ธุรกิจการตลาด

WHA กรุ๊ป โชว์ฟอร์มเด่นปิดปี 66 ทุบสถิตินิวไฮกว่า 17,200 ล้านบาท 

31 ม.ค. 67
WHA กรุ๊ป โชว์ฟอร์มเด่นปิดปี 66 ทุบสถิตินิวไฮกว่า 17,200 ล้านบาท 

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ประกาศแผนกลยุทธ์ปี 2567 มุ่งต่อ ยอดพันธกิจ “We Shape the Future” เสริมศักยภาพทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจให้แข็งแกร่งครบวงจร หลังคว้าผลประกอบการแกร่งใน ปี 2566 ทุบสถิตินิวไฮอีกครั้ง โดยในปี 2566 ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 17,200 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 11% และรักษาระดับอัตรากำไร EBITDA ที่มากกว่า 40% พร้อมจัดสรรงบลงทุนภายใน 5 ปี (ปี 2567-2571) ที่ 78,700 ล้านบาท ผลักดันรายได้รวม 5 ปีสู่ระดับ 1 แสนล้านบาท

 

WHA กรุ๊ป โชว์ฟอร์มเด่นปิดปี 66 ทุบสถิตินิวไฮกว่า 17,200 ล้านบาท  มั่นใจพิชิตเป้าหมายก้าวสู่การเป็น Tech Company ในปี 67

WHA กรุ๊ป โชว์ฟอร์มเด่นปิดปี 66 ทุบสถิตินิวไฮกว่า 17,200 ล้านบาท 

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในปี 2567 นี้ เรายังคงเดินหน้าพัฒนาโซลูชันทางธุรกิจและอุตสาหกรรมเพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ และร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้ประเทศไทย โดยมีภารกิจสำคัญคือการบรรลุเป้าหมายที่จะเป็น Technology Company อย่างเต็มตัว ด้วยกลยุทธ์ Al Transformation มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล ยกระดับการดำเนินงานด้วยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อคงความเป็นผู้นําในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และต่อยอดโครงการ Digital Transformation ที่มีอยู่กว่า 38 โครงการ” ทั้งนี้ ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ได้กำหนด 4 กลยุทธ์สำคัญในปี 2567 ดังนี้

 

  1. Extend Leadership เร่งขยายธุรกิจต่อเนื่อง ทั้งในประเทศและตลาดภูมิภาค
  2. Embrace Innovation and Technology นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็น New S-curve ให้กับองค์กร
  3. Enhance the Prominence on Green and Sustainability เพื่อบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ในปี 2593 (Net-Zero 2050)
  4. Build High-Performance Organization ด้วยการพัฒนายกระดับด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูง

 

ธุรกิจโลจิสติกส์ของ WHA Group เติบโตอย่างโดดเด่นในปี 2566

WHA กรุ๊ป โชว์ฟอร์มเด่นปิดปี 66 ทุบสถิตินิวไฮกว่า 17,200 ล้านบาท 

ธุรกิจโลจิสติกส์ของ WHA Group เติบโตอย่างโดดเด่นในปี 2566 โดยลงนามสัญญาเช่าโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน/คลังสินค้าเพิ่มเติมรวมทั้งสิ้น 242,000 ตารางเมตร ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้มีพื้นที่คลังสินค้าภายใต้การถือครองและบริหารทั้งหมด 2,945,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ ยังมีการขายสิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHART จำนวน 142,900 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่ารวม 3,566 ล้านบาท

ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ รวมถึงการย้ายฐานการผลิตของภาคอุตสาหกรรมจากจีนและประเทศอื่นๆ เข้าสู่ประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งส่งผลให้ความต้องการใช้พื้นที่คลังสินค้าและโรงงานเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ทั้งในไทยและเวียดนาม รวมถึงการเข้าซื้อกิจการบริษัท จีซี โลจิสติกส์ โซลูชั่นส์ จำกัด (GCL) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ในสัดส่วน 50% มูลค่า 2,640 ล้านบาท

