อีเจี๊ยบ โพสต์ซัด ฆาตรกรปาดคอ ‘ยาย-หลาน-แมว’ ชี้สมควรถูกประหาร ไม่มีค่าให้ใครมาขอชีวิต

เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ชี้แรงงานต่างด้าวสัญชาติลาวสุดโหด ฆ่าปาดคอหญิงชราก่อน ตามด้วยเด็กหญิงวัย 12 ปี ซึ่งนอนหลับอยู่ สมควรถูกประหารชีวิต ตอกกลับนักสิทธิมนุายชน คนแบบนี้ไม่มีค่าพอให้ใครรับเงินอุดหนุนจากเมืองนอก มาถือป้ายขอชีวิตให้ จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคายได้ทำการจับกุมผู้ก่อเหตุคดีฆาตกรรมโหด ซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว ชื่อนายหล้า(นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ได้ขณะกำลังเตรียมหนีข้ามฝั่งกลับประเทศลาว หลังจากลงมือสังหารหญิงชราก่อน ตามด้วยเด็กหญิงวัย 12 ปี ซึ่งนอนหลับอยู่ ขณะที่ เด็กหญิงวัย 9 ปี ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งมีแมวที่ถูกปาดคอตายด้วย โดยผู้ก่อเหตุได้สารภาพว่าทำไปเพราะเมายาเสพติด และต้องการลักทรัพย์ในบ้านของเหยื่อเพื่อนำไปซื้อยา แต่ถูกจับได้เสียก่อน (อ่านเพิ่มเติม : รวบฆาตกรปาดคอยาย-หลาน ดับคาบ้าน เตรียมหนีออกประเทศ (คลิป)) ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า… ข่าวดีที่สุดที่ได้ยินเช้านี้คือ จับไอ้เหี้ย ที่เชือดคอ ยาย หลาน ร้านขายของ จนยายตาย หลานตาย1เจ็บ1 เมื่อวาน […]

ครอบครัวหนุ่มศรีสะเกษวุ่นหาเงิน 2.5 แสนใช้หนี้ เจ้าตัวขอผ่อนคืนเงินประกันสังคม

ครอบครัวนายสาคร สาชีวะ เริ่มกังวลถึงหนี้สินที่จะต้องหาเงินกว่า 2 แสน คืนให้กับหลายหน่วยงาน หลังจาก เกิดความผิดพลาดการเผาศพผิด แต่ยันยันว่าพร้อมจะหาเงินไปคืนให้ วันที่ 21 ธ.ค.60 ที่บ้านเหล่าฝ้าย ตำบลเหล่ากวาง อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ นายเจริญ เหล็กดี พี่เขยของนายสาคร สาชีวะ เล่าว่า เมื่อวานนี้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมาพบกับครอบครัวและสอบประวัติความเป็นมา รวมทั้งแจ้งสิทธิ์ที่ทางครอบครัวต้องส่งคืนเงินจากกองทุนประกันสังคม รวมแล้วกว่า 90,000 บาท และมีเงินจากบริษัทประกันชีวิต ที่ผู้ตายเคยทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย อีกจำนวน 110,000 บาท เงินจากกองทุนฌาปณกิจ ในชุมชนอีก 3 หมู่บ้านอีกจำนวน 50,000 บาท  รวมแล้วต้องส่งคืนเงินให้ทั้ง 3 หน่วยงานทั้งสิ้น 250,000 บาท ซึ่งขณะนี้ตนและครอบครัวเริ่มกังวลแล้วว่าจะหาเงินจำนวนนี้มาใช้คืนได้อย่างไร เนื่องจากเป็นเงินที่รับมาโดยสุจริต และเป็นเงินที่ไม่ได้ไปกู้เขามา รวมทั้งเงินจำนวนนี้ก็ใช้จ่ายเป็นค่าทำศพไปแล้วทั้งหมด ขณะที่ทางด้าน นายสาคร บอกว่า หลังจากนี้ ตนจะทำงานหาเงินเพื่อมาใช้หนี้คืนให้ประกันสังคม โดยจะขอผ่อนชำระตามแต่จะหาเงินได้ เพราะว่าขณะนี้ตนมีอาการป่วยต้องไปพบแพทย์ เพื่อรักษาอาการป่วยก่อนจึงจะออกมาทำงานหาเงินส่งใช้หนี้ประกันสังคมได้ […]

