หนุ่มกร่างชักปืนขู่แท็กซี่ โผล่จับมือไหว้สำนึกผิด บอกจะไม่ทำอีก รู้แล้วเป็นตัวอย่างไม่ดี (คลิป)

จากกรณีคลิปเหตุการณ์ ชายขับรถฟอร์จูเนอร์ถือปืน และมีปากเสียงกับคนขับรถแท็กซี่ บริเวณมอเตอร์เวย์ขาเข้า โดยมีสาเหตุมาจากถูกรถแท็กซี่ปาดหน้า มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

คลิปหนุ่มกร่างถือปืนขู่ แท็กซี่vsฟอร์จูนเนอร์

นายพันธกาน วอเพ็ชร อายุ 47 ปี หรือ “ลุงพัน” คนขับแท็กซี่่ เล่าย้อนเหตุการณ์ให้ฟังว่า เกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 18 ธ.ค.2560 ตนได้รับผู้โดยสารชาวอินเดียคนหนึ่งมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อไปส่งใน ซ.สุขุมวิท 13 ขณะออกจากสนามบินมาได้เล็กน้อย บนถนนมอเตอร์เวย์ อยู่ๆ แท็กซี่คันหน้าก็เลี้ยวกะทันหัน ทำให้ตนต้องหักหลบ เข้าเลนมาทางซ้าย เป็นจังหวะเดียวกับที่มีรถฟอร์จูนเนอร์ขับอยู่ข้างหน้า ซึ่งตนก็ได้เปิดไฟเลี้ยวซ้ายเพื่อขอทาง แต่ฟอร์จูนเนอร์ไม่ยอมให้ทาง ตนจึงตัดสินใจเหยียบเร่งแซงไปในลักษณะโฉบ จึงกลายเป็นการปาดหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจ

“ลุงพัน”คนขับแท็กซี่เล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุให้ฟัง

จากนั้น คนขับฟอร์จูนเนอร์ได้ขับไล่ตามรถของลุงมาเรื่อยๆ ระยะทางเกือบ 2 กม. เมื่อเห็นป้อมตำรวจทางหลวงอยู่ข้างหน้า จึงรีบเข้าไปเพื่อจะแจ้งความ แต่คู่กรณีตามมาทันและลงจากรถมาต่อว่า ยั่วโมโหเรื่องขับรถปาดหน้า แม้ว่าลุงจะได้ขอโทษไปแล้ว

หนุ่มฟอร์จูนเนอร์หยิบปืนออกมาข่มขู่

ระหว่างนั้น คนขับฟอร์จูนเนอร์ได้หยิบปืนออกมาจากรถ พูดจาข่มขู่ ต่อว่า “รู้หรือไม่ว่าตนเองเป็นใคร พร้อมท้าให้แจ้งตำรวจ จะส่งคนมาดำเนินคดี คิดว่าปืนปลอมหรือไง” และอื่นๆ อีกสารพัด ก่อนจะขึ้นลำปืนเล็งตรงมาที่หน้ารถตำแหน่งคนขับ หลังจากที่ลุงได้ยกมือไหว้ขอโทษหลายครั้ง สุดท้ายแล้วเหตุการณ์ก็คลี่คลาย คนขับฟอร์จูเนอร์เริ่มใจเย็นลง ก่อนแยกย้ายกันไป

ส่วนคลิปเหตุการณ์นั้น เพื่อนที่ขับรถแท็กซี่ด้วยกันเป็นคนถ่ายให้ ขณะขับมาเห็นเหตุการณ์พอดี และยังช่วยห้ามปรามคู่กรณี ขณะที่คู่กรณี มากับภรรยา แต่ภรรยาไม่สนใจลงมาช่วยห้ามปรามเลย เอาแต่ก้มหน้ากดโทรศัพท์ และช่วยถ่ายคลิปรถของตัวเอง ส่วนคดีความนั้น ลุงพัน กล่าวว่าแล้วแต่ตำรวจ แต่ใจหนึ่งก็อยากให้คู่กรณีรู้รสชาติคุกบ้างจะได้เข็ดหลาบ เพราะตั้งแต่ขับแท็กซี่มา 18 ปี ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบวันนั้นเลย

ตร.ให้คู่กรณีทั้งสองจับมือปรับความเข้าใจกัน

ทั้งนี้ พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผู้กำกับการ สน.ประเวศ ได้ติดต่อให้ นายภานุพงษ์ บริบูรณ์ อายุ 36 ปี คนขับรถฟอร์จูนเนอร์เข้ามอบตัว  เมื่อมาถึงก็ให้คู่กรณีทั้งสองคนจับมือกัน

หนุ่มฟอร์จูนเนอร์ยกมือขอโทษ ลุงแท็กซีให้อภัย

โดย นายภานุพงษ์ ได้ยกมือไหว้พร้อมกล่าวขอโทษต่อคนขับแท็กซี่ ซึ่งลุงพันก็ได้รับคำขอโทษของ นายภานุพงษ์ ไว้ พร้อมกับกล่าวให้อภัย ไม่ติดใจเอาความ

“หนุ่มฟอร์จูนเนอร์”เข้าให้ปากคำพนักกงานสอบสวน

นายพันธกาน เล่าว่า ในวันดังกล่าวถูกรถแท็กซี่ของลุงพันขับจี้ จึงพยายามหลบให้ แต่ นายพันก็ยังมาขับจี้ตนอยู่ก่อนที่จะปาดหน้า ยอมรับว่าขณะนั้นรู้สึกโกรธมาก จึงพยายามปาดหน้าคืน เพื่อให้คนขับแท็กซี่จอดรถลงมา ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ตามในคลิป ซึ่งตนรู้สึกโมโหจึงนำปืนซึ่งเป็นปืนบีบีกัน ซื้อมาจากห้างในราคา 4,500 บาท ออกมาขู่

ปืนบีบีกันที่หนุ่มชักออกมาขู่แท็กซี่

ผู้ต้องหายังบอกด้วยว่า ตัวเองเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ที่ผ่านมาไม่เคยก่อเหตุในลักษณะนี้ ส่วนสาเหตุที่ต้องพกปืนบีบีกัน ก็เพราะทำงานและต้องเดินทางไปไหนมาไหนในเวลากลางคืนทุกวัน ไม่ได้จะนำไปขู่ใคร แค่ใช้ป้องกันตัว ก่อนจะสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้กับใครอีก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นเพราะไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม และไม่อยากให้ใครทำตาม

ขณะที่ พนักงานสอบสวนแจ้ง 3 ข้อหา แก่ นายภานุพงษ์ ประกอบด้วย มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย หรือไม่มีเหตุอันสมควร และความผิดฐานข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว

keyboard_arrow_up