เร่งสอบ ปมสาวไทยถูกหนุ่มญี่ปุ่นซ้อม ดับคาโรงแรมในโตเกียว

จากกรณีเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 61 ตำรวจได้รับแจ้งจากคนดูแลโรงแรมในย่านไทโต ของกรุงโตเกียว ว่า ได้ยินเสียงชายหญิงทะเลาะกัน และมีเสียงผู้หญิงกรีดร้องดังออกมาจากในห้อง ซึ่งเมื่อตำรวจไปถึง ก็ได้เคาะประตู และมีเสียงผู้ชายตะโกนออกมาว่าให้รอก่อน แต่เมื่อตำรวจใช้กุญแจเปิดเข้าไป ก็พบเพียงหญิงสาวนอนเปลือยกายอยู่ และมีบาดแผลที่ศีรษะและตามร่างกาย มีเลือดไหลจำนวนมาก ส่วนชายคนดังกล่าวได้กระโดดจากชั้น 5 และนอนสลบอยู่ที่พื้น โดยสวมเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียว ภายหลังหญิงคนดังกล่าวได้เสียชีวิตลงเมื่อเย็นวานนี้ที่โรงพยาบาล พบเป็นสาวไทยอายุ 19 ปี เดินทางเข้าญี่ปุ่นด้วยวีซ่าท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค. 61 ส่วนฝ่ายชายเป็นนักศึกษาชาวญี่ปุ่นอายุ 20 ปี ขณะนี้ยังอาการสาหัส กระโหลกศีรษะแตกและซี่โครงหัก ไม่สามารถให้การกับตำรวจได้นั้น ด้านนางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่าขณะนี้ได้ติดต่อกับครอบครัวของผู้ตายแล้ว และอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรจากโรงพยาบาลที่ญี่ปุ่น แต่ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อของหญิงคนดังกล่าว ทั้งนี้แหล่งข่าวในหน่วยปราบปรามอาชญากรรมของกรุงโตเกียวให้ข้อมูลว่าหญิงคนดังกล่าวใช้วีซ่านักท่องเที่ยวบังหน้าเพื่อเดินทางเข้าประเทศ และลักลอบขายบริการให้กับลูกค้า ซึ่งย่านที่เกิดเหตุนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นแหล่งรวมร้านเหล้า ผับ และโรงแรมม่านรูด ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เปิดผลชันสูตร ‘น้องหญิง’ ถูกทำร้ายจนตาย-แจ้งข้อหาเพิ่ม ‘อ๊อฟ’ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

จากกรณีที่ น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือ หญิง อายุ 19 ปี เสียชีวิตปริศนาหลังจากไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน อ.บางปะอิน จ.อยุธยา เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 61 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องสงสัย คือ นายสุรพล ดาราคำ หรือ อ๊อฟ อายุ 23 ปี คนขับรถเทรลเลอร์ ในความผิดฐาน “หน่วงเหนี่ยวกักขัง หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” ซึ่งขณะที่ถูกฝากขังที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น วันนี้(1 ส.ค. 61) นายสุบิน ยาวิราช ผู้เป็นพ่อของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางไปยังกองปราบปราม เพื่อแจ้งความ นายอ๊อฟ เพิ่มในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หลังจากเมื่อวานนี้ได้รับผลการชันสูตรศพน้องหญิง มีร่องรอยเขียวช้ำที่ต้นแขนขวา และบาดแผลแตกที่ข้อศอกขวา สะโพก หัวไหล่ ถูกกระแทกอย่างแรง และยังพบร่องรอยการถูกทุบหรือตีบริเวณต้นคอเป็นลักษณะวงกลม แบบดอกจัน 2 […]

น้ำมือมนุษย์!! เผยผลชันสูตร ‘วาฬนำร่อง’ พบขยะพลาสติกกว่า 8 กก. ในท้อง

กลายเป็นเหตุการณ์ชวนสะเทือนใจที่ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Watchara Sakornwimon เจ้าหน้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก (Marine and Coastal Resources Research and Development Center) ได้โพสต์ภาพและข้อความหลังจากพยายามช่วยเหลือ ‘วาฬนำร่อง’ ตัวหนึ่งที่เข้ามาเกยตื้น แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของมันได้ และทำให้วาฬตัวดังกล่าวต้องเสียชีวิตไป ซึ่งจากการชันสูตรพบว่าวาฬตัวดังกล่าวมีเศษขยะพลาสติกหนักกว่า 8 กก. อยู่ในท้องและลำไส้เต็มไปหมด