‘หนุ่มศรีสะเกษ’ เฮ! ยกเลิกใบมรณะบัตร ประกันสังคมจ่อคืนสิทธิ์

ประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษเร่งตรวจสอบข้อมูลความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกรณีมีการจ่ายเงินให้กับญาติผู้เสียชีวิตผิดคน ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งหนังสือแจ้งมายังสำนักงานเขตพระนคร เพื่อให้เพิกถอนใบมรณะบัตรแล้ว วันที่ 20 ธ.ค.60 กรณี นายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกแจ้งในทะเบียนราษฎร์ว่าเสียชีวิต โดยเจ้าตัวยืนยันว่าหายไปทำงานบนเรือประมง ที่ จ.นครศรีธรรมราช นานกว่า 1 ปี จึงไม่ได้กลับบ้าน และถูกแรงงานชาวเมียนมาขโมยบัตรประจำตัวประชาชนไป ช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จากที่ว่าการอำเภอโนนคูณได้เข้าสอบปากคำเพื่อยืนยันตัวตนของนายสาครแล้ว นางธนพร ไชยสิทธิ์ นักวิชาการการเงินและบัญชีชำนาญการ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ ยังได้ดำเนินการตรวจสอบ กรณีสำนักงานประกันสังคมจ่ายเงินในกองทุนให้กับญาตินายสาครตามหลักการของผู้ประกันตนเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จำนวน 4 หมื่นบาท ด้วย โดยได้นำเอกสารบันทึกปากคำและแบบฟอร์มการคืนสิทธิ์ทางประกันสังคมให้กับนายสาคร พร้อมทั้งจะได้เรียกเงินคืนทั้งหมด จากครอบครัวนายสาครด้วย นางธนพร บอกว่า การเรียกเงินคืนนั้น ต้องอ้างอิงจากเอกสารทางทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครองก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้ ซึ่งการส่งเงินคืนนั้นจะคืนอย่างไร ต้องมีการพูดคุยกับครอบครัวนายสาครอีกครั้ง และไม่ได้เร่งรัดอะไรมากนัก ด้าน นายพรชัย วงศ์งาม นายอำเภอโนนคูณ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนราษฎร์อำเภอบันทึกภายใน และเสนอเรื่องไปยังสำนักงานเขตพระนคร แล้วเพื่อทำการเพิกถอนใบมรณะบัตรให้กับนายสาคร คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน จากนั้น นายสาคร ต้องมาถ่ายบัตรประชาชนใหม่ […]

คืนชีวิตให้โดยเร็ว! จนท.เร่งตรวจสอบ คืนสิทธิหนุ่มศรีสะเกษ ญาติแจ้งตายแต่ไม่ตาย

เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ เข้าสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องกับหนุ่มวัย 44 ปี เพื่อยืนยันว่ายังมีชีวิต และคืนสิทธิให้กับผู้เสียหาย หลังถูกแจ้งในทะเบียนราษฎร์ว่าเสียชีวิต กรณีของนายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกแจ้งในทะเบียนราษฎร์ว่าเสียชีวิต โดยเจ้าตัวยืนยันว่าหายไปทำงานบนเรือประมง ที่ จ.นครศรีธรรมราช นานกว่า 1 ปี จึงไม่ได้กลับบ้าน และถูกแรงงานชาวเมียนมาขโมยบัตรประจำตัวประชาชนไป หลังวานนี้ได้เดินทางไปพบกับตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ไปแล้ว วันนี้ นางทองพูน ไวยพันธ์ ปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียน อ.โนนคูณ เข้าสอบสวนญาติและผู้เสียหาย เพื่อยืนยันว่านายสาครไม่ได้เสียชีวิต และชายคนที่ปรากฏตัวอยู่นี้ คือนายสาครตัวจริง โดยทุกคนให้การยืนยันว่านายสาครเป็นลูกหลานของตน และเป็นคนบ้านเหล่าฝ้ายจริง ซึ่งนายสาครได้นั่งกอดและหอมแก้มนางศรีที่เป็นแม่ด้วยความอุ่นใจ นางทองพูน บอกว่า หลังสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งหมด 5 คนแล้ว จะรวบรวมพยานหลักฐานนำเสนอให้นายอำเภอโนนคูณเพื่อทราบ และขออนุมัติเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน จากนั้นจะนำเสนอเรื่องไปยังกรมการปกครองเพื่อขอแก้ไขในระบบข้อมูลทะเบียนราษฏร์ต่อไป ซึ่งนายอำเภอโนนคูณได้สั่งการให้ตนเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ (20 ธ.ค. 60) เพื่อเป็นการให้การช่วยเหลือนายสาครอย่างเร่งด่วน ซึ่งวันนี้ (20 ธ.ค. 60) […]

