ฝรั่งเศสเผชิญคลื่นความร้อนอย่างหนัก อุณหภูมิทะลุ 40 องศา

อุณหภูมิในหลายพื้นที่ของฝรั่งเศสพุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียสเมื่อวานนี้(27 มิ.ย.) หลัง คลื่นความร้อน เดือนมิถุนายนแผ่ปกคลุมหลายประเทศในยุโรปอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในเมือง ลิโมช ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางของฝรั่งเศส เทอร์โมมิเตอร์ที่ติดตั้งไว้หน้าร้านขายยาแห่งหนึ่ง วัดอุณหภูมิได้ 41 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจเป็นอุณหภูมิสูงสุดที่เมืองนี้เคยบันทึกไว้  สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศส ยืนยันว่าอุณหภูมิช่วงกลางคืนที่วัดได้ 25.7 องศาเซลเซียส ได้ทำลายสถิติเดิมที่เคยบันทึกไว้ ล่าสุด ฝรั่งเศสประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนขั้นสูงสุดเมื่อวานนี้(27 มิ.ย.) หลังอุณหภูมิทั่วประเทศพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าอุณหภูมิในวันนี้(28 มิ.ย.) จะสูงขึ้นอีก ด้านหน่วยฉุกเฉินแสดงความกังวลว่าอาจมีผู้ป่วยจากคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่รัฐมนตรีสาธารณสุข ยืนยันว่ายังคงรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ส่วนในพื้นที่ที่มีการประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุด มีการยกเลิกการทัศนศึกษานอกโรงเรียน และกิจกรรมต่าง ๆ หรือให้จัดขึ้นได้ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด แต่สั่งให้มีการระงับกิจกรรมที่ต้องใช้ร่างกายภายในโรงเรียน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไฟป่า ‘สเปน-โปรตุเกส’ ลุกลามหนัก! หลังคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุม

เกิดไฟป่าลุกลามบริเวณแนวพรมแดนโปรตุเกส-สเปน จากอิทธิพลจากคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมในเวลานี้ ส่งผลให้พื้นที่คาบสมุทรไอบีเรียซึ่งเป็นที่ตั้งของทั้งสองประเทศ โดยเผชิญกับอุณหภูมิที่พุ่งสูงถึง 43 องศาเซลเซียส ด้วยสภาพอากาศที่แห้งและร้อนจัด รวมถึงกระแสลมที่พัดแรง กลายเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ไฟป่าบริเวณดังกล่าวลุกลามรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะที่เขต เอสเตรมาดูร่าทางตอนใต้ของสเปน ซึ่งทางการสเปนระบุว่า จะเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด รายงานข่าวล่าสุดจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า แม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทั้งของสเปนและโปรตุเกสจะเร่งทำงานอย่างหนัก แต่ยังคงไม่สามารถควบคุมการลุกลามของไฟป่าได้ ทำได้เพียงการสกัดมิให้ไฟลุกลามเข้าใกล้เขตชุมชนเท่านั้น

‘โตเกียว’ เผชิญคลื่นความร้อนอีกระลอก หลังพายุเคลื่อนผ่าน

ประเทศญี่ปุ่นอุณหภูมิก็กลับมาสูงอีกครั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ของญี่ปุ่นมีฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุชงดารี โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางเยือนกรุงโตเกียวในช่วงนี้ยังต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดอีกระลอก จากอิทธิพลของคลื่นความร้อนที่พัดปกคลุม 3 เกาะใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น โดยอุณหภูมิเช้าวันนี้(2 ส.ค. 61) อยู่ที่ 36 องศาเซลเซียส หน่วยงานสาธารณสุขของกรุงโตเกียวเปิดเผยว่าอากาศที่ร้อนจัด ทำให้มีผู้ป่วยจากลมแดดเกือบ 6 หมื่นคน และหากดูสถิติเฉพาะเดือนกรกฎาคม 61 ที่ผ่านมา มีรายงานผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนถึง 96 ราย สูงกว่าเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วถึง 4 เท่า และในจำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 85 เปอร์เซนต์ เป็นผู้สูงวัย อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป  สำหรับฤดูร้อนปีนี้อุณหภูมิที่สูงที่สุดที่บันทึกได้ คือ 41.1 องศาเซลเซียส อยู่ที่จังหวัดไซตามะ ส่วนที่กรุงโตเกียว อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 40.8 องศาเซลเซียส

