Logo site Amarintv 34HD
Big Rewardslogo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เปิดวิสัยทัศน์ทายาท ‘จระเข้’ ยกระดับธุรกิจครอบครัวสู่แบรนด์ระดับโลก
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เปิดวิสัยทัศน์ทายาท ‘จระเข้’ ยกระดับธุรกิจครอบครัวสู่แบรนด์ระดับโลก

4 พ.ย. 69
15:23 น.
แชร์

เมื่อกล่าวถึงวัสดุก่อสร้างประเภทกาวซีเมนต์และกาวยาแนว ชื่อ ‘จระเข้’ เป็นแบรนด์ที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดีจากการเป็นผู้นำในตลาดสินค้ากลุ่มนี้มายาวนานจนถึงปัจจุบัน พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทั้งวัสดุและเคมีภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์งานก่อสร้าง ตกแต่ง และซ่อมแซมอย่างครบวงจร

เบื้องหลังการเติบโต ยังมีเรื่องราวของธุรกิจครอบครัวที่ส่งต่อจากรุ่นพ่อแม่มาสู่รุ่นลูก โดยมี ชินธร อรรถสารประสิทธิ์ กรรมการบริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เค เซอรา จำกัด เข้ามารับช่วงบริหารและมีบทบาทในการสานต่อธุรกิจ

ชินธรเกิดและเติบโตมาพร้อมกับ ‘จระเข้ คอร์ปอเรชั่น’ ตั้งแต่บริษัทก่อตั้งในปี 2535 และได้เห็นเส้นทางการทำงานของพ่อแม่ ตั้งแต่การขับรถไปขายสินค้าตามร้านค้าต่างจังหวัดด้วยตัวเอง จนธุรกิจเติบโตขึ้นเป็นบริษัทที่มีระบบบริหารจัดการและขยายตลาดไปต่างประเทศ

การก้าวขึ้นมารับช่วงบริหารธุรกิจครอบครัวในฐานะทายาทรุ่นสอง ทำให้ชินธรมีโจทย์สำคัญทั้งการรักษาสิ่งที่พ่อแม่สร้างไว้และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ รวมถึงการพา ‘จระเข้ คอร์ปอเรชั่น ไปสู่เป้าหมายการเป็นบริษัทระดับภูมิภาคและระดับสากล

ชินธรได้เปิดใจถึงมุมมองและความตั้งใจในการสืบทอดธุรกิจครอบครัว ใน LEGACY Keynote หลังรับโล่ประกาศเกียรติคุณ HOB OF FAME สาขา Legacy & Future Award จากงาน ‘House of Business 2026’ มหกรรมส่งต่อและสืบทอดธุรกิจครอบครัว จัดโดยบริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด โดย SPOTLIGHT ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจครอบครัว และ SME Decode ว่า การเป็นรุ่นสองที่เข้ามาสืบทอดธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขามุ่งมั่นตั้งใจกับภารกิจนี้ ด้วยความอยากให้ธุรกิจของครอบครัวเติบโตและดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน

35 ปี ‘จระเข้ คอร์ปอเรชั่น’ ผู้เชี่ยวชาญงานวัสดุก่อสร้างที่ไม่เคยหยุดพัฒนา

ชินธรเล่าความเป็นมาของ ‘ จระเข้ คอร์ปอเรชั่น’ ที่อยู่คู่บ้านเรือนคนไทยมาเกือบ 35 ปีว่า คุณพ่อของเขาก่อตั้งบริษัทขึ้น โดยเป็นบริษัทแรกที่นำสินค้ากาวซีเมนต์และกาวยาแนวจากสหรัฐอเมริกาเข้ามาขายในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ ‘จระเข้’

หลังจากสินค้าเป็นที่รู้จัก จระเข้ก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ในหมวดนี้ของประเทศไทย

ในปี 2560 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อจาก บริษัท เซอรา ซี-เคียว จำกัด เป็น บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านองค์กรและการขยายธุรกิจ

ชินธรกล่าวว่า จระเข้ไม่เคยหยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ ๆ จนปัจจุบันมีสินค้าในพอร์ตเคมีก่อสร้างมากกว่า 270 SKU โดยสินค้าทุกตัวผ่านการวิจัยและพัฒนาในห้องปฏิบัติการของโรงงานซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดสระบุรี และสินค้าทุกรายการได้รับการรับรองมาตรฐาน ANSI ของสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียวอย่าง LEED, WELL และ TREES เพื่อรองรับแนวทางการก่อสร้างที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

