จบคดีหวย 30 ล้าน!! ทนายตั้ม เผยศาลยกฟ้อง ลุงจรูญชนะคดี

จากกรณีศาลจังหวัดกาญจนาบุรี นัดฟังคำพิพากษา ตัดสินคดีหวย 30 ล้านอลเวง หรือ คดีที่นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ในคดีอาญาข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร เนื่องจากทั้งคู่ต่างอ้างว่าเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 เลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เงินรางวัล 30 ล้านบาท ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หรือ ทนายตั้ม ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…ด่วนหวย 30 ล้าน ศาลยกฟ้อง!! พวกเราทำสำเร็จ #ลุงจรูญชนะคดี!! ด่วนหวย 30 ล้าน ศาลยกฟ้อง!! […]

“ครูปรีชา” ปลื้ม ศาลรับฟ้องคดีหวย 30 ล้าน แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ ด้านหมวดจรูญ-ทนายตั้ม ยันไม่เครียด มีหลักฐานอุบเพียบ

วันที่ 20 ธ.ค. 61 ศาลจังหวัดกาญจนบุรี มีนัดฟังคำสั่ง คดีหวย 30 ล้านบาท ที่ครูปรีชา ฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ ข้อหา ยักยอกทรัพย์ รับของโจร ว่ามีมูลหรือไม่ โดยนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ พร้อมร.ต.ท.จรูญ วิมูล ผู้ถูกกล่าวหาคดีลอตเตอรี่ 30 ล้าน และ นางลาวัลย์ วิมูล ภรรยา เดินทางมายังศาลจังหวัดกาญจนบุรี โดย นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ เปิดเผยว่า ขณะนี้เตรียมหลักทรัพย์ประกันตัว ร.ต.ท.จรูญ จำนวน 90,000 บาท หากศาลมีคำสั่งว่าคดีมีมูล ก่อนจะสู้ต่อในชั้นพิจารณาคดี แต่ตนยังมั่นใจว่าคดีจะไม่มีมูล ซึ่งวันนี้เป็นเพียงการฟังคำสั่งศาลว่า คดีมีมูลหรือไม่ ไม่ได้ชี้ขาดว่าลอตเตอรี่เป็นของใคร ซึ่งหากศาลเห็นว่าพยานหลักฐานที่ครูปรีชานำสืบให้การขัดแย้ง ก็อาจมีคำสั่งว่าไม่มีมูล ซึ่งตนมั่นใจว่าศาลจะสั่งให้คดีไม่มีมูล และฝั่งครูปรีชาอาจต้องยื่นอุทรณ์ต่อ แต่หากศาลสั่งว่าคดีมีมูล ก็จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ฝ่ายตนก็จะสู้ต่อ โดยใช้พยานหลักฐานต่าง ๆ ทั้งจากที่รวบรวมไว้ และจากกองปราบฯ […]

เปิดสลิปโอนเงินครึ่งล้าน โต้คลิปแฉวิ่งเต้นอัยการ – “ปรเมศวร์” ชี้หากทนายไม่คืนเงิน ฟ้องได้ (คลิป)

วันที่ 21 ก.ย. 61 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำพยานหลักฐานที่อ้างว่า มีตำรวจช่วยเหลือนางสาวอาเมเรีย จาคอป หรือ เอมี่ นักแสดง ให้ไม่ถูกดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติด มามอบให้กับพลตำรวจตรีสมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะประธานชุดสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง นายอัจฉริยะ กล่าวว่า มีพยานหลักฐานชัดเจนว่ามีการวิ่งเต้นคดีกับตำรวจ และมีตัวกลางดำเนินการซึ่งเป็นทนายความ โดยเป็นลักษณะของการไม่ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย พลตํารวจตรีสมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะประธานการสอบสวนข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ระบุว่า ภายหลังจากที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องดังกล่าว เพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริง ว่าชุดจับกุมรวมถึงพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีมีข้อบกพร่องในการทำสำนวนคดีหรือไม่ ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชน พร้อมด้วยนางสาวอาเมเรีย จาคอป หรือ เอมมี่ นำเอกสารที่คัดสำเนามาจากศาล มายื่นต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ส่วนหลักฐานที่นำมามอบให้ตำรวจ เป็นสำเนาคำพิพากษาที่คัดมาจากศาล ซึ่งมีการเซ็นสำเนาถูกต้องทุกแผ่น ส่วนประเด็นที่ทำให้เอมี่ไม่ถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติด มาจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทั้งหมด นอกจากนี้ กรณีเพจเฟซบุ๊ก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม […]

