ไลฟ์สไตล์

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ? รู้จัก "Respectful Parenting"

14 ม.ค. 66
เลี้ยงลูกอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ? รู้จัก "Respectful Parenting"

advertisement

เชื่อว่าหนึ่งในความต้องการสูงสุดของคนเป็นพ่อแม่ก็คืออยากเลี้ยงลูกขึ้นมาเป็นคนเก่งคนดีที่ประสบความสำเร็จช่วยเหลือตัวเองได้ โดยแต่ละคนก็มีความเชื่อและแนวคิดในการเลี้ยงลูกแตกต่างกันไป บ้างก็คิดว่าต้องเข้มงวด บ้างก็คิดว่าต้องปล่อยตามใจ ให้เขาลองผิดลองถูก ได้มีสิทธิใช้ชีวิตของเขาได้เต็มที่

แต่จากประสบการณ์ของ Margot Machol Bisnow นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงดูบุตร ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “Raising an Entrepreneur” หรือวิธีเลี้ยงลูกให้โตมาเป็นนักลงทุนและผู้ประกอบการณ์ ซึ่งวิธีเลี้ยงลูกที่พ่อแม่ของเด็กที่โตขึ้นแล้วประสบความสำเร็จใช้กันมากที่สุดก็คือ “Respectful Parenting” หรือวิธีเลี้ยงลูกแบบ ‘เคารพ’ ความคิดเห็นของลูก ให้พื้นที่ส่วนตัว และวางใจให้ลูกลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง

istock-1216917662

 

อะไรคือ Respectful Parenting? แตกต่างจากการเลี้ยงลูกแบบปล่อยตรงไหน?

สำหรับพ่อแม่เอเชียน การให้ ‘เคารพ’ ความคิดเห็นและการตัดสินใจของลูกน่าจะเป็นสิ่งที่ทำได้ยากที่สุด เพราะเด็กมักถูกสอนให้เคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ที่เคยอาบน้ำร้อนมาก่อน ย่อมมีประสบการณ์และวิจารณญาณมากกว่า สามารถนำทางลูกไปในทางที่ถูกที่ควร

อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงลูกแบบ Respectful Parenting ไม่เหมือน Permissive Parenting หรือการเลี้ยงลูกแบบตามใจ ลูกอยากทำอะไรก็ให้ทำ ไม่อยากทำอะไรก็ไม่บังคับ ไม่กำหนดกฎเกณฑ์ ซึ่งจะทำให้เด็กขาดวินัย และไม่มีความรับผิดชอบ เพราะใน Respectful Parenting พ่อแม่จะต้องกำหนดมาตรฐานและกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้ลูก เพียงแต่ให้อิสระลูกในการก้าวไปถึงมาตรฐานและเป้าหมายเหล่านั้นด้วยตัวเอง 

โดยการปล่อยให้ลูกได้ตัดสินใจ ได้ลองแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเองนี้ ก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ‘การเคารพความเป็นมนุษย์ของกันและกัน’ เพราะถ้าหากเราเชื่อในความสามารถในการตัดสินใจ และเลือกสิ่งที่ใช่ที่สุดให้ตัวเองของลูก เราจะรับฟังลูก และไม่บังคับให้ลูกทำสิ่งที่เราต้องการฝ่ายเดียวโดยไม่คิดถึงความต้องการของลูก ซึ้งจะทำให้เด็กโตขึ้นไปเป็นคนที่กล้ามองนอกกรอบ มีประสบการณ์จากการลองผิดลองถูก และกล้าตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดให้ตัวเอง

 

3 หลักการ ของ Respectful Parenting

โดยทั่วไป Respectful Parenting มี 3 หลักการหลักๆ ด้วยกันคือ

  1. การกำหนดมาตรฐาน และเป้าหมายกว้างๆ ให้ลูกพยายามทำให้สำเร็จด้วยตัวเอง โดยไม่เข้าไปบงการว่าต้องทำอย่างไร
  2. สนับสนุนให้ลูกแสดงความคิดเห็น ลองผิดลองถูกในสิ่งที่สนใจโดยไม่คิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ หรือเป็นเรื่องที่ยากเกินกว่าเด็กจะทำได้ และเมื่อลูกพลาดก็ไม่ซ้ำเติม
  3. ใช้เวลากับลูก ทำให้ลูกรู้สึกว่าเข้ามาปรึกษาได้เมื่อมีปัญหา