5 แบรนด์ของ ‘จระเข้’ ที่เติบโตมาพร้อมกับพันธมิตร

ชินธรให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันบริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีแบรนด์สินค้าอยู่ 5 แบรนด์ ได้แก่ ‘จระเข้’ ซึ่งเป็นแบรนด์กาวซีเมนต์และกาวยาแนวที่ผู้บริโภครู้จักกันดีคือ ‘ชาละวัน’ และ ‘เกเตอร์’ ซึ่งเป็นแบรนด์กาวซีเมนต์และกาวยาแนวที่มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างจากจระเข้ ส่วน ‘สีจระเข้’ เป็นแบรนด์สีทาพื้นผิว และแบรนด์ล่าสุด ‘จระเข้ อีซี่’ แบรนด์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “ชีวิตง่าย ๆ กับไลฟ์สไตล์ที่มากกว่า” ซึ่งแบรนด์นี้เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยให้บริษัทขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มผู้บริโภคทั่วไป (B2C) จากเดิมที่เน้นกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B)

“ทั้งหมดทุกแบรนด์ เราทำไม่ได้ ถ้าเราไม่มีพาร์ตเนอร์ที่ดี” ชินธรกล่าว และบอกมุมมองว่า จุดแข็งหนึ่งของจระเข้ คือ มีพันธมิตรที่ดี ทั้งร้านค้ามากกว่า 3,000 ร้านค้าที่เติบโตมาพร้อมกับจระเข้ รวมถึงผู้รับเหมา ช่าง และเจ้าของโครงการที่เป็นพันธมิตรที่ดีของจระเข้ตลอดมา และยังคงเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจมาจนถึงปัจจุบัน

จากที่ 1 ในไทย ตั้งเป้าเป็นบริษัทระดับสากล

“จระเข้ คอร์ปอเรชั่น เป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย และเรามุ่งมั่นที่จะไม่หยุดพัฒนา” ทายาทจระเข้กล่าว

จระเข้ คอร์ปอเรชั่น ครองอันดับ 1 ของตลาดภายในประเทศมาหลายปี จระเข้ได้ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดเวียดนาม เนื่องจากเห็นโอกาสจากการที่เวียดนามเป็นตลาดวัสดุก่อสร้างที่กำลังเติบโต โดยเปิดสำนักงานที่กรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์เมื่อปี 2566

สำหรับอนาคต จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จะเติบโตขึ้นไปเป็นบริษัทระดับสากล และมั่นใจว่ามีความพร้อม เนื่องจากจระเข้มีความเชี่ยวชาญด้านวัสดุก่อสร้างที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมและตอบโจทย์ตั้งแต่ฐานรากไปจนถึงหลังคา ขณะเดียวกันจระเข้ก็ไม่ได้มองเฉพาะตลาดก่อสร้างบ้านใหม่ แต่ยังมีผลิตภัณฑ์รองรับตลาดปรับปรุงและซ่อมแซมอาคารที่กำลังเติบโตด้วย ความครอบคลุมของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวช่วยเสริมให้จระเข้มีระบบธุรกิจที่เชื่อมโยงกัน และสามารถต่อยอดการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อทายาทที่โตมาพร้อม ‘จระเข้’ เข้ามาบริหาร ‘จระเข้ คอร์ปอเรชั่น’

ชินธรบอกว่าตนเองเติบโตมาพร้อมกับจระเข้อย่างแท้จริง โดยในวันที่บริษัทก่อตั้งขึ้น เขามีอายุเพียง 2 สัปดาห์

“ผมเติบโตมาพร้อมกับบริษัทนี้ และผมเห็นการเติบโตของบริษัทจากวันที่เป็นธุรกิจครอบครัวจนวันที่เกิด ‘จระเข้ คอร์ปอเรชั่น’ ขึ้นมา สิ่งที่ผมเห็นคือ การเดินทางของคุณพ่อคุณแม่ที่วิ่งขายสินค้าเอง ขับรถไปทุกจังหวัดในประเทศไทยเพื่อขายสินค้าตามร้านต่าง ๆ ต่อคิวเข้าไปขายกับอาเฮียอาซ้อ จนจระเข้เดินทางมาถึงวันนี้ เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจสำหรับบริษัทของคนไทยบริษัทหนึ่ง”

หลังเรียนจบในปี 2560 ชินธรเข้าไปทำงานในบริษัท โดยดูแลเรื่องภาพลักษณ์องค์กร ในช่วงที่บริษัทกำลังเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจครอบครัวไปเป็นบริษัทที่มีการวางรากฐานระบบบริหารจัดการใหม่เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว รวมถึงนำผู้บริหารจากภายนอกเข้ามาร่วมบริหารมากขึ้น

นอกจากการดูแลภาพลักษณ์องค์กร ผลงานสำคัญของชินธร คือ การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ซึ่งมีบทบาทในการขยายการรับรู้แบรนด์และขยายตลาดให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น

