ปาเลสไตน์ประท้วงเดือดไม่รับ ‘เยรูซาเล็ม’ เป็นเมืองหลวงอิสราเอล บาดเจ็บระนาว 31 ราย

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวปาเลสไตน์เกิดปะทะรุนแรงกับทหารอิสราเอล ระหว่างเหตุประท้วงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่ประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มให้เป็นเมืองหลวงของประเทศอิสราเอล โดยมีภาพขณะที่ทหารอิสราเอลยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์นับหมื่นคนบริเวณเขตเวสต์แบงค์ และฉนวนกาซ่า ซึ่งเหตุประท้วงได้บานปลายจนเป็นเหตุปะทะเมื่อกลุ่มประท้วงเริ่มเผายางรถยนต์ และขว้างปาก้อนหินใส่ทหาร ทำให้ทหารอิสราเอลต้องยิงทั้งกระสุนยางและกระสุนจริง รวมทั้งฉีดแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วงเป็นการตอบโต้ โดยขณะนี้มีรายงานผู้บาดเจ็บจากเหตุประท้วงแล้ว 31 ราย ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย การประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์ จะส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ที่ต่างอ้างว่ากรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของตน ทั้งยังส่งผลกระทบต่อฐานะของสหรัฐฯ ที่วางตัวเป็นกลางในเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางมาตลอด นอกจากนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเตรียมการย้ายสถานทูตสหรัฐฯประจำอิสราเอล จากกรุงเทลอาวีฟ ไปยังเยรูซาเล็มด้วย รายงานข่าวระบุว่า คำประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เพียงแต่จะทำให้ชาวปาเลสไตน์ไม่ใจเท่านั้น แต่ยังมีบรรดาชาติอาหรับ และมุสลิมจากหลายประเทศทั้งอินโดนีเซีย ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และตุรกี ออกมาประณามประธานาธิบดีทรัมป์ โดยส่วนใหญ่เห็นว่าการประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคง และเสถียรภาพของโลก พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหรัฐฯ ทบทวนการตัดสินใจอีกครั้ง ส่วนประเทศพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯอย่างอังกฤษ เยอรมนีและฝรั่งเศส ต่างก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับการประกาศรับรองสถานะกรุงเยรูซาเล็มของประธานาธิบดีทรัมป์เช่นกัน ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและสันนิบาตรอาหรับก็เตรียมนัดประชุมในเร็ววันนี้เพื่อหารือประเด็นนี้อีกด้วย.

ระอุ! โลกอาหรับรุมประณาม ‘ทรัมป์’ รับรอง ‘เยรูซาเล็ม’ เป็นเมืองหลวงยิว

คำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในการรับรองกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศจะย้ายที่ตั้งสถานทูตอเมริกันจากนครเทลอาวีฟมายังเยรูซาเล็มใน 4 ปี สร้างความไม่พอใจและก่อให้เกิดการประท้วงเป็นวงกว้างในหลายประเทศ ประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ ออกมาประณามการตัดสินใจนี้ของทรัมป์ผ่านโทรทัศน์ โดยระบุว่าเป็นสิ่งที่ชาวปาเลสไตน์ “มิอาจยอมรับได้” และตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจเป็นเจตนาของสหรัฐฯในการยุติบทบาทของตัวเองในฐานะ ผู้ไกล่เกลี่ยสันติภาพ ในตะวันออกกลาง ขณะที่ประชาชนชาวปาเลสไตน์ในเมืองเบ็ธเลเฮม ที่เป็น บ้านเกิดของพระเยซู รวมถึงที่เมืองรามัลเลาะห์ พร้อมใจกันดับไฟประดับต้นคริสต์มาส เพื่อเป็นการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ต่อการตัดสินใจนี้ของผู้นำสหรัฐฯ ขณะที่ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่เขตเวสต์แบงก์ และฉนวนกาซ่า ต่างออกมาเดินขบวนตามท้องถนนพร้อมตะโกนถ้อยคำด่าทอทรัมป์ รวมถึงมีการจุดไฟเผายางรถยนต์และขว้างปาก้อนหินใส่ทหารอิสราเอล ในซีเรีย กระทรวงต่างประเทศซีเรียออกคำแถลงประณามท่าทีล่าสุดของทรัมป์ โดยระบุเป็นสิ่งที่ขัดต่อกฏหมายระหว่างประเทศ และจะก่อให้เกิด ผลลัพธ์ที่เป็นอันตราย ต่อความสงบสุขของโลก ในทางกลับกัน การตัดสินใจของทรัมป์ที่ให้การรับรองสถานะของกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลได้สร้างความยินดีปรีดาให้กับชาวยิวทั่วโลก รวมถึงชาวยิวในมหานครนิวยอร์ก ที่ต่างแสดงความชื่นชมการตัดสินใจนี้ โดยหลายคนถึงกับยอมรับว่า นี่เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ ที่ผู้นำสหรัฐฯ มอบให้กับอิสราเอล และลูกหลานชาวยิวทั่วโลก ทั้งนี้ สถานะของกรุงเยรูซาเล็มซึ่งเป็นที่ตั้งของศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ของ 3 ศาสนา คือ คริสต์ อิสลาม และยิว มาแต่โบราณ ถือเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนทางการเมืองระหว่างประเทศมาโดยตลอด เพราะทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ต่างก็อ้างอธิปไตยของตนเหนือเมืองนี้.

keyboard_arrow_up