“แม่น้องนาวา” ฟังผลชันสูตร เชื่อเนอสเซอรี่ทำลูกตาย ลั่นอยากให้คนทำติดคุก

จากกรณีน้องนาวา อายุ 10 เดือน เสียชีวิตที่เนอสเซอรี่แห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ หลังจาก น.ส.วรลี เสริมจันทร์ อายุ 32 ปี คุณแม่ได้ฝากเลี้ยงไว้ โดยทางเนอสเซอรี่อ้างว่า เด็กเสียชีวิตจากผ้าปิดหน้าขณะนอน ทำให้ขาดอากาศหายใจนั้น วันนี้ (28 พ.ค. 61) นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย น.ส.วรลี เสริมจันทร์ อายุ 32 ปี, นาวาเอกวุฒนา วรศาสตร์ อายุ 68 ปี แม่และพ่อของน้องนาวา และพนักงานสอบสวน สภ.บางปู เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.พิสิษฐ์ ธรรมสุริยะ แพทย์สบ.6 รพ.ตำรวจ เพื่อสอบถามการชันสูตรศพของน้องนาวา นางปวีณา เปิดเผยว่า แพทย์ระบุว่า น้องนาวาซี่โครงซี่ที่ 2-4 ด้านซ้ายหัก เลือดออกที่ผนังหัวใจ เลือดคั่งในหัวใจ เซลล์สมองตายบางส่วน และร่างกายไม่มีบาดแผล โดยแพทย์สรุปสาเหตุการเสียชีวิตว่า ขาดอากาศหายใจแบบเฉียบพลัน […]

ตร.เตรียมสรุปสำนวนพลิกศพ ‘น้องเมย’ ให้อัยการ คาดเสร็จหลังปีใหม่’61

พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครนายก เปิดเผย ถึงการสอบสวนพยานเพื่อทำสำนวนไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ หาสาเหตุการเสียชีวิตของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนผลชันสูตรจากทางนิติวิทยาศาสตร์นั้นได้มาบางส่วนแล้ว ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ หลังจากรวบรวมพยานหลักฐาน แล้วเสร็จจะสรุปสำนวนส่งให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อไต่สวนการชันสูตรพลิกศพสาเหตุการเสียชีวิต คาดว่าหลังปีใหม่(2561) จะสามารถดำเนินการส่งสำนวนให้อัยการได้ ส่วนคดีที่เกี่ยวเนื่องกัน ญาติของน้องเมยได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของน้องเมย ไว้ที่ สภ.นาดี ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนเตรียมทหารแล้ว ขณะที่นางสุกัญญา ตัญกาญจน์ แม่น้องเมยโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ คิดถึงลูก โดยมีคนมาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจจำนวนมาก

ครอบครัวน้องเมย ไม่สน FBนักข่าวสายทหาร เผยผลสอบกองทัพ ยืนยันฟ้อง “น้องเมย” ถูกซ้อมเสียชีวิต

วันนี้ (13 ธ.ค.60) หลังจาก เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam โพสต์ระบุว่า มีรายงานข่าวในการประชุมคณะกรรมการสอบสวน ที่มี พล.อ.อ.ขวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร เป็นประธาน เมื่อช่วงเย็น 12 ธ.ค.60 นั้น ได้สรุปผลการเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหาร ภัคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย แล้วว่า เกิดจากปัญหาสุขภาพ ที่เกิดจากหลายสาเหตุ ส่งผลให้หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน นั้น ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ติดต่อสอบถามความเห็น ครอบครัวน้องเมย บอกว่า ไม่ได้ให้ความสนใจหรือให้น้ำหนักเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพราะตามที่นิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ได้ส่งผลการผ่าพิสูจน์รอบที่ 2 ออกมาแล้วว่า ตามร่างกายน้องเมยหลายแห่ง มีการบอบช้ำเพื่อ เชื่อว่า มีการถูกทำร้าย และ กระดูกซี่โครงซี่ที่ 4 หัก ไม่ได้เกิดจากการปั๊มหัวใจ ซึ่งเป็นผลการชันสูตรที่เชื่อถือได้ และขณะนี้ทางครอบครัวกำลังรอผลการชันสูตร อวัยวะภายใน ฯลฯ หัวใจ กระเพาะอาหาร และจะนำ 2 […]

