“น้องพร” ป้องพ่อแม่ไม่เกี่ยวเชิดสินสอด เผยปมในใจ เหตุใดทำลายหัวใจผู้ชายนับสิบ (คลิป)

หลังจาก น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ ถูกควบคุมตัวไว้ภายในกองบังคับการปราบปราม และมีการแถลงข่าวเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวขึ้นรถยนต์กระบะ โตโยต้า ไฮลัก วีโก้ สีดำ ของกลางที่ น.ส.จริยาภรณ์ ขโมยไปก่อนหลบหนี เพื่อเดินทางนำตัวไปส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์

นางสาวจริยาภรณ์เข้าให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ล่าสุด วันนี้ (8 ก.ย.) น.ส.จริยาภรณ์ ที่ก่อนหน้านี้ก่อคดีอย่างต่อเนื่องมาแล้วกว่า 6 ปี จากการตรวจสอบพฤติการณ์ ผู้ต้องหาพบว่าได้เริ่มก่อเหตุหลอกลวงผู้ชายทั้งหมด 14 คน ตั้งแต่ปี 2554 โดยใช้แอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊กในการติดต่อเหยื่อ แล้วใช้ถ้อยคำหว่านล้อมด้วยคำหวานจนฝ่ายชายหลงรักยอมแต่งงาน ซึ่งบางรายก็จะอ้างว่าตัวเองท้องฝ่ายชายจึงยอมตกลงแต่งงานด้วย ก่อนจะบอกว่าแท้งในเวลาต่อมา

ผู้เสียหายทุกราย จะถูกน้องพรชักชวนให้ร่วมลงทุนธุรกิจสวนผลไม้ โดยผู้เสียหายบางรายก็ยอมรับว่าหวังผลทางธุรกิจจริงจึงยอมตกลงแต่งงานด้วย ขณะเดียวกันเมื่อแต่งงานกันแล้วจะอยู่กินกันเพียง 1-2 วัน น้องพรก็จะค่อยๆ ตีตัวออกห่างก่อนเชิดเงินสินสอดและทรัพย์สินหลบหนี ส่วนการสอบปากคำน้องพร ให้การรับสารภาพว่า ตนเองทำอาชีพขายผลไม้ มีการพบเจอผู้เสียหายหลายคน และมีการไปมาหาสู่จนถึงขั้นแต่งงานกันจริง แต่ระยะเวลาอยู่กินกันไม่นาน โดยยอมรับว่ามีการแต่งงานกับผู้ชายเพียง 7 ใน 14 ราย เท่านั้น และไม่มีเจตนาหลอกลวงเอาทรัพย์สิน เพราพทุกคนที่คบหามีความรักให้กันจริง ส่วนรายอื่นเป็นเพียงคดีฉ้อโกงทรัพย์เท่านั้น

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าที่ผ่านมาได้รักชายที่แต่งงานด้วยหรือไม่และที่บอกว่ารักผู้ชายที่แต่งงานด้วยทุกคนแต่มีการคบซ้อนเพื่อหลอกแต่งงานกับคนอื่นอีก นิยามความรักคืออะไร น้องพร ถึงกับมีสีหน้าแดงคล้ายจะร้องไห้ ไม่ขอตอบคำถามใดอีก และตอบสั้นๆ ระหว่างช่วงที่เดินออกจากห้องแถลงข่าวว่า “หากผู้ชายไม่โลภ ก็คงไม่เป็นแบบนี้” ก่อนที่ตำรวจจะควบคุมตัวไปให้ สภ.ประตูนำจุฬาลงกรณ์ เพื่ออายัดตัวไปเพื่อดำเนินคดี

ขณะที่นายกิตติศักดิ์ ตันติวิวัฒกุล หรือตี๋ ชายคนสนิทของน้องพรที่ถูกจับมาพร้อมกัน บอกว่า ตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องดังกล่าว ตอนนี้ตนก็สูญเงินไปประมาณ 4-5 หมื่นบาท และมั่นใจว่าตนก็ถูกหลอกมาเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ

น.ส.จริยาภรณ์ ยกมือขอโทษพ่อแม่
ขณะที่ น.ส.จริยาภรณ์ นั่งอยู่บริเวณที่นั่งหลังคนขับ เมื่อผู้ต้องหานั่งอยู่บนรถเพียงไม่ถึง 1 นาที ได้หันหน้ามาพูดกับสื่อมวลชนเพียงสั้นๆ โดยยกมือไหว้ ก่อนระบุว่า ตนนั้นฝากสื่อมวลชนขอโทษพ่อแม่ด้วย ตนรู้สึกสงสารพ่อกับแม่ เนื่องจากทุกครั้งตนนั้นโกหกพ่อแม่ให้มาร่วมงานตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวออกไปทันที
นางเหมียว พี่สาวของน้องนางสาวจริยาภรณ์

ขณะที่ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านของนางเหมียว (นามสมมติ) พี่สาวคนโต จากทั้งหมดพี่น้อง 3 คนบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา พบเพียงนางเหมียว อาศัยอยู่กับลูก-หลานและสามี นางเหมียว เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนมีอาการไม่สบาย เพราะเครียดกับเรื่องนี้มาก ทำให้ออกไปขายของที่ตลาดนัดไม่ได้ ต้องขาดรายได้มาเลี้ยงดูครอบครัวหลังจากได้ทราบข่าวว่าน้องสาวถูกจับกุมตัวแล้ว ในฐานะที่เป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันก็รู้สึกเป็นห่วง แต่ก็ขอให้เป็นไปตามเวรตามกรรม ตอนนี้เป็นห่วงพ่อกับแม่มากไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร ทั้งสองคนก็อายุมากแล้ว และเริ่มเจ็บป่วยด้วย หนีหายไปนานกว่า 8 วันแล้ว อยากให้เรื่องนี้จบลงเร็วๆ พ่อกับแม่จะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเสียที

ส่วนกรณีที่น้องน้ำมนต์ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่าที่ทำไปเพราะโกรธแค้นผู้ชายที่มาหลอกนั้น นางเหมียวบอกว่า ที่ผ่านมาเป็นระยะเวลา 4 – 5 ปี ไม่ได้ติดต่อหรือข้องเกี่ยวกับน้องสาวคนนี้เลยไม่รู้ว่าไปทำอะไรไว้บ้าง สามีคนแรกที่มีลูกด้วยกัน 2 คนอยู่อำเภอท่าลี่ จ.เลย ก่อนเลิกกันก็ทราบว่าฝ่ายชายหนีไปมีผู้หญิงคนใหม่ แต่เรื่องอื่นๆ หลังจากนั้นไม่ทราบเลยจริงๆ

 

keyboard_arrow_up