คดีพลิก! คลิปจะจะกระทืบบิ๊กไบค์ ไม่ยกล้อ แต่ถูกวางแผนดักตี 8 รุม 1 (คลิป)

จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิป หนุ่มขับบิ๊กไบค์โดนชาวบ้านเข้าไปทำร้ายร่างกาย โดยมีบทสนทนาว่า ทำไมต้องยกล้อ ขณะที่หนุ่มขับบิ๊กไบค์ยกมือไหว้พร้อมตอบว่า “ผมก็มาหัดฝึกเล่นครับ วันหลังผมไม่มาเเล้วครับ ขอโทษครับ” ซึ่งหลังจากที่คลิปดังกล่าวได้หลุดออกไป ได้มีการวิจารณ์ถึงการกระทำที่เกินกว่าเหตุของบุคคลในคลิปอย่างกว้างขวาง (อ่านข่าว :เปิดใจ! หนุ่มซิ่งบิ๊กไบค์ยกล้อถูกคนดักกระทืบ ลั่นไม่เอาความ – ตร.จี้ ต้องเอาผิดคนรุม) นอกจากนี้ กระแสสังคมส่วนหนึ่งยังได้โจมตีหนุ่มซิ่งบิ๊กไบค์ว่า เป็นแก๊งซิ่งป่วนเมือง สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ชาวบ้าน กระทั่งชาวบ้านไม่พอใจ จึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ล่าสุด วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 เวลา 18.50 น. นายนพสินธุ์ ทรัพย์ศฤงคาร หนุ่มขับบิ๊กไบค์ที่ถูกทำร้ายร่างกายตามที่ปรากฎในคลิป ได้ออกมาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผ่าน รายการต่างคนต่างคิด ว่า ตนเองยอมรับว่าเคยขับรถยกล้อบริเวณดังกล่าวรวมเดือนจริง แต่ในวันเกิดเหตุยังไม่ทันจะได้ยกล้อ แต่โดนทำร้ายร่างกายเสียก่อน ซึ่งหลังจากคลิปถูกเผยแพร่ ทางคู่กรณีได้เข้าเจรจา เรียกได้ว่าท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตนแตกต่างจากที่ตัวเองเจอเป็นอย่างมาก และขอให้เรื่องนี้จบเพียงเท่านี้ เพราะไม่อยากให้เป็นข่าวที่ใหญ่โต พร้อมกับได้ชดใช้ค่ารักษาพยาบาลไปแล้วจำนวน 12,000 บาท ยอมรับว่าจำนวนเงินที่ได้รับมาน้อย แต่ไม่อยากให้ทางครอบครัวต้องมาเดือดร้อน ขณะที่นายนพสินธุ์และกลุ่มเพื่อน ยอมรับว่าการขับขี่รถในแต่ละครั้งกระทำในสถานที่ที่ไม่มีรถพลุกพล่าน พร้อมยืนยันแบบลูกผู้ชายว่า ไม่ขอเลิกขี่รถบิ๊กไบค์ เพราะใจมันรัก พร้อมยืนยันว่าพวกตนไม่ใช่เด็กแว้นแน่นอน ทนาย […]

keyboard_arrow_up