สำหรับกลยุทธ์การเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ในปี 2567 บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการขยายธุรกิจและพัฒนาโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน/คลังสินค้าทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม โดยให้ความสำคัญกับการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ การเสริมศักยภาพด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี และการส่งเสริมแนวปฏิบัติเพื่อความยั่งยืน

หนึ่งในโครงการสำคัญที่บริษัทฯ ดำเนินการในปี 2566 คือโครงการ Green Logistics ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนและเร่งการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในภาคขนส่งของประเทศ โดยบริษัทฯ มีการให้บริการยานยนต์ไฟฟ้า สถานีชาร์จ และกำลังพัฒนาแอปพลิเคชั่นที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการยานยนต์ไฟฟ้ารวมถึงแบตเตอรี่ ในปี 2566 มีลูกค้าเซ็นสัญญาเช่าซื้อยานยนต์ไฟฟ้าจำนวน 25 คัน และบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มเป็น 1,000 คันในปี 2567

สำหรับเป้าหมายการเติบโตในปี 2567 บริษัทฯ วางเป้าหมายส่งมอบโครงการและสัญญาใหม่เพิ่มขึ้น 200,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นประเทศไทย 165,000 ตารางเมตร และเวียดนาม 35,000 ตารางเมตร และคาดว่าสินทรัพย์รวมภายใต้กรรมสิทธิ์และการบริหารจะเพิ่มถึงระดับ 3,145,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ ยังมีแผนการขายสิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHART และ WHAIR รวมทั้งสิ้นประมาณ 213,000 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,290 ล้านบาท

 

ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ของบริษัทฯ มียอดขายที่ดินรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ในปี 2566 บริษัทฯ มียอดขายที่ดินรวมสูงสุดอยู่ที่ 2,767 ไร่ แบ่งเป็น ประเทศไทย 1,986 ไร่ และเวียดนาม 781 ไร่ ไฮไลต์สําคัญคือการลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินกับฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย หนึ่งในกลุ่มยานยนต์ชั้นนํา 4 กลุ่มของจีน จํานวน 250 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรม ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 และการลงนามในสัญญาเช่าที่ดินในเวียดนามกับฟู วิ่ง อินเตอร์คอนเนค เทคโนโลยี (เหงะอาน) ในเครือฟ็อกซ์คอนน์ อินเตอร์คอนเนค เทคโนโลยี ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ ที่สุดของโลก จํานวน 300 ไร่

ในปี 2567 บริษัทฯ มีโครงการพัฒนานิคมฯ ใหม่และขยายนิคมฯ ในประเทศไทยรวม 7 โครงการ บนพื้นที่รวม เกือบ 10,000 ไร่ ในช่วง 4 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้มีพื้นที่นิคมฯ รวมกว่า 52,000 ไร่ ในปี 2570 โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์อัจฉริยะ (Smart ECO Industrial Estate) อย่างต่อเนื่อง โดยขยาย ขีดความสามารถให้ครอบคลุม 6 องค์ประกอบสําคัญคือ 

  • Smart Services
  • Smart Mobility
  • Communication 
  • Smart Power
  • Smart Water 
  • Smart Security 

ภายใต้การบริหารจัดการโดยศูนย์ ควบคุมกลาง (Unified Operation Center) และต่อยอดการเป็น Total Solutions Partner ให้กับลูกค้า ด้วยการให้บริการที่เกี่ยวเนื่อง เช่น บริการด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โทรคมนาคม ในประเทศเวียดนาม นอกจากเขตอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1 – เหงะอาน ซึ่งเฟส 1 ประสบความสําเร็จอย่างมากมีผู้เช่าไปแล้วกว่า 77% และอยู่ระหว่างการพัฒนาเฟส 2 บริษัทฯ ยังมีแผนการที่ จะขยายเขตอุตสาหกรรมอีก 3 โครงการ บนที่ดินรวมกว่า 22,813 ไร่

สําหรับเป้าหมายในปี 2567 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายที่ดินทั้งในประเทศไทยและเวียดนามรวม 2,275 ไร่ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายในปี 2566 ที่ตั้งไว้ 1,750 ไร่ ทั้งนี้ ในปี 2566 บริษัทฯ สามารถทํายอดขายที่ดินสูงกว่า เป้าหมายถึง 58% อยู่ที่ 2,767 ไร่

