร่อยรอยเถ้ากองไฟใกล้โคนต้นปาล์ม

ภายในหลุมเจ้าหน้าที่พบถุงพลาสติกแบบหูหิ้ว 1 ใบ ขดเส้นใยเหล็กเสริมยางล้อรถยนต์จำนวนมากคาดว่าไม่ต่ำกว่า 4 ล้อ และมีร่องรอยดอกยางล้อรถยนต์โฟวีลวิ่งเข้ามาและถอยโยกหน้าหลังออกไปจากจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพและเก็บรวบรวมทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

เศษเถ้าถ่านและอวัยวะที่ถูกเผาไหม้

เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุเพศและสัญชาติของศพได้ จึงส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลท่าแซะ และส่งสถาบันนิติเวชภาค 8 สุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจสอบต่อไป

เจ้าหน้าที่สอบสวนนายสรัณย์พงศ์ เจ้าของสวนปาล์มน้ำมันจุดเกิดเหตุให้การว่าขณะที่ตนเดินทางมาดูแลสวนและตัดปาล์มน้ำมันไปขายนั้น ได้สังเกตเห็นกองเถ้าถ่านเหมือนมีใครนำอะไรมาเผาและห่างกันเล็กน้อยมีร่องรอยการขุดหลุมฝังกลบมีกลิ่นเหม็นโชยออกมาเหมือนซากศพจึงรู้สึกผิดปกติและได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจมากตรวจสอบดังกล่าว

เจ้าหน้าที่นำชิ้นส่วนอวัยวะส่งไปชันสูตรเพื่อพิสูจน์หาเอกลักษณ์บุคคล

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และจะต้องรู้จักชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี โดยหลังคนร้ายลงมือฆ่าผู้ตายแล้วได้นำศพขึ้นรถยนต์โฟวีลเข้าไปจุดไฟเผานั่งยางด้วยล้อรถยนต์แต่ระหว่างนั้นฝนอาจจะตกลงมาทำให้เหลือซากชิ้นส่วนอยู่บ้างจึงต้องช่วยกันเก็บนำไปขุดหลุมฝั่งอำพรางดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนหาข่าวว่าในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงมีการแจ้งความคนหาย ทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าวบ้างหรือไม่ เพื่อจะได้สืบสวนขยายผลจับกุมคนร้ายพฤติกรรมโหดเหี้ยมมาดำเนินคดีต่อไป

keyboard_arrow_up