“แบดมินตัน” กีฬามีประโยชน์ แต่ยังไม่ปรากฏความเป็นมาที่ชัดเจน

แบดมินตัน (Badminton) เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ที่ใช้ไม้ตีลูก ลูกสำหรับใช้ตีนั้น เรียกกันมาช้านานว่า “ลูกขนไก่” เพราะสมัยก่อนกีฬานี้ใช้ขนของไก่มาติดกับลูกบอลทรงกลมขนาดเล็ก ปัจจุบันลูกขนไก่ผลิตจากขนเป็ดที่คัดแล้ว ลูกบอลทรงกลมขนาดเล็กที่ทำเป็นหัวลูกขนไก่ทำด้วยไม้คอร์ก กีฬาแบดมินตันมีความเป็นมาจากหลักฐานต่าง ๆ จะสามารถบ่งบอกที่มาของกีฬาประเภทนี้ไว้ที่หลายยุค เช่น… ในจีนช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 มีภาพวาดเก่า ๆ ซึ่งบ่งบอกว่ามีการใช้ขนไก่มาทำเป็นลูกขนไก่ใช้ในการเล่น ซึ่งตอนนั้นจะใช้เท้าเตะกัน 2 คนหรือจะตั้งวงกัน 3-4 คน คริสต์ศตวรรษที่ 13 ชาวอินเดียแดงในอเมริกาตอนใต้ ใช้ขนนกหรือขนไก่ผูกติดกับลูกกลมโดยลูกบอลกลมนั้นใช้หญ้าฟางพันขมวดเข้าด้วยกัน และให้ขนไก่ชี้ไปทางเดียวกันและเวลาเล่นใช้มือจับลูกขนไก่นั้นปาใส่ผู้เล่นคนอื่น ๆ ให้ช่วยกันจับ ตลอดช่วงเวลาที่กล่าวมานี้ ยังไม่มีการใช้แร็กเกต หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ตีปะทะลูกขนไก่ แต่ใช้มือ หรืออวัยวะอื่น ๆ แทน คริสต์ศตวรรษที่ 14 ชาวญี่ปุ่นได้มีการใช้ขนไก่ หรือขนนกเสียบผูกติดกับหัวไม้ และใช้ไม้ตีลูกขนไก่นั้น โดยไม้ที่ใช้ตีทำมาจากไม้กระดาน ตีลูกขนไก่ไปมานับว่าเป็นวิวัฒนาการในรูปลักษณ์ของการเล่นแบดมินตันที่ใกล้เคียงกับยุคปัจจุบันมากที่สุด โดยมีการใช้แร็กเกตตีลูกขนไก่แทนการใช้อวัยวะของร่างกาย ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 ในแถบยุโรปมีการเขียนภาพสีน้ำมันถึงการเล่นกีฬาแบดมินตันในราชสำนักต่างๆ พระราชินีคริสตินาแห่งสวีเดนทรงจำลองไม้แบดมินตันมาจากแร็กเกตในกีฬาเทนนิส และใช้ขนไก่หรือขนนกเสียบติดกับหัวไม้ก๊อก ส่วนเจ้าฟ้าชายเฟรดเดอริค มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก […]

อย่าทิ้งให้เป็นเศษขยะ เพราะว่า ‘ขวดพลาสติก’ มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

อย่างที่หลายคนคงจะทราบกันดี ว่าขยะที่เกิดจากมนุษย์นั้น กลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่จนยากจะแก้ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะบรรดาขวดพลาสติกที่ถูกทิ้งขว้างทั้งหลาย ที่นอกจากจะใช้เวลาย่อยสลายนานนับร้อยๆ ปีแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อทั้งมนุษย์และระบบนิเวศที่มีพวกมันตกค้างอยู่ จึงไม่แปลกที่จะมีคนจำนวนมากหาวิธีกำจัดของเหลือทิ้งเหล่านี้ให้หมดไป หรือนำมันไปดัดแปลงเป็นของใช้ประเภทอื่นที่สร้างเป็นสิ่งอำนวยความสะดวก หรืออุปกรณ์การใช้งานอื่นๆ ที่มีความทนทาน และสามารถใช้งานได้หลากหลาย อย่างเช่นบรรดาสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกออกแบบมาจากขวดพลาสติกข้างล่างนี้

