หมอเตือน ‘อังกาบหนู’ รักษามะเร็งไม่ได้ ทำให้เกิดพิษ-เป็นหมัน

หมอแล็บแพนด้า เตือน ‘อังกาบหนู’ รักษามะเร็งไม่ได้ ทำให้เกิดพิษและเป็นหมัน ด้าน รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ชี้สรรพคุณป้องกันสมองเสื่อม แต่ยังไร้งานวิจัยว่ารักษามะเร็งได้ จากกรณีชาวบ้านในหลายจังหวัด แห่ไปเก็บใบต้นอังกาบหนูมาต้มเป็นน้ำชา แล้วใช้ดื่มแทนน้ำ เนื่องจากมีกระแสข่าวว่า ต้นอังกาบหนู มีสรรพคุณในการรักษาโรคมะเร็งและโรคเบาหวานได้ ล่าสุด เภสัชกรหญิงสุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวถึงสมุนไพรตัวนี้ ว่า เป็นพืชสมุนไพรเก่าแก่ ส่วนใหญ่ปลูกที่บ้านหมอยา แต่ยังไม่เคยเจอในป่าธรรมชาติ สรรพคุณจากหมอพื้นบ้านพบว่า คล้ายกับสมุนไพรในกลุ่มฟ้าทะลายโจร เสลดพังพอน เหงือกปลาหมอ ทองพันชั่ง รางจืด กระดูกไก่ดำ เสนียด เป็นต้น ใช้คล้ายๆ กันคือแก้อักเสบ แก้ปวด แก้ไข้ แก้หวัด แก้ไอ เป็นยาบำรุง รักษาริดสีดวง นอกจากนี้พบว่ามีการวิจัยมากพอสมควรเรื่องการแก้อักเสบ แก้ปวด ฆ่าเชื้อรา และแบคทีเรีย ไวรัส เบาหวาน ความดัน อาจจะเพราะมีฤทธิขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ และมีฤทธิไปยับยั้งเอ็นไซม์ที่ทำลายสารต้านอนุมูลอิสระโดยธรรมชาติ และยับยั้งเอ็นไซม์ที่ทำลายสารป้องกันสมองเสื่อม จึงน่าจะมีประโยชน์ต่อสมอง เภสัชกรหญิงสุภาภรณ์ เผยด้วยว่าเคยมีคนศึกษาสารสกัดจากใบและต้นของพืชสมุนไพรอังอาบหนู พบว่ามีโครงสร้างแอนตี้มะเร็ง […]

พระครูดังโผล่การันตี ‘อังกาบหนู’ รักษามะเร็งได้! วอนหน่วยงานเข้าวิจัยต่อ (คลิป)

จากกรณีที่นายพิภพ ไขแจ้ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวัดโบสถ์ หมู่ 5 ต.เมืองบางขลัง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ออกมาเปิดเผยถึงสรรพคุณของ  ต้นผ่าด้าม ที่ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศได้เป็นอย่างดี ถึงขั้น ไวอะกร้า ยังต้องเรียกพี่จนกลายเป็นข่าวโด่งดังเมื่อช่วงต้นปีทีผ่านมา ล่าสุดนายพิภพได้ออกมาเปิดเผยอีกว่า ยังมีพืชสมุนไพรอีกตัวหนึ่งที่มีสรรพคุณน่าทึ่งยิ่งกว่า เพราะสามารถรักษาโรคมะเร็งระยะสุดท้ายให้หายได้ เพียงแค่เด็ดกิ่งก้าน-ใบมาต้มดื่มเหมือนน้ำชา กินติดต่อกันไม่กี่เดือนก็จะเห็นผลทันที พืชที่ว่านั้นก็คือต้น อังกาบหนู เป็นไม้พุ่มเตี้ย สูงประมาณ 1-1.5 เมตร ลำต้นเกลี้ยง มีหนามยาวรอบข้อ ออกดอกสีเหลืองตามซอกใบ และปลูกง่ายมาก นายพิภพ ระบุว่า เมื่อหลายปีก่อนตนป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 2 เพราะสูบบุหรี่จัด และยาปัจจุบันก็ไม่มีรักษา เลยลองหันมาพึ่งพาพืชสมุนไพรพื้นบ้าน พระครูพิพัฒน์สุตากร เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ แนะนำให้เอายอดใบต้นอังกาบหนูที่มีปลูกอยู่ในวัดไปต้มดื่มกินเช้า กลางวัน เย็น ปรากฏว่าแค่เดือนเดียวอาการหายใจติดขัด เจ็บหน้าอก ปวดหลัง ก็หายทันที พอถึง 3 เดือนไปเอกซเรย์ปอดที่กรุงเทพฯ ก็พบว่าจุดดำเริ่มจางลง และหายไปในที่สุด นายพิภพกล่าวอีกว่า นอกจากตัวเองกินหายแล้ว ยังมีเพื่อนชื่อแดง ชาว อ.ศรีสำโรง อีกคนป่วยเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย จึงแนะนำให้ลองกินต้นอังกาบหนู ปรากฏว่าผ่านไปหนึ่งเดือนอาการท้องแข็งโตเหมือนคนใกล้คลอดก็ยุบลงอย่างเห็นได้ชัด พอกินมาได้ 6 […]

