ไม่เชื่อลูกฆ่าแม่ยัดกระสอบฝังดิน! เพื่อนบ้าน – ญาติ ประสานเสียงมั่นใจทำไปเพราะไร้เงินทำศพ (คลิป)

จากกรณีที่เมื่อช่วงวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางรัก ได้รับแจ้งเหตุว่าพบศพถูกฆ่ายัดกระสอบ ภายในซอยอุดมสุข 26 แยก 47 กรุงเทพฯ จึงได้นำกำลังเข้าไปตรวจสอบพบว่าภายในกระสอบมีขาโผล่ออกมาโดยเจ้าหน้าที่ตรวจจึงเชิญลูกชายผู้เสียชีวิตมาสอบสวน โดยรับเป็นคนนำศพแม่มาฝังดินไว้ประมาณ 1 เดือน ด้วยการยัดใส่กระสอบ

ล่าสุด วันนี้(13 กันยายน 2560) พ.ต.อ.อุดม ธุระงาน ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางนา เปิดเผยว่า วันนี้จะนำตัวนายเลิศ ลูกชายของผู้เสียชีวิต ไปส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดพระโขนงในข้อหา ซ่อนเร้นอำพรางศพ เพียงข้อหาเดียว เนื่องจากผู้ต้องหาให้การว่า เป็นลูกชายของนางบุญเสริม เจริญสุข อายุ 70 ปี ผู้เสียชีวิต ที่พักอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันและดูแลกันมาตลอด เมื่อแม่เสียชีวิตจึงนำศพไปฝังไว้ในจุดเกิดเหตุ ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม เพราะไม่มีเงินทำศพ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ อยู่ระหว่างการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวเนื่องจากการชันสูตร ของเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ แต่ด้วยสถานะของความเป็นแม่ลูก ผู้ต้องหามีสิทธิ์ที่จะให้การ ส่วนตำรวจมีหน้าที่สืบหาความจริงให้ปรากฏ

จุดที่ทิ้งศพนางบุญเสริม

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นห้องพักแบ่งเช่าติดกันอยู่สุดซอย ได้พบกับญาติของนายเลิศ ที่เคยขาดการติดต่อและตัดขาดกันมานานแล้ว โดยพักอยู่ที่ห้องเช่าด้านหลังห้องของนายเลิศ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า นายเลิศเป็นคนนิสัยเป็นคนเฉยๆ ไม่ค่อยพูดค่อยจากับใคร บางครั้งเดินสวนกันยังไม่ทัก ซึ่งตนไม่ทราบว่านายเลิศอยู่ที่ห้องเช่าแห่งนี้มานานแค่ไหนแล้ว เพราะเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่เมื่อช่วงต้นเดือน และเพิ่งเจอหน้ากันเมื่อ 2-3วันก่อน เนื่องจากนายเลิศจะย้ายที่อยู่บ่อย ไม่ค่อยมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ซึ่งทราบว่านางบุญเสริม ป่วยมานานแล้ว ด้วยโรคประจำตัวของคนแก่ และสายตาไม่ค่อยดี ส่วนตัวไม่ทราบความเป็นอยู่ของนายเลิศ ว่าเป็นอย่างไร มีเพียงการถามไถ่ทั่วไปว่า แม่สบายดีหรือไม่ นายเลิศตอบกลับเพียงแค่สบายดี ขณะที่กิจวัตรประจำวัน ของนายเลิศ ช่วงเย็นจะขี่จักรยานออกไปทำงานข้างนอก และกลับมานอนพักผ่อนที่ห้องช่วงเช้า

ญาติของผู้ต้องหา

วันที่มีคนไปขุดหลุมเพื่อนำสุนัขที่ตายไปฝัง ตนก็ยืนดูอยู่ภายในห้อง แต่ไม่ได้สนใจอะไร สักพักได้ยินเสียงคนโวยวายว่าเจอท่อนขาโผล่ออกมา ตอนแรกคิดว่าเป็นขาตุ๊กตา โดยจุดที่เจอศพเป็นที่รกร้างหลังห้องเช่า และคนที่อาศัยแถวนี้จะใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นจุดตากผ้ารวมกัน

ซึ่งตนมาทราบข่าวตอนหลังว่า นางบุญเสริมเสียชีวิตแล้ว เพราะเจอนายเลิศยืนตากผ้าอยู่ข้างห้องพักของตน จึงถามถึงนางบุญเสริมว่าแม่เป็นอย่างไรบ้าง โดยนายเลิศบอกว่าแม่ตายแล้ว และนำศพไปเผาที่จังหวัดพิจิตร ซึ่งญาติผู้ต้องหา ยังเชื่อว่านางบุญเสริมน่าจะเสียชีวิตจากอาการป่วยละไม่เชื่อว่านายเลิศ จะเป็นคนฆ่าแม่ของตัวเอง เพราะ 2 คนนี้มีความผูกพันและรักกันมาก ไปไหนก็ไปด้วยกันตลอด

เพื่อนบ้านของผู้ต้องหา

ขณะที่ นางสาวส้ม (นามสมมติ) เพื่อนบ้านของนายเลิศ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ตนพักอยู่ห้องเช่าหน้าปากซอย แต่จะเข้านั่งในเล่นในซอยนี้ทุกวัน ได้เจอนายเลิศขี่จักรยานออกไปทำงานตอนเย็น และกลับมาตอนเช้าเกือบทุกวัน เป็นเวลากว่า 5 ปี แล้วซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ตอนที่เจอศพ ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ได้ยินจากป้าข้างบ้านบอกว่า ระหว่างขุดหลุมฝังหมาที่ตายในซอย ขุดไม่ลง และไปเจอเท้าคนโผล่ขึ้นมา จึงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาดู
ส่วนตัวไม่เคยทักทายกัน เพราะนายเลิศเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยคุยกับใคร ส่วนใหญ่จะปิดประตูห้องเก็บตัวอยู่แต่ข้างใน ก่อนออกไปทำงานก็ล็อกห้องไว้

จากพฤติกรรมที่สังเกตเห็นได้ว่านายเลิศเป็นคนรักแม่ เพราะหลังกลับจากทำงานนายเลิศจะแวะซื้อกับข้าวจากหน้าปากซอยมาให้แม่ที่พักอยู่ในห้องทุกวัน หากไม่ได้ซื้อกับข้าวมาก็จะมานั่งทำกับข้าวอยู่หน้าห้อง

keyboard_arrow_up