ษิทรา โพสต์ให้กำลังใจอัจฉริยะ หลังประกาศปิดชมรมฯ เผยอย่าท้อ ขอให้ทำงานเพื่อสังคมต่อไป

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โดยมีเนื้อหาให้กำลังใจ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ หลังจากประกาศปิดชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้… รู้สึกใจหายที่พี่อัจฉริยะประกาศ #ปิดชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม เมื่อก่อนเราเจอกันบ่อย มีระยะหลังที่ต่างคนต่างทำหน้าที่ทำให้ไม่ค่อยได้คุยกัน จึงอาจมีเรื่องทำให้เข้าใจผิด เมื่อวานหลังจากที่พี่อัจฉริยะโพสในทำนอง #หมดศรัทธา ในตัวผม แล้วผมก็ตอบโต้ด้วยการพูดถึงจุดบกพร่องในการทำคดีของพี่อัจฉริยะในทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ผมยอมรับว่าผมใจร้อน พอเห็นข้อความของพี่เค้าก็ตอบโต้ โดยไม่คิดให้รอบคอบ ทั้งๆที่ ที่ผ่านมาพี่อัจฉริยะเป็นพี่ชายที่แสนดี ห่วงใยผมมาตลอด การที่พี่อัจฉริยะจะปิดชมรมผมว่าเป็นสิ่งที่น่าเสียดาย เพราะชมรมนี้ได้ทำสิ่งที่ดีให้แก่สังคมมากมาย และส่วนมากจะช่วยคนที่โดนรังแก ไม่ได้ช่วยคนผิด ซึ่งก็ตรงกับเจตนารมณ์ของทีมงานทนายประชาชนเช่นกัน ทุกวันนี้ผมรู้ว่าพี่ท้อ ผมก็ไม่ต่างกัน แต่การทำงานเพื่อช่วยเหลือสังคมมันต้องมีมรสุมบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งตัวผมและพี่อัจฉริยะต้องผ่านมันไปให้ได้ ขอเป็นกำลังใจให้พี่ต่อสู้เพื่อสังคมต่อไปนะครับ #อย่าท้อ

“ษิทรา” ลั่น ท้าเลิกอาชีพทนายไม่ผิดมรรยาท โต้เจ็บปอดแหก จ่อเปิดตัวหนังสือคดีหวย (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 61 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าจะมีการวางจำหน่ายหนังสือเกี่ยวกับหวย 30 ล้าน ที่ลงมือเขียนด้วยตนเอง โดยมีข้อความระบุว่า “ปาฏิหาริย์ “หวย 30 ล้าน” ดังสนั่นเมือง วางจำหน่ายเดือนหน้าที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศนะครับ” และแสดงความคิดเห็นผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ทุบโต๊ะข่าว” ในข่าวที่ทนายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความของครูปรีชา ใคร่ครวญ ให้สัมภาษณ์กับอมรินทร์ ทีวี นั้น วันที่ 23 ส.ค. 61 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เปิดเผยว่า ตนตัดสินใจเขียนหนังสือเล่มนี้เนื่องจาก เป็นโอกาสครบรอบหนึ่งปีของคดีหวย 30 ล้านในวันที่ 1 พ.ย. นี้ โดยหนังสือเล่มนี้มีความยาว 200 หน้า ภายในเล่มจะเป็นการรวบรวมสิ่งที่ตนบันทึกไว้ตลอดระยะเวลาในการทำคดี เขียนเล่าเรื่องแบ่งเป็นบทต่าง ๆ ตามตัวละครทุกตัวที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งขณะนี้เนื้อหาทั้งหมดส่งโรงพิมพ์แล้ว คาดว่าจะวางจำหน่ายประมาณกลางเดือน ก.ย. นี้ นายษิทรา มองว่า คดีหวย […]

โพสต์สุดท้ายคดีหวย 30 ล้าน ทนายตั้มลั่น…คนชั่วต้องได้รับผลกรรม!!