 

ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 WHA กรุ๊ป โชว์ฟอร์มเด่นปิดปี 66 ทุบสถิตินิวไฮกว่า 17,200 ล้านบาท 

ในปี 2566 ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) ของบริษัท WHAUP มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยในประเทศไทย มีปริมาณยอดขายน้ำและบำบัดน้ำเสียรวม 121 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นการเติบโต 4% แบ่งเป็นปริมาณยอดขายน้ำดิบ 32 ล้านลูกบาศก์เมตร และปริมาณจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม 6 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ปริมาณยอดขายและบริหารน้ำในเวียดนาม อยู่ที่ 34 ล้านลูกบาศก์เมตร เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 18% สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) ในปี 2566 ได้แก่

  • การขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมของ WHA ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม
  • ความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าเดิมและลูกค้ารายใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มโรงไฟฟ้าและปิโตรเคมี
  • การกลับมาดำเนินงานตามปกติของกลุ่มลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมฯ

สำหรับปี 2567 บริษัท WHAUP ตั้งเป้ายอดการจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวมที่ 178 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นภายในประเทศ 142 ล้านลูกบาศก์เมตร และในเวียดนาม 36 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 14% โดยบริษัทฯ จะมุ่งเน้นขยายการให้บริการน้ำทุกประเภทในโครงการนิคมใหม่ๆ ของ WHA และนอกนิคมของ WHA รวมถึงตอบสนองความต้องการน้ำของลูกค้าในเวียดนามที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงเดินหน้าพัฒนา Smart Water Platform และมองหาโอกาสขยายธุรกิจใหม่ๆ อาทิ โซลูชันสิ่งแวดล้อม และสาธารณูปโภคสำหรับอุตสาหกรรมอื่นๆ

ธุรกิจไฟฟ้า รุกขยายการลงทุนพลังงานหมุนเวียน

WHA กรุ๊ป โชว์ฟอร์มเด่นปิดปี 66 ทุบสถิตินิวไฮกว่า 17,200 ล้านบาท 

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งในด้านปริมาณการผลิตไฟฟ้าและกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น

ในด้านปริมาณการผลิตไฟฟ้านั้น บริษัทฯ มีการเซ็นสัญญาโครงการโซลาร์รูฟท็อปเพิ่ม 42 สัญญา คิดเป็นกำลังการผลิตรวม 50 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ยังได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ให้เป็นผู้มีสิทธิพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) เฟส 1 จำนวน 5 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 125.4 เมกะวัตต์

สำหรับปี 2567 บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสะสมที่ลงนามแล้วเป็น 1,000 เมกะวัตต์ โดยเป็นพลังงานหมุนเวียน 453 เมกะวัตต์ โดยเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) 283 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันพลังงานใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า แพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานไฟฟ้า (Peer-to-Peer Energy Trading) และการซื้อขายใบรับรองเครดิตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (I-REC) รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจ New S-Curve เช่น ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) และเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage : CCUS) เป็นต้น

 

ธุรกิจดิจิทัล ยกระดับองค์กรในทุกมิติ มุ่งสู่ความเป็น Technology Company

WHA กรุ๊ป โชว์ฟอร์มเด่นปิดปี 66 ทุบสถิตินิวไฮกว่า 17,200 ล้านบาท 

WHA Group เดินหน้ายกระดับองค์กรในทุกมิติ ภายใต้ภารกิจ “Mission To The Sun” เพื่อก้าวสู่การเป็น Technology Company ในปี 2567 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าและเสริมศักยภาพของระบบนิเวศทางธุรกิจ