ญี่ปุ่นประกาศภัยพิบัติ หลังเผชิญ ‘คลื่นความร้อน’ อย่างหนัก ดับทะลุ 80 ราย

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของญี่ปุ่น ออกประกาศภาวะภัยพิบัติฉุกเฉินทางธรรมชาติ หลังจากหลายพื้นที่ของประเทศเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดจากผลพวงการโจมตีจากคลื่นความร้อน โดยคำแถลงของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของญี่ปุ่นระบุว่า ขณะนี้ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 80 ราย คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมญี่ปุ่นมานานกว่า 2 สัปดาห์ ส่งผลให้อุณหภูมิในช่วงเวลากลางวันของหลายเมืองเพิ่มสูงขึ้นจนทะลุ 41.1 องศาเซลเซียส ที่เมืองคุมางายะ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว ทางการญี่ปุ่นเตือนให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็ก หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง หลังมีรายงานว่ามีประชาชนจำนวนหลายพันคนทั่วประเทศต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะล้มป่วยจากอาการเป็นลมแดด หวัดแดด และอาการเจ็บป่วยอื่นๆที่สืบเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ล่าสุดมีการยืนยันว่า มีแนวโน้มที่คลื่นความร้อนจะแผ่ปกคลุมหลายพื้นที่ของญี่ปุ่นไปจนถึงช่วงต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยโตเกียว เมโทรโพลิแทน ระบุว่า จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นราว 50 คน ต่อการที่อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นทุก 1 องศาเซลเซียส

ยอดผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนใน ‘ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้’ พุ่งสูงต่อเนื่อง 20 ราย

ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังคงเผชิญกับคลื่นความร้อนอย่างต่อเนื่อง มีผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนรวมทั้ง 2 ประเทศมากกว่า 20 ราย ที่ญี่ปุ่นหลังจากที่คลื่นความร้อนแผ่เข้าปกคลุมตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์(15 ก.ค. 61) ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิในหลายพื้นที่เพิ่มสูง โดยที่เมืองอิบิกาวะมีอุณหภูมิเพิ่มสูงถึง 39.3 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นอุณหภูมิที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นในเวลานี้ ขณะที่กรุงโตเกียวมีอุณหภูมิเพิ่มสูง 34 องศาเซลเซียส ขณะที่เหล่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ทางตะวันตกของญี่ปุ่น ที่กำลังเร่งฟื้นฟูบ้านเมืองหลังเหตุน้ำท่วมและดินถล่มต้องทำงานด้วยความยากลำบาก เนื่องจากอุณหภูมิเพิ่มสูงกว่า 34 องศาเซลเซียส ส่วนยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุคลื่นความร้อนในญี่ปุ่นได้เพิ่มเป็น 15 รายแล้ว โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุดเป็นเด็กนักเรียนชายชั้นประถม และมีผู้ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกราว 2,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ด้านเกาหลีใต้ อุณหภูมิในหลายพื้นที่เพิ่มสูงกว่า 33 องศาเซลเซียสจากการเผชิญกับคลื่นความร้อน โดยยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้ได้เพิ่มเป็น 6 ราย และมีผู้ยอดรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีกราว 550 คน ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ระบุว่าอุณหภูมิอาจเพิ่มสูงถึง 35 องศาเซลเซียในช่วง 2 วันข้างหน้านี้ ขณะที่กระทรวงเกษตรกรรมของเกาหลีใต้ระบุว่าคลื่นความร้อนได้สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่เพาะปลูกแล้ว 4,200 ล้านวอน หรือกว่า 122 ล้านบาท