สืบเนื่องจากกรณีที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความร.ต.ท.จรูญ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โดยระบุว่า…ปรีชารับสารภาพแล้ว!! คลิปคนก้มเก็บหวยได้ไม่ใช่ลุงจรูญ ใครก็ไม่รู้เป็นเงาตะคุ่มๆ ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร เลยไม่ขอยื่นเป็นพยานหลักฐานในศาล ส่วนคลิปที่เคยกล่าวหาว่าลุงจรูญรับสารภาพที่สภ.เมืองกาญจนบุรี ในวันที่ 28 พย. 2560 ก็ไม่เคยเห็นและไม่เคยได้ยินมาก่อน #ปิดเกมส์ปรีชา #หวย30ล้าน (อ่านเพิ่มเติม : “ษิทรา” เผย “ครูปรีชา” รับสารภาพ คลิปคนก้มเก็บหวยไม่ใช่ “ลุงจรูญ”) ล่าสุดในวันเดียวกันนายษิทรา เบี้ยบังเกิด โพสต์ข้อความเพิ่มเติมอีกว่า… อาจจะเป็นโพสต์สุดท้ายเรื่องหวย ทนายโจทก์ร้องศาลที่ผมเอาความจริงมาโพสต์ให้ประชาชนรับรู้ เลยขอให้ศาลวางข้อกำหนดอีกรอบ ถ้าศาลสั่งห้าม คงพูดเรื่องนี้ไม่ได้อีกแล้ว ขอให้ทุกคนมั่นใจยังไงคนบริสุทธิ์ต้องได้ความเป็นธรรม คนชั่วต้องได้รับผลกรรมแน่นอน

“ษิทรา” เผย “ครูปรีชา” รับสารภาพ คลิปคนก้มเก็บหวยไม่ใช่ “ลุงจรูญ”

สืบเนื่องจากคดีลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล และครูปรีชา ใคร่ครวญ ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความร.ต.ท.จรูญ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โดยระบุว่า… “ปรีชารับสารภาพแล้ว!! คลิปคนก้มเก็บหวยได้ไม่ใช่ลุงจรูญ ใครก็ไม่รู้เป็นเงาตะคุ่มๆ ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร เลยไม่ขอยื่นเป็นพยานหลักฐานในศาล ส่วนคลิปที่เคยกล่าวหาว่าลุงจรูญรับสารภาพที่สภ.เมืองกาญจนบุรี ในวันที่ 28 พย. 2560 ก็ไม่เคยเห็นและไม่เคยได้ยินมาก่อน #ปิดเกมส์ปรีชา #หวย30ล้าน”

ทนายษิทรา โพสต์ถาม ‘โจทก์’ ทำไมปฎิเสธหลักฐานที่ขอมาเองจาก ปอท.

สืบเนื่องจากกรณีที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี มีนัดการไต่สวนมูลฟ้องในกรณีลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ซึ่งครูปรีชา ใคร่ครวญ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล ในข้อหายักยอกทรัพย์และรับของโจร รวมทั้งยื่นฟ้องร้อยตำรวจโทจรูญ และนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความของร้อยตำรวจโทจรูญ ในข้อหาร่วมกันฟ้องเท็จ ที่ต่อมาทนายษิทรา ได้เผยแพร่ภาพสด พร้อมข้อความระบุว่า “แจ้งความดำเนินคดีครูปรีชา ทนายวรยุทธ ร่วมกันปลอม และใช้เอกสารปลอม นำสืบพยานหลักฐานเท็จในการพิจารณาต่อศาล ที่สภ.เมืองกาญจนบุรีครับ” (อ่านเพิ่มเติม : “ษิทรา” แจ้งความ “ปรีชา-ทนาย” ข้อหาปลอม-ใช้เอกสารปลอม พร้อมเล่านาทีคุยกับครูก่อนออกศาล (คลิป)) ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โดยกล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายโจทก์ได้ปฎิเสธหลักฐานซึ่งเป็นคลิปเสียง โดยระบุว่า…คลิปเสียงเป็นพยานหลักฐานที่โจทก์ขอหมายเรียกจาก ปอท. มาเอง แต่ทำไมโจทก์ถึงปฎิเสธหลักฐานของตัวเอง #ตั้มไม่เข้าใจ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ (24 กรกฎาคม 2561) […]