อย่างที่กล่าวไว้ในช่วงก่อนหน้า พ่อแม่ที่ใช้วิธีเลี้ยงลูกแบบ Respectful Parenting จะกำหนดมาตรฐาน และเป้าหมายกว้างๆ ไว้ให้ลูก แล้วปล่อยให้ลูกหาวิธีทำให้สิ่งนั้นสำเร็จเอง เพราะฉะนั้นการเลี้ยงลูกแบบนี้จึงไม่ใช่การปล่อย ไม่คาดหวังให้ลูกประสบความสำเร็จ หรือทำอะไรได้เป็นเรื่องเป็นราวเลย แต่เป็นการคาดหวัง และให้อิสระลูกในการทำให้ความคาดหวังของเราเป็นจริงด้วยตัวเอง

อย่างเช่น ถ้าเราอยากให้ลูกได้เกรด 4.00 เราก็อาจตั้งมาตรฐานนี้ไว้ แต่ปล่อยให้ลูกหาวิธีทำให้สำเร็จด้วยตัวเอง โดยไม่ไปบังคับว่าต้องอ่านหนังสือกี่ชั่วโมงต่อวัน หรือห้ามเล่นเกม เพราะวิธีนั้นจะทำให้เด็กอึดอัด ต่อต้าน และรู้สึกกดดัน แต่ถ้าหากเราให้โอกาสลูกตัดสินใจด้วยตัวเอง เด็กมักจะรู้วิธีทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องฝืนความต้องการของตัวเองมากเกินไปเสมอ

นอกจากนี้ พ่อแม่ยังต้องเคารพความเป็นส่วนตัว และการตัดสินใจของลูก รวมไปถึงสนับสนุนให้ลูกลองทำสิ่งที่ต้องการก่อนโดยไม่ด่วนตัดสินว่าเป็นเรื่องไร้สาระ และวิพากษ์วิจารณ์ทุกการตัดสินใจของลูก 

อย่างเช่น ถ้าลูกสนใจด้านการลงทุน เราไม่ควรด่วนตัดสินว่าการลงทุนไม่ใช่เรื่องของเด็ก หรือเป็นเรื่องที่เด็กทำไม่ได้ แต่ควรลองให้เงินลูกลงทุนเงินจำนวนเล็กน้อยในอะไรบางอย่าง รวมไปถึงแนะนำวิธีการลงทุนเบื้องต้นให้ และให้ลูกลองผิดลองถูก ขาดทุนหรือได้กำไรจากการตัดสินใจของตัวเอง และเมื่อลูกผิดพลาดก็สอนให้เขานำข้อผิดพลาดมาช่วยในการตัดสินใจในคราวหน้า ไม่ดุด่าซ้ำเติมให้ลูกรู้สึกว่าการผิดพลาดเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ซึ่งจะให้ลูกขาดความคิดสร้างสรรค์ และไม่กล้าตัดสินใจทำอะไรเองอีกในอนาคต

และเมื่อพ่อแม่ให้อิสระลูกเต็มที่ในการแสดงความคิดเห็น และลองผิดลองถูกโดยไม่ด่วยตัดสิน หรือซ้ำเติมเมื่อพลาด สิ่งที่จะตามมาโดยธรรมชาติคือ ‘ความไว้ใจ’ เพราะลูกจะรู้สึกสบายใจที่จะเล่าให้พ่อแม่ฟังทุกอย่าง ทุกความต้องการและปัญหา ทำให้ลูกไม่เก็บปัญหาไว้กับตัวเองจนเรื่องบานปลาย รวมไปถึงทำให้ลูกกลายเป็นคนที่รู้จักรับฟัง ให้พื้นที่ผู้อื่นในการแสดงความคิดเห็น และไม่ด่วนตัดสินคนอื่นจากประสบการณ์ของตัวเอง ซึ่งจะทำให้ลูกของเราเป็นที่รัก และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัวในอนาคต

istock-1368790548

โดยจะเห็นได้ว่า สำหรับ Respectful Parenting สิ่งสำคัญที่สุดเลยก็คือ ความเคารพในความแตกต่างของผู้อื่นและตัวเอง เพราะวิจารณญาณและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ย่อมไม่ได้เกิดจากการถูกบังคับให้ทำตามกฎเกณฑ์อย่างไม่มีเหตุผล แต่เกิดจากการลองผิดลองถูกจากการตัดสินใจด้วยตัวเองที่จะสั่งสมขึ้นมาเป็นประสบการณ์ ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากคนเป็นพ่อแม่ไม่เคารพสิทธิของลูกในการแสดงความคิดเห็นและความต้องการของตัวเอง ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์

 

ที่มา: CNBC 



advertisement

Relate Post

Spotlight