คลื่นความร้อนโจมตี ‘ปากีสถาน’ ทำอุณหภูมิพุ่งสูงทะลุ 43 องศา

เมืองการาจีของปากีสถานเผชิญกับการโจมตีของคลื่นความร้อน ส่งผลให้อุณหภูมิในช่วงกลางวันพุ่งสูงทะลุ 43 องศาเซลเซียส สภาพอากาศที่ร้อนจัดจากผลพวงจากคลื่นความร้อนในครั้งนี้ ส่งผลให้ปริมาณรถชนิดต่างๆ บนท้องถนนในเมืองการาจีลดจำนวนลงไปด้วย ขณะที่ชาวเมืองการาจีต่างรวมตัวกันตามร้านขายเครื่องดื่มและร้านจำหน่ายน้ำผลไม้เพื่อคลายความกระหาย โดยที่ผู้คนต่างสวมใส่เครื่องแต่งกาย เพื่อปกคลุมใบหน้าและศีรษะ รวมถึงใช้ผ้าชุบน้ำเปียกๆ แปะตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานการพบผู้เสียชีวิต จากผลพวงของคลื่นความร้อนที่เมืองการาจี แต่มีรายงานการพบประชาชนมีอาการเป็นลมแดด ขณะทำกิจกรรมกลางแจ้งหลายราย ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนที่แล้วเมืองนาวับชาห์ ทางภาคใต้ของปากีสถานมีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 50.2 องศาเซลเซียส มาแล้ว ซึ่งถือเป็นสถิติอุณหภูมิสูงสุดในโลกเท่าที่เคยมีการบันทึกสถิติมา

เกินจะทานทน!! ค้างคาวแม่ไก่กว่า 400 ตัว หมดแรงร่วงลงพื้น เพราะคลื่นความร้อนในออสเตรเลีย

ตามที่ได้มีการเสนอข่าวคราวเกี่ยวกับคลื่นความร้อนที่ปกคลุมประเทศออสเตรเลีย จนทำให้มีอุณหภูมิสูงถึง 47 องศาเซลเซียส ซึ่งทำให้มีสภาพอากาศที่ร้อนที่สุดใน 80 ปี และไม่ได้สร้างผลกระทบแค่กับมนุษย์เท่านั้น แต่ยังทำให้ค้างคาวแม่ไก่ (Flying Fox) ที่อาศัยอยู่ในป่าของออสเตรเลียตายไปกว่า 400 ตัว เนื่องจากทนต่ออากาศที่ร้อนจัดไม่ไหว และร่วงลงมาที่พื้น ทำให้กลุ่มอนุรักษณ์สัตว์ป่าในพื้นที่ต้องเข้าช่วยเหลือพวกที่ยังมีชีวิต และจัดการกับซากของค้างคาวที่ตายแล้ว เพื่อป้องกันการเกิดโรคระบาด ที่มา – Facebook.com / Help Save the Wildlife and Bushlands in Campbelltown

ยุโปรเผชิญคลื่นความร้อน ‘ลูซิเฟอร์’ ธารน้ำแข็งในอิตาลีละลายต้องปิดสกีรีสอร์ท

ทวีปยุโรปกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนทั้งพายุฝนตกหนักในโรมาเนีย รวมทั้งคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมในหลายประเทศ คลื่นความร้อนลูซิเฟอร์ยังคงแผ่ปกคลุมพื้นที่ตอนใต้และตะวันออกของยุโรป ซึ่งนอกจากจะทำให้อุณหภูมิในหลายประเทศเพิ่มสูงแล้ว ยังส่งผลให้เกิดไฟป่า และพื้นที่ทางการเกษตรหลายแห่งเสียหาย ผลกระทบจากคลื่นความร้อนลูซิเฟอร์ยังทำให้สกีรีสอร์ท บริเวณช่องเขาสเตลวิโอ ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,000 เมตร ในอิตาลีต้องปิดทำการ เนื่องจากธารน้ำแข็งในบริเวณดังกล่าวละลาย ซึ่งเสี่ยงทำให้แหล่งน้ำขาดแคลน และหินพังทลายลงมา หลังอุณหภูมิเพิ่มสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสหลายวัน โดยอิตาลี และพื้นที่บริเวณคาบสมุทรบอลข่าน รวมทั้งทางตอนใต้ของโปแลนด์เป็นพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุดจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ศูนย์สภาพอากาศในยุโรปได้ยกระดับเตือนภัยสภาพอากาศร้อนจัดให้เป็นระดับสีแดงใน 10 ประเทศในยุโรป ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนลูซิเฟอร์แล้ว 5 ราย และมีรายงานผู้ถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลอีกหลายสิบราย เนื่องจากเป็นลมแดด ขณะเดียวกันก็เกิดพายุฝนกระหน่ำในหมู่บ้านเบียร์ตานในโรมาเนีย ที่รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก หลังอุณหภูมิได้เพิ่มสูงถึง 40 องศาเซลเซียสเป็นเวลาหลายวัน ซึ่งฝนได้ตกหนักต่อเนื่องอยู่หลายชั่วโมง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่รายงานน้ำท่วม หรือความเสียหายจากพายุฝนดังกล่าว.

keyboard_arrow_up