ทนายตั้ม โพสต์เตือน ‘ผู้ค้ำประกัน’ หากแก๊งครู ‘ชักดาบหนี้’ เสี่ยงโดนฟ้อง

สืบเนื่องจากกรณีกลุ่มวิชาชีพครู รวมตัวกว่า 100 คน ประกาศปฏิญญามหาสารคาม เรียกร้องให้รัฐบาลและธนาคารออมสิน พักหนี้ โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครู และบุคลากรทางการศึกษา หรือ ช.พ.ค. ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 61 เป็นต้นไป และได้มีการชี้แจ้งจาก นายธีร์สุริยนต์ สุวรรณวงศ์ เลขาธิการสมาคมช่วยเพื่อนครู ที่ระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่การเบี้ยวหนี้ แต่ต้องการหยุดจ่าย เพื่อให้มีการเจรจาก่อน ซึ่งจะเริ่มชำระได้เมื่อใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการพักหนี้ และรัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าวเมื่อใด (อ่านเพิ่มเติมที่ : แก๊งครูโต้ชักดาบหนี้ ช.พ.ค. งดจ่ายไม่เรียกเบี้ยว แค่รอชำระถ้ามาเจรจา (คลิป)) อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา ทนายตั้ม – ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กโดยกล่าวถึงประเด็นการขอพักชำระหนี้ของกลุ่มวิชาชีพครูในครั้งนี้ว่า ตามกฏหมายใหม่เจ้าหนี้สามารถฟ้องผู้ค้ำประกันให้รับผิดได้ หากเจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันแล้ว แต่ทั้งนี้สัญญาค้ำประกันต้องระบุชัดเจนว่า ค้ำประกันหนี้อะไร จำนวนเท่าไร หากระบุไม่ชัดเจน ผู้ค้ำประกันอาจหลุดพ้นความรับผิด ซึ่งหากครบตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวผู้ค้ำประกันอาจถูกฟ้องและบังคับคดียึดทรัพย์ได้

ษิทราไม่เลียนแบบ ครูปรีชา จัดปาร์ตี้ ให้ FC ลั่นมุ่งมั่นสู้คดี จบศึกค่อยว่ากัน (คลิป)

วันที่ 17 มิ.ย. 61 นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความครูปรีชา ใคร่ครวญ ในคดีที่ครูปรีชาเป็นโจทก์ฟ้อง ร.ท.ท.จรูญ วิมูล ในข้อหายักยอกทรัพย์และรับของโจร กรณีลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท โดยได้กล่าวถึงข้อความที่ตนเอง ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า จะมีการคัดเลือกแฟนคลับที่ติดตามข่าวคดีล็อตเตอรี่ 30 ล้านบาทในเฟซบุ๊กของตน และเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจครูปรีชา ไปร่วมกิจกรรมล่องแพมิตติ้ง จำนวน 10 คน เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ตนและครูปรีชาได้หารือกันมาแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมา มีคนจำนวนมากเข้ามาติดตามข่าวสารเกี่ยวกับคดีในเพจเฟซบุ๊กของตน ซึ่งก็มีทั้งที่เข้ามาให้กำลังใจและเข้ามาต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ที่เข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นแฟนคลับของครูปรีชา ที่คอยให้กำลังใจในการต่อสู้คดีมาตลอด ตนและครูปรีชาจึงได้มีความคิดในการจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นการขอบคุณที่ให้กำลังใจ โดยเบื้องต้นจะคัดเลือกแฟนคลับที่เข้ามาให้กำลังใจในเพจเฟซบุ๊กของตนจำนวน 10 คน เพื่อไปร่วมกิจกรรมล่องแพและพบปะกับครูปรีชาอย่างใกล้ชิด โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ สำหรับช่วงเวลาการจัดงานนั้น ก็เล็งที่จะจัดงานในช่วงสุดสัปดาห์ หลังการไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 29 มิ.ย.เสร็จสิ้น ซึ่งในการจัดกิจกรรมดังกล่าว นอกจากการล่องแพและพูดคุยกับเหล่าแฟนคลับแล้ว […]