มีไว้อุ่นใจ! โซเชียลแชร์ประสบการณ์การใช้ ‘คาร์ซีท’ ที่มีประโยชน์กว่าที่เราคิด

แม้จะเป็นอุปกรณ์นิรภัยสำหรับเด็กที่ได้รับความนิยมจากพ่อแม่ทั่วโลก แต่ก็ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่อาจมองว่า คาร์ซีท (Car Seat) เป็นอุปกรณ์สิ้นเปลืองที่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แม้ในความจริงแล้ว…คาร์ซีทนั้นนับเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องลูกน้อยจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางได้ อย่างเช่นเหตุการณ์ที่ถูกเผยแพร่โดยเฟซบุ๊ก คุณแม่มือใหม่ ที่จะแสดงให้เห็นว่า เก้าอี้สำหรับเด็กนี้มีประโยชน์มากกว่าที่เราคิดมากนัก แม้จะฟังดูเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายๆ คน แต่ในหลายประเทศได้มีการกฎหมายที่กำหนดให้มีเบาะนั่งรถยนต์ทารก รวมทั้งสหรัฐอเมริกา ที่ระบุให้มีการใช้กับคาร์ซีทกับเด็กจนถึงอายุ 2 ปีในรถยนต์และยานพาหนะอื่นอย่างปลอดภัย ส่วนเบาะนั่งรถยนต์อื่น ที่เรียก “เบาะนั่งเสริม” (booster seat) นั้น กฎหมายกำหนดให้มีจนเด็กโตพอจะใช้เข็มขัดนิรภัยผู้ใหญ่ ซึ่งปกติคือเมื่อเด็กสูง 1.45 เมตรขึ้นไป เด็กต้องครบห้าเกณฑ์ก่อนจึงย้ายเบาะนั่งเสริมออก ได้แก่ ตำแหน่งเบาะนั่งของเด็ก ตำแหน่งเข็มขัดหัวไหล่ ตำแหน่งเข็มขัดเอว ตำแหน่งเข่าและความสามารถที่นั่งได้อย่างเหมาะสมตลอดการเดินทาง อีกทั้งในบางประเทศอย่าง ออสเตรเลีย ยังห้ามไม่ให้เบาะนั่งสำหรับเด็กหันหลังในเบาะนั่งหน้าซึ่งมีถุงลมนิรภัยอีกด้วย เนื่องจากจะทำให้ศีรษะของทารกใกล้กับถุงลมนิรภัย ซึ่งสามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บศีรษะรุนแรงหรือเสียชีวิตได้หากถุงลมนิรภัยกางออก

ช่างภาพเฝ้าติดตาม ‘โต๊ะปิงปอง’ ที่ไม่มีคนใช้มากว่า 5 ปี และพบว่า…มันมีประโยชน์มากกว่าที่เป็น

อย่างที่เรารู้ๆ กันดี ว่าสิ่งของแต่ละอย่างในโลกใบนี้ ล้วนแต่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรืออาจนำมาดัดแปลงได้อีกแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น แต่จากการเฝ้าดูโต๊ะปิงปองตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้กับที่พักในเมืองไลพ์ซิจ ประเทศเยอรมนี ตั้งแต่ปี 2012 ถึง 2016 ช่างภาพอย่าง Hayahisa Tomiyasu ก็ได้พบกับสัจธรรมอย่างหนึ่งในชีวิต เพราะแม้โต๊ะปิงปองเก่าๆ ที่แทบไม่เคยมีใครมาใช้งานแล้ว ก็ยังมีประโยชน์อย่างอื่นที่อาจดูเหมือนเป็นการใช้งานผิดวิธี แต่สุดท้ายแล้ว…ของที่อาจสูญเสียคุณค่าในตัวมันเองไปแล้ว ก็ยังสามารถถูกใช้ประโยชน์ในฐานะสิ่งของแบบอื่นได้

จำเป็นแค่ไหนและมีประโยชน์อย่างไร สำหรับการมี ‘ธรณีประตู’ ไว้ในบ้าน!?