ในวันที่เรียนจบกลับมาทำงานในบริษัท ชินธรมองว่า แม้กาวซีเมนต์และกาวยาแนวจะเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญในกระบวนการก่อสร้าง แต่เจ้าของบ้านไม่ได้เป็นคนตัดสินใจเลือกสินค้าเหล่านี้ด้วยตัวเอง ต่างจากสีทาบ้านซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เจ้าของบ้านเลือกสีเอง จึงเป็นที่มาของการเปิดแบรนด์ สีจระเข้ เพื่อให้ ‘จระเข้ คอร์ปอเรชั่น’ ไม่ได้ถูกจดจำเฉพาะในฐานะแบรนด์กาวซีเมนต์และกาวยาแนว แต่ยังถูกเล็งเห็นว่ามีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านการตกแต่งด้วย

สำหรับแบรนด์ จระเข้ อีซี่ (JORAKAY Easy) แบรนด์ใหม่ล่าสุดของจระเข้เป็นอีกแบรนด์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อขยายตลาดจากการที่ชินธรมองเห็นพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะประเภทที่เป็นการทำงานซ่อมแซมเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยตัวเอง จระเข้จึงออกผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานง่ายขึ้น พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์เพิ่มเติมจากช่องทางออฟไลน์ที่มีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว

ความมุ่งมั่นของทายาทรุ่นสอง พา ‘จระเข้ คอร์ปอเรชั่น’ ไปสู่เป้าหมาย

สิ่งหนึ่งที่ชินธรให้ความสำคัญในการบริหารจระเข้ คอร์ปอเรชั่น คือ การสานต่อความสัมพันธ์กับลูกค้าที่คุณพ่อคุณแม่สร้างไว้ ปัจจุบันชินธรได้ออกไปเยี่ยมลูกค้าด้วยตัวเองตามรอยคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งเขาเล่าว่า เมื่อไปถึงร้านค้าพันธมิตรก็ได้พบกับทายาทรุ่นสองของร้านค้าเช่นกัน การพบปะกันจึงเป็นโอกาสในการสานต่อความสัมพันธ์ระหว่างพาร์ตเนอร์ให้คงอยู่ยาวนานขึ้น

“ภาพทุกอย่างที่ ‘จระเข้ คอร์ปอเรชั่น’ มาได้ถึงทุกวันนี้ เป็นภาพที่เราในฐานะรุ่นสองต้องรักษาและสืบต่อไปได้” ชินธรกล่าว และบอกว่าในฐานะที่เป็นผู้สืบทอดธุรกิจรุ่นที่สองจะไม่ทำให้ธุรกิจสะดุดหรือพังลงในรุ่นของตัวเอง ตาม ‘คำสาปสามรุ่น’ ที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงการสืบทอดธุรกิจครอบครัว

ชินธรยอมรับว่า การเข้ามารับช่วงต่อธุรกิจครอบครัวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ตัวเขาเองได้เห็นเส้นทางการทำงานของคุณพ่อคุณแม่มาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะช่วงที่ทั้งสองขับรถออกไปขายสินค้าตามร้านค้าต่าง ๆ เขาได้นั่งอยู่ในรถคันนั้นด้วย จึงได้เห็นทั้งการเดินทาง การทำงาน และการเปลี่ยนแปลงของบริษัทมาตลอด เมื่อถึงวันที่เข้ามาช่วยงานและรับช่วงต่อในการบริหาร จึงเข้าใจและเห็นภาพว่าควรจะบริหารอย่างไรและพาบริษัทไปในทิศทางไหน

“ผมโชคดีที่ได้เห็นว่าบริษัทนี้โตมายังไง ถ้าเทียบเป็นรถ ก็เหมือนกับว่าในวันที่ผมต้องขับต่อ ผมรู้ว่าต้องบังคับพวงมาลัยให้รถคันนี้ไปต่อได้อย่างไร ผมเห็นการเดินทางของมันมาถึงวันนี้ ผมต้องขับรถคันนี้ไปต่อให้ถึงจุดหมาย ให้ถึงอนาคตที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจอยากให้ ‘จระเข้ คอร์ปอเรชั่น’ เป็นธุรกิจที่ยั่งยืนและดำเนินต่อไปในอนาคต” ผู้บริหารรุ่นที่สองของ ‘จระเข้ คอร์ปอเรชั่น’ กล่าวด้วยความมุ่งมั่น

แชร์
เปิดวิสัยทัศน์ทายาท ‘จระเข้’ ยกระดับธุรกิจครอบครัวสู่แบรนด์ระดับโลก