‘ทนายตั้ม’ โพสต์ขออภัยแฟนคลับ พร้อมเฉลยสาเหตุที่ไม่จับมือ ‘ครูปรีชา’

จากกรณีที่ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการต่างคนต่างคิด โดยระบุว่าก่อนขึ้นศาลมีนักข่าวขอให้ตนจับมือกับครูปรีชา ซึ่งถ้าหากตนจับมือด้วยนั้น ลุงจรูญจะมองอย่างไร โดยตนยืนยันว่าไม่อยากจะจับด้วย (อ่านเพิ่มเติม : ทนายครู เผยพอใจ 100% หลังแจงศาล-ษิทรา เห็นสีหน้าครูเครียด ซ้ำขอพักดื่มน้ำ (คลิป)) ในวันเดียวกันนั้น ( 4 มิถุนายน 2561) ทนายษิทราได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โดยอธิบายถึงสาเหตุที่ตนไม่จับมือกับครูปรีชา ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้…ผมแคร์ความรู้สึกลุงจรูญมากกว่า ต้องสร้างภาพว่าเป็นคนมีสัมมาคารวะ หรือเป็นมิตร วันนี้ผมถึงไม่อยากจับมือด้วย แถมหัวกล้วย มาฟ้องผมปาวๆ เหน็บผมในทีวีเกือบทุกวัน ผมคงจับมือไม่ลง ขออภัยแฟนเพจอาจจะผิดหวังที่ผมทำแบบนี้นะครับ

ทนายตั้ม ไม่หวั่น ‘พยานเด็ดครูปรีชา’ ท้าใครอยากเป็นเหมือน ‘ตัวละครภาคแรก’ ก็เชิญเลย

จากกรณีที่ นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความครูปรีชา เปิดเผยว่า พยานใหม่มีจริง ซึ่งเป็นพยานจากการลงพื้นที่หาข้อมูล โดยตนพบพยานหลายอย่าง ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุ ซึ่งพยานกลุ่มนี้เป็นพยานที่ไม่เคยให้การในสำนวน แต่เป็นประจักษ์พยานที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.60 แล้ว ยืนยันว่าไม่ได้สร้างพยาน เพราะในฐานะทนายไม่สามารถสร้างพยานได้ ระบุว่า พยานกลุ่มที่ตนหาได้มามีไม่เกิน 10 ปาก (อ่านเพิ่มเติมที่ : ทนาย “ปรีชา” เปิดพยานใหม่ 10 ปากในศาล – “ปรเมศวร์” ชี้เป็นคุณต่อคดีถ้าเผยชั้นสอบสวนก่อน (คลิป)) ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เมษายน ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หรือทนายตั้ม ได้โพสต์ข้อความโต้ตอบกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า…ฝ่ายครูฝากนักข่าวมาบอกผมให้เตรียมตัวซักค้านพยานครูให้ดี เพราะรายนี้เด็ดกว่าแผนหลายเท่า ยังมีเด็ดอีกหรือครับ งั้นก็แสดงว่าตอนที่ ภ.7 แถลงว่าแผนคือปากเด็ดที่สุด จนต้องตัดสินใจแจ้งข้อกล่าวหาคุณลุงนั้นมันเป็นเท็จนะสิครับ แล้วครูจะขอเอาสำนวนเท็จที่ยังไม่เด็ดจริงมาอ้างในศาลได้ยังไง ฝ่ายครูบอกว่าพยานปากแผนคงใช้ไม่ได้แล้วเพราะช้ำมาก ต้องหาคนใหม่ที่เด็ดกว่านี้มาแทน รอบนี้คงใช้ดินเหนียวดินน้ำมันอย่างดีมาปั้นแน่ เอาให้ศาลประทับรับฟ้องก่อนดีกว่าครับ เรื่องซักค้านกับคนเท็จมันไม่ยากหรอก พยานรอบนี้น่าจะเอาพวกกล้าตาย […]