ยังไม่เคลียร์! ตำรวจจ่อพบนิติวิทย์ฯ ช่วยแจงผลชันสูตร ‘น้องเมย’ ซ้ำ

รองผู้บังคับการตำรวจภูธรนครนายก เตรียมเดินทางไปพบแพทย์ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่ชันสูตรศพน้องเมย เพื่อสอบถามถึงผลการชันสูตรที่ยังมีข้อสงสัยบางอย่างอยู่ คาดว่าจะมีความชัดเจนในสัปดาห์หน้า พ.ต.อ.นิพนธ์ พานิชเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรนครนายก เปิดเผย ถึงความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ว่า พนักงานสอบสวนยังรอผลการชันสูตรส่วนที่ 2 ซึ่งเป็นการชันสูตรชิ้นส่วนอวัยวะของ “น้องเมย” ที่ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โดยผลการชันสูตรส่วนแรก คือผลการชันสูตรร่างกายที่ได้รับมานั้นยังไม่สามารถชี้ชัดหรือสรุปได้ว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากอะไร และเข้าข่ายคดีอาญาหรือไม่ ซึ่งหากได้รับผลการชันสูตรครบแล้ว ตนเองและพนักงานสอบสวนจะไปพบแพทย์ผู้ชันสูตรของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อสอบถามบางประเด็นเกี่ยวกับผลการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นจะมีการประชุมเพื่อสรุปผล คาดว่าไม่เกินสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน ส่วนพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้องขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องสอบเพิ่ม เนื่องจากที่ผ่านมาได้ทำการสอบปากคำไปแล้วกว่า 10 ปาก ทางด้าน พล.อ.อ.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหารในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง บอกว่าการตายของน้องเมยไม่ใช่หน้าที่ตน แต่เป็นหน้าที่แพทย์และนิติวิทยาศาสตร์ อีกทั้งญาติน้องเมยระบุไม่ขอเปิดเผยผลการชันสูตร ตามที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม แถลงการณ์ออกมา จึงไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าผลเป็นอย่างไร ส่วนศพน้องเมยทำพิธีฌาปณกิจไปเมื่อวานนี้ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งหลังจากเสร็จพิธีทั้งหมดแล้ว ในสัปดาห์นี้ทางครอบครัวจะเข้าไปที่ สภ. นครนายก เพื่อแจ้งความดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

เปิดผลชันสูตร “น้องเมย” ครอบครัวสงสัยพบเลือดคั่งม้าม-ตับ เชื่อไม่ได้เกิดจากการ CPR

วันนี้ ( 26 พ.ย.) นายพิเชษฐ พร้อมด้วย นางสุกัญญา และ น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ พ่อ แม่และพี่สาวของ “น้องเมย” หรือ นายภคพงษ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ จ.ชลบุรีอีกครั้ง เพื่อกล่าวขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี,พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้ง พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ให้โอกาสกับทางครอบครัวและรับปากว่าจะให้ความเป็นธรรม โดยสิ่งที่ครอบครัวอยากฝากไปยังผู้ใหญ่ทั้ง 3 ท่านคือ การสร้างความกระจ่างเรื่องสาเหตุการเสียชีวิต รวมทั้งหากเกิดจากการถูกกระทำให้เสียชีวิต ก็ขอให้นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ พร้อมขอร้องให้ผู้ไม่หวังดีหยุดการให้ร้ายผู้ตายว่า ฆ่าตัวตายเอง หรือแม้แต่เกิดจากโรคประจำตัว  นายพิเชษฐ กล่าวยืนยันว่าการออกมาให้ข่าวต่างๆ ไม่มีจุดประสงค์ที่จะโจมตีกองทัพ หรือโรงเรียนเตรียมทหารให้ได้รับความเสียหาย เพียงแต่ต้องการเรียกร้องให้บุคลากรในโรงเรียนฯ ไม่ปล่อยปละ ละเลยผู้อยู่ในการดูแลจนเกิดเรื่องน่าเศร้า และหลังจากนี้ครอบครัวก็จะยังคงจะเดินหน้าหาความจริงเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตเพื่อให้ได้ความกระจ่าง “ขณะนี้ทางครอบครัวได้รับความเห็นใจ และเมตตาจากทั้งผู้ใหญ่และผู้คนทั่วไปที่ได้ติดตามข่าวสาร ซึ่งในจุดนี้เราขอขอบคุณจากหัวใจ หลายคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน […]

keyboard_arrow_up