หากไม่นับความเชื่อของคนสมัยก่อน ที่ห้ามไม่ให้เหยียบธรณีประตู เพราะตรงจุดนั้นเป็นที่สถิตของพระภูมิประตูอยู่ และยังเป็นกุศโลบายที่เตือนให้คนก้าวเดินไปยังห้องต่างๆ อย่างมีสติ เพราะต้องคอยยกเท้าข้ามธรณีประตูเวลาไปยังห้องใหม่ เชื่อว่าคงมีหลายคนเหมือนกันที่อดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าขอบกั้นที่ติดอยู่กับพื้นนี้มีประโยชน์ และมีความจำเป็นมากแค่ไหนที่ต้องมีส่วนๆ นี้อยู่ในการออกแบบบ้าน เอาเป็นว่าก่อนอื่นเรามาดูกันสักหน่อยดีกว่า ว่าประโยชน์ของธรณีประตูที่อยู่นอกเหนือความเชื่อของคนสมัย ยังมีประโยชน์อะไรในบ้านยุคใหม่นี้บ้าง 1. กันแสงลอด : อันนี้ไม่ใช่เพลง แต่เป็นประโยชน์ที่ช่วยลดแสงที่จะลอดผ่านเข้ามาจากช่างว่างใต้ประตู ที่อาจเป็นการรบกวนการพักผ่อนได้ 2. กันแมลงและฝุ่นละออง : ไม่ว่าคุณจะทำความสะอาดบ้านดีแค่ไหน แต่ช่องว่างใต้ประตูนั้นอาจเป็นจุดที่ทำให้ฝุ่นและแมลงรบกวนเข้ามาเยือนให้ห้องของคุณได้อย่างง่ายดาย แต่ปัญหานี้แก้ได้ง่ายๆ ด้วยการทำธรณีประตู 3. รักษาอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ : หลายคนอาจไม่ทราบว่ากาศเย็นนั้นมักจะลอยอยู่ในระดับต่ำ และหากไม่มีธรณีประตูช่วยกั้นช่องว่างใต้ประตู ก็อาจทำให้อากาศเย็นไหลออกไป และทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานมากขึ้น 4. กันความชื้น : อย่างที่เราคงเห็นกันบ่อยๆ ว่าพื้นที่ระหว่างห้องน้ำกับพื้นที่ปกติต้องมีการแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการทำความระหว่าง และป้องกันให้ความชื้นทำให้พื้นที่น้องนอกน้ำได้รับความเสียหาย ได้ยินแบบนี้หลายคนอาจคิดว่าธรณีประตูนั้นจำเป็นต้องมีติดบ้าน แต่ขณะเดียวกัน…การดีไซน์ยุคใหม่ก็มองว่าธรณีนั้นไม่เป็นจำเป็นต้องมีก็ได้ และสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยวิธีอื่นๆ ที่ไม่ต้องพึ่งขอบกั้นพื้นซึ่งทำให้บ้านดูไม่ทันสมัยด้วย ฉะนั้นจึงต้องช่างน้ำหนักความสำคัญแล้วว่า…ธรณีประตูนั้นจำเป็นกับเรามากแค่ไหน!?

ทำไมต้องคุ้มครอง ‘ตัวเงินตัวทอง’ เมื่อสัตว์มีประโยชน์ กลายเป็นสิ่งมีชีวิตสังคมรังเกียจ!?

จากกรณีที่มีกระแสข่าวการจับฝูงตัวเงินตัวทอง ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ในพื้นที่ หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 4 ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โดยการวางแร้วดักจับจำนวน 15 จุด ซึ่งสามารถจับตัวเงินตัวทองได้กว่า 49 ตัว ก่อนจะนำไปไว้ที่สถานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแล โดยจะนำตัวเงินตัวทองมาตรวจสุขภาพพร้อมจะทำการตรวจสุขภาพหาโรค ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่เป็นแหล่งอาศัยต่อไป ซึ่งสร้างความสงสัยให้กับสังคมออนไลน์อย่างมาก ว่าเหตุใดจึงไม่ฆ่าทิ้ง แต่กลับทำการจับและย้ายไปไว้ที่อื่นแทน ถึงจะฟังดูขัดหูใครหลายๆ คน แต่ ตัวเงินตัวทอง หรือ เหี้ย นั้น จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองลำดับที่ 19 ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดยห้ามเลี้ยง ซื้อ ขาย หรือครอบครอง หากต้องการทำต้องได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานฯ ก่อน และถ้าฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุก 4 ปี ปรับ 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งนั่นคือเหตุผลแรกว่าทำไมจึงไม่สามารถกำจัดตัวเงินตัวทองได้ แม้จะเป็นกฎหมายที่ถูกมองว่าไม่สมกับยุคสมัย เพราะปัจจุบันตัวเงินตัวทองสามารถพบได้แม้กระทั่งท่อระบายน้ำในเมือง แถมยังชอบบุกเข้าอยู่ในพื้นที่อยู่อาศัยของผู้คนอีกต่างหาก […]

ซับซ้อนซ่อนเงื่อนดีแท้..นี่คือ 5 สิ่งปลูกสร้างสาธารณะ ที่ทำขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายที่มากกว่าแค่บริการประชาชน

เป็นเรื่องปกติของประชาชนทุกประเทศในโลกที่ต้องฝากอนาคตหลายๆ อย่าง ไว้กับผู้ที่ทำหน้าที่เป็นรัฐบาล และก็เป็นเรื่องปกติของผู้มีตำแหน่งเหล่านั้นเช่นกันที่ต้องนำเงินภาษีต่างๆ

keyboard_arrow_up