ทนายตั้มโพสต์ซัด ‘พยานใหม่ครูปรีชา’ เห็นหวยหล่น แต่กลับไม่ยอมบอกเจ้าของ

ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับคดีหวย 30 ล้านบาท ที่ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ และยังคงมีตัวละครใหม่ๆ เกิดขึ้นมาแทนตัวละครเก่าบางรายที่ถอนตัวไปอย่างต่อเนื่อง อย่างกรณีล่าสุดที่ครูปรีชา ใคร่ครวญ ตัดสินใจเดินหน้าฟ้องหมวดจรูญ วิมูล ในข้อหายักยอกทรัพย์ พร้อมเปิดเผยว่ามีพยานรายใหม่ที่ระบุว่า เห็นตัวเองทำหวยหล่นด้วยตาตนเอง (อ่านเพิ่มเติม : “ครูปรีชา” ฟ้องศาลเอง! เอาผิด “ลุงจรูญ” ยักยอกทรัพย์ – รับของโจร) อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทนายตั้ม หรือ ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก โดยกล่าวตำหนิพยานคนล่าสุดของครูปรีชาว่า…วันนี้ครูยื่นฟ้องเอง บอกว่ามีพยานใหม่ที่เห็นทั้งตอนครูทำหวยตกและเห็นตอนคุณลุงก้มเก็บด้วย ผมว่าพยานคนเดิมเขาคงไม่ยอมแน่ๆ จะปล่อยให้โล่รางวัลคนดีศรีสังคมเปลี่ยนมือไปให้คนใหม่ได้ยังไง ในเมื่อเขาเสี่ยงตายจากเห็น 20 เมตร มาเป็น 2 เมตร แล้วคนใหม่จะมายืนยันใกล้กว่านี้อีกหรือ มันต้องสู้กันหน่อย คนที่เห็นครูทำหล่นก็แย่มาก ที่เห็นคนทำของหล่นแล้วไม่ยอมบอกเจ้าของ พอเห็นคนเก็บได้ก็ไม่เตือนให้เขาเอาไปคืนเจ้าของอีก สองคนนี่ถ้าเห็นพร้อมกันก็แย่พอๆกัน แต่คนที่แย่ที่สุดคือคนที่บอกว่ามีคลิปยืนยันเห็นทั้งตอนครูทำตกและเห็นคนเก็บชัดเจน แต่จนป่านนี้ยังไม่ยอมเปิดคลิปให้ชาวบ้านดู พวกนี้ขบวนการโรคจิตชัดๆ แต่ละคนเพี้ยนอย่างที่เห็นๆกัน

ทนายตั้ม โพสต์ฝากงานเพลง ‘ก้าวเดินด้วยกัน’ แอบแซววิวน้อยกว่านางเอก MV โฉดสายแข็ง

กลายเป็นอีกคนหนึ่งที่กลายเป็นที่รู้จักเพราะคดีหวย 30 ล้านอย่างเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ในฐานะทนายความฝั่ง ร.ต.ท. จรูญ วิมูล ที่ตอนนี้จะยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ว่าหวยฉบับดังกล่าวเป็นของใครกันแน่ ทั้งยังมีตัวละครที่ถอนตัวและเสริมเข้ามาใหม่ให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นอกจากบทบาทของทนายความที่ไม่เครื่องแบบติดตาประชาชนแล้ว ล่าสุดบนเพจเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้เผยอีกความสามารถหนึ่งของทนายตั้ม นั่นคือการจับไมค์ร้องเพลง ‘ก้าวเดินด้วยกัน’ ซึ่งได้รับเกียรติแต่งเนื้อร้องโดย ดุก คาราบาว โดยมี หรั่ง คาราบาว เข้ามาแต่งทำนองให้ โดยในโพสต์ดังกล่าวทนายษิทรายังบอกอีกว่า…เสียไตทำไมยอดวิวผมน้อยกว่า #โฉดสายแข็ง ไหนบอกแม่ยกผมเยอะไง T T

คืบหน้า 1 ปี เด็กถูกพี่เลี้ยงทำร้าย กะโหลกร้าว อาการสาหัส (คลิป)