สำหรับธุรกิจดิจิทัลของ WHA Group ได้ดำเนินโครงการทรานสฟอร์มธุรกิจสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 ได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน WHA Connect เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและบริการต่างๆ ของกลุ่มธุรกิจ WHA Group เข้าด้วยกัน ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการต่างๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ธุรกิจดิจิทัลของ WHA Group ยังมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และมูลค่าเพิ่มใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า โดยในปี 2567 จะเปิดตัวแอปพลิเคชัน Super Driver App สำหรับลูกค้ายานยนต์ไฟฟ้าภาคธุรกิจ แอปพลิเคชันนี้จะช่วยบริหารจัดการยานพาหนะ วางแผนเส้นทาง และการเชื่อมโยงโครงข่ายสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า (EV Roaming) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลแล้ว WHA Group ยังได้ตั้งเป้าที่จะดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2593 (100% Circularity by 2050) ผ่านการดำเนินงานภายใต้ 3 หลักการ ได้แก่ Design & Resource, Green Products และ Operation Excellence โดยในปี 2566 กลุ่มธุรกิจทั้ง 4 ของ WHA Group ได้นำเสนอโครงการ Circular Economy ไม่น้อยกว่า 40 โครงการ ซึ่งครอบคลุมทั้งการลดการใช้ทรัพยากร การลดการปล่อยมลพิษ และการรีไซเคิลวัสดุ

การยกระดับองค์กรในทุกมิติของ WHA Group ภายใต้ภารกิจ “Mission To The Sun” จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กรในอนาคต

 

บทพิสูจน์ความสำเร็จที่สะท้อนถึงศักยภาพของกลุ่มธุรกิจ WHA Group

WHA กรุ๊ป โชว์ฟอร์มเด่นปิดปี 66 ทุบสถิตินิวไฮกว่า 17,200 ล้านบาท 

ความสำเร็จของกลุ่มธุรกิจ WHA Group ในปี 2566 ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมในการก้าวสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง ดังจะเห็นได้จากรางวัลอันทรงเกียรติที่ได้รับจากหน่วยงานต่างๆ มากมาย ดังนี้

  • รางวัล Best Sustainability Awards และรางวัล Commended Sustainability Awards จากเวที SET Awards 2023 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
  • รางวัล เชิดชูเกียรติ Prime Minister Award: Innovation for Global Challenge สาขา Competitiveness สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและนวัตกรรมที่โดดเด่น
  • รางวัล สุดยอดองค์กรนายจ้างดีเด่นของคินเซนทริค แห่งประเทศไทย ประจําปี 2023 (Kincentric Best Employer Award Thailand 2023) แสดงถึงความเป็นองค์กรที่น่าทำงานด้วย
  • รางวัลนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในงาน Eco Innovation Forum 2023 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ
  • ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน 2023 S&P Global Sustainability Yearbook พร้อมยกย่องให้เป็น Industry Mover ของกลุ่มอุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระดับสากล

ความสำเร็จเหล่านี้ ล้วนเป็นผลมาจากความมุ่งมั่น ตั้งใจ และการทำงานหนักของพนักงานทุกคนใน WHA Group ที่ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

 

ความท้าทายและเป้าหมายใหม่ในปี 2567 

WHA กรุ๊ป โชว์ฟอร์มเด่นปิดปี 66 ทุบสถิตินิวไฮกว่า 17,200 ล้านบาท 

ในปี 2567 WHA Group ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับศักยภาพในทุกด้าน เพื่อการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการสร้างความพร้อมในการรับมือทุกความท้าทาย และก้าวสู่เป้าหมายใหม่ต่อไปในอนาคต

สำหรับความท้าทายที่ WHA Group ต้องเผชิญในปี 2567 ได้แก่ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก การแข่งขันที่รุนแรงจากธุรกิจต่างๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม WHA Group เชื่อว่าด้วยความพร้อมและความแข็งแกร่งขององค์กร จะสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ ไปได้ และพร้อมที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

บทพิสูจน์ความสำเร็จของกลุ่มธุรกิจ WHA Group ในปี 2566 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมในการก้าวสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง WHA Group ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับศักยภาพในทุกด้าน เพื่อการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการสร้างความพร้อมในการรับมือทุกความท้าทาย และก้าวสู่เป้าหมายใหม่ต่อไปในอนาคต

advertisement

SPOTLIGHT