รวบหนุ่มกัมพูชา ปลอมเว็บกุข่าวนายกฯ ไล่เติมน้ำแทนน้ำมัน-เจ้าตัวปัดโพสต์เอง(คลิป)

ตำรวจท่องเที่ยวจับกุมนายรัตนะ เฮง ชาวกัมพูชา ผู้ต้องหาคดีโพสต์ข้อความเท็จ ลงในสื่อสังคมออนไลน์ โดยโพสต์ข้อความลักษณะ โจมตีการทำงานของรัฐบาล ส่วนคนไทยอีก 6 คน อยู่ระหว่างออกหมายเรียกมาสอบสวน หลังแชร์ข้อความเท็จของชาวกัมพูชาคนนี้ โดยทางตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับตำรวจกัมพูชา จับตัวผู้ต้องหาได้ที่ประเทศกัมพูชา ก่อนนำตัวกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา(31 พ.ค. 61) ตามหมายจับศาลอาญา ในความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย ต่อความมั่นคงของประเทศ หรือ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า การจับกุมนายเฮง มาจากความร่วมมือระหว่าง ตำรวจไทย และ ตำรวจกัมพูชา หลังศาลอนุมัติออกหมายจับ เพราะมีหลักฐานว่านายเฮงนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และโพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ ใจความว่า “บิ๊กตู่ ฟิวขาด ด่ากราด ปปช.ไล่ให้เติม “น้ำเปล่า”แทนดีเซล อย่าโง่ วอนประชาชนอย่าเรื่องมาก” ทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ โจมตีการทำงานของรัฐบาล ทำให้ประชาชน รับรู้ข้อมูลข่าวสารในทางที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์และการทำงานของรัฐบาล ขณะที่นายเฮงยอมรับว่า เว็บไซต์ที่ปรากฏข้อความ และมีการโพสต์ภาพ […]

ปตท. เตรียมดำเนินคดี ‘ต้นตอ’ คนเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่สร้างความเข้าใจผิดต่อบริษัท

สืบเนื่องจากการปรับราคาน้ำมันในประเทศที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายในสังคม และมีการวิเคราะห์ว่าการปรับราคาในครั้งนี้จะผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนชาวกลุ่มรากหญ้า ที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มมากขึ้น จนนำไปสู่การรวมตันกันรณรงค์บอยคอตการเติมนำมันจากสถานีให้บริการน้ำมันของ ปตท. ตามที่ได้มีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้ (อ่านเพิ่มเติมที่ : ลุกฮือ!! โซเชียลปลุกระดม งดใช้บริการ ปตท. หลังราคาน้ำมันดีดต่อเนื่อง / ปตท. แจงยิบ! ยันปรับราคาตามตลาดโลก พร้อมเทียบราคาน้ำมัน ‘ไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน’) ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทางด้านบริษัท ปตท. จำกัด ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก PTT News โดยระบุว่า ปตท. ได้เตรียมแจ้งความดำเนินคดีผู้เจตนาเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ที่เป็นต้นตอในการบิดเบือน เพื่อสร้างความเข้าใจผิดต่อบริษัท และสร้างความรู้สึกเกลียดชังต่อ ปตท. ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา โดยทางสำนักกฎหมาย ปตท. กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานของผู้มีเจตนาไม่สุจริตในการสร้างข้อมูลเท็จและเผยแพร่ออกไปทางช่องทางต่างๆ ดังกล่าวเพื่อนำแจ้งความ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญา กับบุคคล หรือ กลุ่มบุคคล ตลอดจน เว็บไซต์ หรือ เฟสบุ๊คเพจ ที่กระทำการใส่ความและบิดเบือนข้อเท็จจริงทำให้ ปตท. และผู้บริหารของ ปตท. ได้รับความเสียหายดังกล่าวโดยเร็ว […]

‘รถเร่รับแลกโทรศัพท์เก่า’ ร้อง! ชาวเน็ตแห่แชร์เป็นแก๊งลักเด็ก เดือดร้อนจนหากินไม่ได้ (คลิป)

ที่ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม  กลุ่มชาวบ้านที่ยึดอาชีพรับซื้อโทรศัพท์เก่า ในพื้นที่ ต.หนองซอน  อ.เชียงยืน  จ.มหาสารคาม เดินทางมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชน และยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมหาสารคาม  กรณีมีการส่งต่อความในเฟสบุ๊คว่ากลุ่มรับซื้อโทรศัพท์เก่า เป็นแก็งลักเด็ก สร้างความลำบากในการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพจึงได้เดินทางมาขอความช่วยเหลือ นางเย็นศิริ นามโส ตัวแทนกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ารถเร่ที่รับซื้อโทรศัพท์เก่า เปิดเผยว่า นับย้อนกลับไป ปี 2559 กลุ่มรถเร่ของพวกตนที่นำกาละมังไปเร่ รับแลกโทรศัพท์เก่า ถูกกระแสโซเชี่ยลมีเดียโจมตีว่า พวกตนเป็นผู้ก่อการร้าย จะนำโทรศัพท์ที่รับแลกไปประกอบระเบิด ซึ่งตอนนั้นก็ได้เป็นข่าวไปแล้วว่าไม่เป็นความจริง สังคมเกิดความเข้าใจพวกตนก็สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ แต่เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 60 ที่ผ่านมา กลับมีการสร้างกระแสในโลกออนไลน์อีกว่า พวกตนซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนพื้นที่ตำบลหนองซอน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม เป็นแก๊งลักเด็ก โดยมีการโพสต์ข้อความในเฟสบุ๊ค ยกตัวอย่างเช่น “ฝากระวังลูกหลานกันด้วยนะคะ รถกระบะที่มาขอแลกโทรศัพท์กับกาละมังเป็นแก็งค์ขโมยเด็ก ให้ระวังลูกหลาน”  ทำให้พวกตนได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ บางรายที่ขับรถเข้าไปภายในหมู่บ้าน เพื่อประกาศรับแลกโทรศัพท์ ก็ปรากฏว่าถูกชาวบ้านรวมถึงผู้นำชุมชนไล่ออกจากหมู่บ้านหรือมีการประกาศจากผู้นำชุมชนผ่านเสียงตามสายว่าไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ ไม่ให้ชาวบ้านนำโทรศัพท์มาแลก เพราะถ้าชาวบ้านไม่นำโทรศัพท์มาแลก  พวกตนก็จะไม่เข้ามาในพื้นที่อีกหรือพอรถเร่เข้ามาในหมู่บ้าน ชาวบ้านก็จะเรียกลูกหลานเข้าบ้าน ไม่ให้มาใกล้เพราะเข้าใจว่าพวกตนเป็นแก็งลักเด็ก จึงได้มายื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรมและร้องเรียนต่อสื่อมวลชน  เพื่อขอความเป็นธรรม และให้ทำความเข้าใจกับคนที่โพสต์ข้อความว่าพวกตนเป็นคนทำมาหากินสุจริต นอกจากนี้ยังมีบางข้อความระบุว่าหากเจอพวกตนที่ไหนให้ยิ้งทิ้งทันที สร้างความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก […]

keyboard_arrow_up