เด็กถูกพี่เลี้ยงทำร้าย เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ยากที่จะแก้ไขและป้องกัน และในเดือนเม.ย.61 นี้ก็ถือว่าครบรอบ 1 ปี กรณีสุดสะเทือนใจ เมื่อน้องเฌอแตมวัยเพียง 7 เดือน คาดว่าถูกพี่เลี้ยงทำร้ายจนศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก มีอาการเลือดคั่งในสมอง กะโหลกร้าว สมองบวม ต้องนำส่งห้องฉุกเฉิน และพบว่าอาการล่าสุดไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เมื่อเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน คุณประกาย แม่ของน้องเฌอแตม เล่าว่า ครอบครัวของมีอาชีพค้าขาย ต้องเดินทางเป็นประจำ จึงจำเป็นต้องฝากลูกไว้กับพี่เลี้ยง ในวันหนึ่งที่เธอมีความจำเป็นต้องฝากลูกไว้ข้ามคืน ก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่เลี้ยงกลางดึกว่า น้องเฌอแตมไม่สบายให้มารับด่วน เมื่อครอบครัวมาถึงพบว่าลูกของตนมีอาการตัวเหลืองซีด หายใจทางจมูกไม่ได้ เกร็ง ตาเบลอ ปากแห้ง เรียกก็ไม่ตอบสนอง จึงรีบพาไปส่งโรงพยาบาล สอบถามสาเหตุจากทางพี่เลี้ยงก็ไม่ได้คำตอบ ต่อมาพ่อแม่จึงได้เข้าแจ้งความและร้องเรียนที่มูลนิธิปวีณา หงสกุล โดยพี่เลี้ยงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตำรวจจึงตั้งข้อหาประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้พี่เลี้ยงชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 3 แสนบาท และต้องโทษจำคุกไม่รอลงอาญา 6 เดือน 15 วัน แต่มีการใช้หลักทรัพย์ประกันตัวออกมาสู้คดี ตอนนี้อยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ โดยทางครอบครัวของน้องเฌอแตมบอกว่า ไม่เคยได้รับการชดเชยจากคู่กรณีเลยแม้แต่บาทเดียว เมื่อเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์อีกครั้ง จึงเกิดเป็นข้อวิพากย์วิจารณ์ว่า โทษที่ศาลตัดสินนั้นน้อยเกินไปไหม? ทนายตั้ม ษิทรา […]

“เดชา” ชี้ แจ้งจับ “บ้าบิ่น” ขายหวยแพงทำคดีพลิก – “ษิทรา” หวั่น “ฟ้า” โดน ตร.ฟ้องกลับ (คลิป)

วันนี้ (27 มี.ค.) นายเดชา กิตติวิทยานันท์ สื่อมวลชนด้านกฎหมาย กล่าวถึงคดีหวย 30 ล้านระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ และครูปรีชา โดยระบุว่า คดีดังกล่าวจะพลิก คือเป็นคุณต่อฝ่ายครูปรีชาหรือไม่นั้น ก็มีโอกาสเป็นไปได้ทั้งหมด ซึ่งสิ่งที่ทำให้คดีนี้มีโอกาสที่จะพลิกได้นั้น เช่น ประเด็นแรก เรื่องขอบเขตอำนาจการสอบสวน ที่ทนายฝ่ายร.ต.ท.จรูญระบุว่า กองปราบปรามมีอำนาจสอบสวนได้ทั่วราชอาณาจักร แต่ตนก็ขอตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ที่ตำรวจภูธรภาค 7 ได้มีการสอบสวนเสร็จสิ้น จนสรุปสำนวนและแจ้งกล่าวหาแล้ว จึงเกิดคำถามว่า กองปราบปรามมีอำนาจเข้าไปสอบสวนซ้ำหรือไม่ ส่วนประเด็นที่ 2 ที่ก่อนหน้านี้มีคลิปเสียงรั่วไหลออกมา ก็มีการตั้งคำถามว่า พยานหลักฐานนี้รั่วออกมาจากกองปราบฯ หรือไม่ ซึ่งทั้งสองประเด็นนี้ ทนายความฝั่งครูปรีชา อาจจะนำมาใช้ในการต่อสู้คดีในชั้นศาล ทำให้คดีทางแพ่ง และคดีแจ้งความเท็จนั้นมีโอกาสจะพลิกได้ นอกจากนี้มีอีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ การที่ทนายความฝ่าย ร.ต.ท.จรูญ ไปแจ้งความเจ๊บ้าบิ่นว่าขายหวยเกินราคาให้กับ ร.ต.ท.จรูญ ซึ่งเจ๊บ้าบิ่นเองก็ยืนยันว่า ขายให้ครูปรีชา ซึ่งขัดแย้งกับที่ ร.ต.ท.จรูญ ให้การมาโดยตลอดว่าไม่สามารถจำหน้าคนขายได้ ซึ่งประเด็นนี้ตนมองว่าทนายฝ่ายครูปรีชา สามารถนำไปเป็นประเด็นต่อสู้ในชั้นศาลได้เช่นกัน แต่จะแพ้หรือชนะขึ้นอยู่กับฝีมือความรู้ความสามารถของทนาย แต่ทั้งนี้ ก็มองได้เหมือนกันว่า […]