ที่พึ่งสุดท้าย! แม่เด็ก 7 ขวบอยากให้ลูกหายจากโรคร้ายเข้าคิวรับยาหมอแสง

ในทุกๆวันหยุดสัปดาห์แรกต้นเดือน ‘หมอแสง’ จะแจกยาฟรีให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งมารับยาไปทาน ซึ่งเดือนนี้ก็เช่นกันมีประชาชนเรือนหมื่นมานอนรอรับยา เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.60 มีผู้ป่วยโรงมะเร็งพร้อมญาติ กว่า 30,000 คน ได้เดินทางมาเตรียมเข้าคิวที่บริเวณบ้าน นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือที่รู้จักกันในนาม ‘หมอแสง’ จ.ปราจีนบุรี เพื่อรอการเรียกเข้าคิวเพื่อตรวจสอบหลักฐาน ก่อนที่จะรับยา จนกระทั่งเวลาประมาณ 24.00 น. ทางทีมงานหมอแสงเริ่มแจ้งให้เข้าคิว ซึ่งในเดือนนี้มีผู้ป่วยมาขอรับยาสมุนไพรมากกว่าทุกเดือนที่ผ่านมา และการแจกยาเดือนนี้ เริ่มเวลา 24.00-04.00 น. นางนาราดา เดชอาภรณ์ อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดกาญจนบุรี อาชีพค้าขาย พาบุตรชายวัย 7 ขวบ นั่งรถเข็นเพื่อขอรับยาจากหมอแสง โดยกล่าวว่า บุตรชายไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พบว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ก้านสมอง ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ทางแพทย์ให้การรักษาโดยการฉายแสง 30 ครั้ง พร้อมกินยาคีโม ต้องเสียค่ารักษาเดือนละประมาณ 4 – 5 หมื่นบาท แต่ลูกอาการไม่ดีขึ้นทางแพทย์ให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน จนมาทราบว่า หมอแสงมีสมุนไพรรักษามะเร็ง […]

อีก 3 เดือนรู้เรื่อง! ‘ยาหมอแสง’ รักษามะเร็งได้จริงหรือไม่ พร้อมแจกอีกรอบธ.ค.นี้

จากกรณีของหมอแสง หรือ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล ได้การแจกแคปซูนยาสมุนไพร ที่อ้างว่าสามารถใช้รักษาอาการป่วยจากโรคมะเร็งได้ จนทำให้ประชาชนทั้งใน จ.ปราจีนบุรี และทั่วประเทศ จำนวนหลายพันคนเดินทางหลั่งไหลกันมาเพื่อขอรับยาฟรีนั้น นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก บอกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกันว่ายาสมุนไพรที่ประชาชนได้รับแจกนั้นมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยในการรักษาโรคมะเร็งหรือไม่ ซึ่งได้เปิดโอกาสให้หมอแสงเข้ามาอยู่ในคณะวิจัยนี้ด้วย ทั้งนี้การศึกษาจะแบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ การศึกษาประสิทธิผลเบื้องต้นต่อเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ และการศึกษาลักษณะประชากรและประเมินกลุ่มเสี่ยงในผู้ป่วยมะเร็งที่มารับยาสมุนไพร ซึ่งการวิจัยจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2561 หากพบว่ายาสมุนไพรดีมีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย และปราศจากผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย ก็จะนำไปสู่การพัฒนามาตรฐานวัตถุดิบและยาต้นตำรับนี้ต่อไป ขณะที่หมอแสง บอกว่า ยืนยันว่า ยาสูตรนี้ส่วนใหญ่มีส่วนผสมมาจากสมุนไพรธรรมชาติ ซึ่งจะใช้ได้ผลดีกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่ อย่างไรก็ตามก็ต้องขอขอบคุณกระทรวงสาธารณสุขที่ให้โอกาสนำยาสมุนไพรตัวนี้มาร่วมวิจัย แม้ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็จะยังเดินหน้าพัฒนาตัวยาสมุนไพรรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อไป นอกจากนี้หมอแสงบอกด้วยว่า แม้จะเคยได้รับการติดต่อจากต่างชาติให้นำยาตัวนี้ส่งขายต่างประเทศ แต่โดยส่วนตัวมองว่าอยากให้คนไทยได้ใช้ของดีๆ ก่อน และในเดือนธันวาคมนี้ก็จะยังคงเปิดให้มีการมารับยาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็งเช่นเดิม โดยคาดว่าจะมีผู้ป่วยเดินทางมาขอรับยาไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน

keyboard_arrow_up