ตร.โคราชส่งตัวยาตรวจสอบ โยงหลักฐาน นศ.วางยาฆ่าหมา ศิริราชประชุมเครียด นศ.-ผู้ปกครอง

ศิริราชประชุมเครียดตรวจสอบ นศ.แพทย์วางยาสุนัข อ้างรอตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในก่อนแถลงข่าว ขณะที่ตำรวจโคราชส่งยาให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบ ด้านคนขับรถเลื่อนนัดสอบปากคำเป็นวันที่ 12 ก.ย. 60

ความคืบหน้ากรณีหนุ่มนักศึกษาแพทย์รายหนึ่ง ว่าจ้างบริษัทรถขนส่งสัตว์เลี้ยง ส่งสุนัขพันธุ์ปอมไปที่โรงพยาบาลสัตว์เซ็นเตอร์เพ็ท อ.เมือง จ.นครราชสีมา แต่ปรากฏว่าสุนัขตายก่อนที่จะถึงมือหมอ ทำให้หนุ่มเจ้าของสุนัขพยายามเรียกร้องเอาเงินค่าประกันกับบริษัทรถขนส่งสัตว์เลี้ยง ทางคนขับรถจึงขอให้โรงพยาบาลสัตว์ผ่าพิสูจน์ซากสุนัข ก่อนจะพบว่าในกระเพาะสุนัขมียาอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังพบพิรุธเจ้าของสุนัขอีกหลายอย่าง รวมทั้งมีโรงพยาบาลสัตว์อีกแห่งในจังหวัดนครราชสีมา แจ้งว่าเคยเจอเคสเดียวกันนี้ด้วย จึงสันนิษฐานว่าสุนัขอาจจะถูกเจ้าของวางยาเพื่อเรียกค่าเงินประกัน ทางโรงพยาบาลสัตว์จึงได้นำเรื่องราวที่พบไปโพสลงในโลกโซเชียลจนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก

ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 60 พ.ต.ท.พิชัย เชิดชู รอง ผกก.สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการเรียกตัวพนักงานขับรถบริษัทรถขนส่งสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในเหตุการณ์ มาสอบปากคำ แต่เนื่องจากว่าพนักงานขับรถมีอาการล้าจากการเดินทางไปให้สัมภาษณ์สื่อต่าง จึงได้ขอเลื่อนนัดไปเป็นวันพรุ่งนี้แทน ส่วนยาที่ทางโรงพยาบาลสัตว์เซ็นเตอร์เพ็ท ผ่าได้จากกระเพาะสุนัขและนำมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ทาง สภ.โพธิ์กลางจะนำส่งไปให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา ตรวจสอบว่าเป็นยาชนิดใด ก่อนนำมาประกอบในสำนวนคดี ทั้งนี้อาจจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 30 วัน จึงจะทราบผลการตรวจสอบชนิดของยา ส่วนเรื่องคดีนั้น ตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับใคร เพราะต้องรวบรวมหลักฐาน และเรียกตัวพยานมาสอบปากคำอย่างครบถ้วนก่อน

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีเฝ้าสังเกตุการณ์การประชุมทีมผู้บริหารนำโดยคณบดีแพทย์ศิริราช หลังมีข้อมูลว่าทางมหาวิทยาลัยได้เชิญตัวนักศึกษาคนก่อเหตุ และผู้ปกครองมาพูดคุยถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. ทางศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ร่วมประชุมในวาระพิเศษนี้ด้วย ซึ่งยังไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชน โดยบอกเพียงคร่าวๆ ว่าจะมีการหารือร่วมกันต่อกรณี นศ.แพทย์วางยาสุนัขด้วย ซึ่งก็ต้องรอติดตามความคืบหน้าภายหลังการประชุมอีกครั้ง

keyboard_arrow_up