ทนายตั้ม รับปัญหาถาโถมมากมาย เผยมี ‘บางกลุ่ม’ จ้องทำลายมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่าทนายตั้ม หรือนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้โพสต์ข้อความโดยระบุว่า…ต้องยอมรับนะครับว่าเรื่องราวมันถาโถมเข้ามาในชีวิตผมมากมายเหลือเกิน #มูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ นอกจากจะช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแล้ว ยังทำโครงการ “พี่สอนน้อง ให้เป็นคนดีของสังคม” ในนามมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้ความรู้ความเข้าใจเยาวชนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 แสนคนทั่วประเทศ มูลนิธิมีปณิธานอยากให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ #ร่วมก้าวเดินด้วยกันเพื่อวันข้างหน้า เพื่อให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ผมไม่ขอพูดในฐานะทนายความ ไม่ขอพูดในฐานะเลขาธิการมูลนิธิ แต่ผม #ขอพูดในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ผมอยากเห็นคนไทยใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย ถูกต้อง และใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข มาจนถึงตรงนี้แล้ว ใครที่หวังทำลายผม ผมเข้าใจว่าอาจจะเป็นเกมส์บางอย่าง เป็นความต้องการของบางกลุ่มคน แต่มูลนิธิไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง คุณจะทำลายโอกาสคนไทยที่พวกคุณเองก็ไม่มีโอกาสลงมาเข้าถึงพวกเขาอย่างใกล้ชิด อย่างนั้นหรือ?

ทนาย “บุญถาวร” จี้สอบมูลนิธิ “ษิทรา” ถามผู้พิพากษาคนไหนชม “ตั้ม” ขอรู้ชื่อจริง (คลิป)

วันนี้ (21 มี.ค.) ที่บริษัท บุญถาวรกฎหมายและธุรกิจ จำกัด ต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ อายุ 45 ปี ทนายความ ในสังกัดสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ตนได้ยื่นหนังสือถึงนายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานกรรมการมรรยาททนายความ เพื่อให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด สมาชิกสภาทนายความ ผู้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นทนายความ และมูลนิธิทีมงานทนายความประชาชนเพื่อเยาวชนและสังคม ที่มีนายเกษม สมณวัฒนา เป็นผู้ขอยื่นจัดตั้งมูลนิธิต่อนายทะเบียนมูลนิธิ จ.สมุทรสาคร ว่า บุคคลและนิติบุคคลดังกล่าวข้างต้น ได้ร่วมกันจัดตั้งนิติบุคคล (มูลนิธิ) และดำเนินกิจการของมูลนิธิ เป็นการแข่งขันกับองค์กรสังกัดสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และกระทำการเข้าข่ายการกระทำผิด ตามข้อบังคับมารยาทและบทบัญญัติของกฎหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2538 หรือไม่ นายบุญถาวร กล่าวว่า กรณีมูลนิธิดังกล่าว ได้มีการระบุวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ ในข้อ 3 ระบุว่า ช่วยเหลืออรรถคดีผู้บริสุทธิ์ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และเป็นผู้ยากไร้ ที่ไม่สามารถเสียค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่านายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือ จาก ร.ต.ท.จรูญ วิมูล […]

keyboard_arrow_up