คุมเข้มด่านตรวจรับปีใหม่’61 เพิ่มโทษ ‘เมาแล้วขับ’ หากมีประวัติรับโทษเพิ่ม (คลิป)

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 ธ.ค. 60 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณด่านตรวจวัดแอลกอฮอลล์ ด้านหน้าบุญถาวร ถ.รัชดาภิเษก เพื่อตรวจความพร้อมของด่านตรวจวัดแอลกอฮอลล์ตอนรับช่วงเทศกาลปีใหม่

การเข้าตรวจความพร้อมในครั้งนี้พบว่ามีนักท่องเที่ยวเมาแล้วขับจำนวน 4 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเคยมีประวัติการดื่มแล้วขับอีกด้วย คือนายเกียรติศักดิ์ น้ำทิพย์ชลธร อายุ 26 ปี ขับขี่รถยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ สีเทา เลขทะเบียน ศศ1674 กรุงเทพ พบปริมาณแอลกอฮอล์ 67 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดที่ห้ามเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากการลงตรวจด่านวัดแอลกอฮอลล์ในวันนี้พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความความพร้อมอย่างมากในการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ เนื่องจากในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมามีสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทำให้มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 59 คน ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากเมาแล้วขับ ในปีนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงมีมาตรการเข้มงวดกวดขันวินัยจราจร โดยเฉพาะเมาแล้วขับ โดยในปีนี้มีการปรับเพิ่มบทลงโทษ ถ้าเมาแล้วขับมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีปรับไม่เกิน 20,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาต 6 เดือน ถ้าหากว่าเมาแล้วขับแล้วก่อให้เกิดอุบัติเหตุ มีโทษจำคุก 1-5 ปีปรับไม่เกิน 100,000 บาทและเพิกถอนในอนุญาต 1 ปี และถ้าหากพบว่าเมาแล้วขับและมีผู้เสียชีวิต มีโทษจำคุก 3-10 ปีปรับ 60,000-200,000 บาทและเพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีวิต

นอกจากนั้นในปีนี้ยังได้มีมาตรการในการตรวจสอบประวัติ หากผู้ใดเคยมีประวัติการเมาแล้วขับอยู่ก่อนแล้วก็จะถูกเพิ่มโทษ หรือผู้ใดที่ถูกรอลงอาญาในข้อหาเมาแล้วขับ ทางเจ้าหน้าที่จำทำการตรวจสอบประวัติภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มโทษหรือให้ศาลพิจารณาโทษทันทีโดยไม่ต้องรอลงอาญา

นอกจากนี้สำหรับผู้ที่ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลล์นั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็มีมาตรการส่งฟ้องศาลในข้อหาเมาแล้วขับตามกฏหมายได้เช่นกัน เพราะถ้าหากใครไม่ยอมให้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลล์ ให้สันนิษฐานได้ว่าบุคคลนั้นเมาแล้วขับด้วยเช่นกัน

keyboard_arrow_up