ภูเก็ตสนธิกำลังจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์หน้าหาดป่าตอง รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

ชุดปฏิบัติพิเศษ สำนักงานสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ร่วมฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต ทหาร ตำรวจ จับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ริมหาดป่าตองภูเก็ต ยึดกระเป๋า รองเท้า และเสื้อผ้า กว่า 10,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอกะทู้ จ.ภูเก็ต นายสายัณห์ ชนะชัยวงศ์ นายอำเภอกะทู้ พร้อมด้วยนายมานะ สิมมา ผู้อำนวยการส่วนการสอบสวนคดีอาญา กรมการปกครอง นายศิวัช ระวังกุล ป้องกันจังหวัดภูเก็ต พ.อ.อนันต์ อยู่ประสิทธิ์ กอ.รมน.จ.ภูเก็ต เรือโททักษิณ พุตลิ้ม หัวหน้าชุด รส.ทรภ.3 พ.ต.ท.เสกสรร คมสาคร รอง ผกก.ป.สภ.ป่าตอง ตัวแทนกรมทรัพย์สินทางปัญญา ผู้แทนเจ้าของเครื่องหมายการค้า ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม แถลงข่าวการเข้าจับกุมร้านจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมริมชายหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต จำนวน 10 แห่ง ตามที่มีผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าร้องเรียน โดยตรวจเบื้องต้นตรวจยึดสินค้าประเภทกระเป๋า รองเท้า และเสื้อผ้าที่ติดเครื่องหมายการค้าปลอมหรือทำเลียนแบบสินค้าแบรนด์ดัง อาทิ อาดิดาส ในกี้ เป็นต้น จำนวนรวมกว่า 10,000 ชิ้น พร้อมด้วยผู้ต้องหาจำนวน 10 คน คาดมีมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท โดยผู้ถูกจับกุมซึ่งเป็นผู้ค้าแทบทั้งหมดเป็นคนต่างด้าวเจ้าหน้าที่ได้ส่งดำเนินคดีในขอหา จำหน่าย หรือเสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย สินค้าที่มีเครื่องการค้าปลอมโทษ จำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายมานะ สิมมา ผู้อำนวยการส่วนการสอบสวนคดีอาญา กรมการปกครอง กล่าวว่า การลงพื้นที่และเข้าตรวจยึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในครั้งนี้ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายเจ้าของเครื่องหมายการค้าร้องเรียนว่าในพื้นที่ จ. ภูเก็ต มีการลักลอบจำหน่ายสินค้าประเภทเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าและอื่นๆ ที่ติดเครื่องหมายการค้าปลอมหรือทำเลียนแบบสินค้าแบรนด์ดัง โดยเฉพาะบริเวณหาดป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งถือเป็นพื้นที่สีแดง (Notorious Market) ที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูง โดยเป็น 1 ใน 21 จังหวัด ตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของ กอ.รมน. และอยากฝากไปยังผู้ประกอบการที่มีการนำสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มาจำหน่ายให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะนอกจากจะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งจะมีโทษจำคุกอย่างน้อย 5 ปี และมีโทษปรับด้วย รวมทั้งยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดและประเทศด้วย

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ทางเจ้าพนักงานทั้งฝ่ายปกครองและทหารจะร่วมกันลงพื้นที่กวาดล้างสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง และจะเรียกผู้ประกอบการซึ่งเป็นเจ้าของตลาดหรืออาคารขายสินค้า มาชี้แจง ทำความเข้าใจ และช่วยตรวจสอบไม่ให้มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในสถานที่ของตนต่อไป นายมานะกล่าว

keyboard_arrow_up