
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานทั่วโลก ตั้งแต่วิธีการทำงานของภาคธุรกิจ ทักษะที่นายจ้างต้องการ ไปจนถึงโอกาสในการเข้าสู่ตลาดงานของคนรุ่นใหม่ ขณะที่บางตำแหน่งงานอาจถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี AI แต่ในอีกด้านหนึ่ง AI ก็เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการทำงานและสร้างความต้องการทักษะใหม่ ๆ ให้กับแรงงานเช่นกัน
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่า AI จะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงานเกือบ 40% ทั่วโลก ทั้งในแง่การเข้ามาแทนที่และการเข้ามาเสริมการทำงาน
ปัจจุบัน ผลกระทบปรากฏให้เห็นชัดแล้วในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะงานระดับเริ่มต้นและงานสำนักงานบางประเภทที่สามารถนำ AI มาใช้ทดแทนงานบางส่วนได้ ทำให้คนที่เพิ่งเรียนจบหางานแรกได้ยากขึ้น
เมื่อทักษะที่ตลาดงานต้องการเปลี่ยนเร็วขึ้น การเตรียมความพร้อมของแรงงานจึงเป็นโจทย์สำคัญของทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจ ไมโครซอฟท์ (Microsoft) บริษัทเทคระดับโลกจึงดำเนินโครงการ ‘Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand’ และในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ได้เปิดตัวภาคีความร่วมมือระดับชาติ ‘Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand’ ที่ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา นายจ้าง และพันธมิตรด้านการจ้างงาน เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะ AI เข้ากับโอกาสในการทำงานจริงของคนไทย
การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยข้อมูลจาก LinkedIn ประเมินว่า ภายในปี 2030 ทักษะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งงานส่วนใหญ่กว่า 70% จะเปลี่ยนแปลงไป โดยมี AI เป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกัน ระหว่างปี 2023-2025 มีตำแหน่งงานด้าน AI ที่ต้องใช้ทักษะระดับสูงเกิดขึ้นทั่วโลกกว่า 1.3 ล้านตำแหน่ง สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางเพิ่มขึ้น
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังส่งผลต่อเกณฑ์การคัดเลือกบุคลากร โดย 66% ของผู้นำองค์กรระบุว่าจะพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครที่มีทักษะความเข้าใจและการใช้งาน AI (AI Literacy) เท่านั้น ขณะที่ประเทศไทยเองก็เผชิญการแข่งขันในตลาดแรงงานที่สูงขึ้นเช่นกัน
ข้อมูลจาก JobsDB by SEEK ระบุว่า จำนวนใบสมัครงานในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 13% อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ประกาศรับสมัครงานก็ระบุความต้องการทักษะด้าน AI มากขึ้น สถานการณ์นี้ทำให้ผู้สมัครไม่เพียงต้องมีความรู้หรือวุฒิการศึกษาตรงกับตำแหน่งงาน แต่ยังต้องพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับลักษณะงานที่เปลี่ยนไปด้วย
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาทักษะยังมีช่องว่างที่ต้องเร่งแก้ไข งานวิจัย AI in Education ปี 2026 ของไมโครซอฟท์พบว่า นักเรียนและนักศึกษา 77% ยังไม่เคยได้รับการฝึกอบรมทักษะ AI อย่างเป็นทางการจากสถานศึกษา ขณะที่ผู้สอน 66% ต้องการให้สถาบันการศึกษาจัดอบรม AI ทุกเดือนหรือทุกไตรมาส
ผลวิจัยดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโจทย์ที่ไมโครซอฟท์ต้องการแก้ไขผ่านโครงการ Microsoft Elevate AI and Jobs ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะ AI เข้ากับความต้องการของภาคธุรกิจและโอกาสในการจ้างงานจริง
โครงการ Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand มีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบพัฒนากำลังคนและการจ้างงานของประเทศไทย โดยเน้นการเชื่อมโยงเส้นทางการเรียนรู้ตั้งแต่ในห้องเรียน มหาวิทยาลัย ไปจนถึงการทำงานจริง ครอบคลุมนักเรียนอาชีวศึกษา นักศึกษาใกล้สำเร็จการศึกษา บัณฑิตจบใหม่ ผู้กำลังมองหางาน และผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพ
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผน AI and Jobs ระดับประเทศของไมโครซอฟท์ ซึ่งผสานข้อมูลเชิงลึกด้านแรงงาน ความร่วมมือระหว่างภาคส่วน การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย และการพัฒนาทักษะ AI เพื่อช่วยระบุแนวทางการลงทุนและนโยบายที่จำเป็นสำหรับตลาดแรงงานยุคใหม่
ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในกลุ่ม 19 ประเทศทั่วโลกที่เปิดตัวโครงการ Microsoft Elevate AI and Jobs ในรูปแบบภาคีความร่วมมือระดับชาติ เป็นการต่อยอดจากความมุ่งมั่นระยะยาวของไมโครซอฟท์ในการพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI ให้คนไทย ซึ่งไมโครซอฟท์ระบุว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมาได้เสริมสร้างทักษะให้คนไทยแล้วกว่า 2.7 ล้านคน
เควิน เฟรย์ (Kevin Frey) รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างผลกระทบเชิงบวก (Vice President and Chief Impact Officer) Microsoft Elevate กล่าวว่า โอกาสจาก AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเข้าถึงเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องเสริมสร้างทักษะและความมั่นใจให้ผู้คนสามารถนำ AI ไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบ ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้สามารถนำทักษะเหล่านั้นไปใช้ในการทำงานจริง
“ไมโครซอฟท์มุ่งมั่นสนับสนุนผู้คนอย่างครบวงจร จากห้องเรียน สู่มหาวิทยาลัย จนถึงการทำงานจริง เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทยและพันธมิตรทุกภาคส่วนผ่านโครงการ Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้สู่โอกาสการจ้างงานจริงซึ่งมีคุณค่าสำหรับคนไทยทุกคน” เควินกล่าว
สำหรับภาคีความร่วมมือของโครงการ Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand มีทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม แพลตฟอร์มการจ้างงาน และภาคประชาสังคม ได้แก่
โครงการมีแผนการดำเนินงานในเฟสแรกเป็นระยะเวลาประมาณ 9 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ถึงมิถุนายน 2570 ครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า รัฐบาลไทยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่มาตรฐานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งการขับเคลื่อนนั้น นอกเหนือจากเรื่องนโยบายหรือกฎเกณฑ์แล้วยังมีโจทย์เร่งด่วนในการเตรียมแรงงานไทยให้พร้อมสำหรับโลกยุค AI เพื่อยกระดับทุนมนุษย์และขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับสากล
ความร่วมมือระดับชาติกับไมโครซอฟท์จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ โดยกระทรวง อว. มุ่งปฏิรูปการศึกษาระดับอุดมศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยใช้ประโยชน์จากระบบคลังหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank) และเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้บุคลากรไทยได้มีทักษะ AI ที่ตลาดงานต้องการ
“การปิดช่องว่างระหว่างหลักสูตรในห้องเรียนกับความต้องการจริงของภาคอุตสาหกรรม จะเปลี่ยนความรู้ด้าน AI ให้กลายเป็นการจ้างงานที่มีมูลค่าสูง และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมสำหรับประเทศไทย” รองนายกฯ และ รมว. อว.กล่าว
ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ประเทศที่มีความพร้อมสำหรับ AI คือประเทศที่มีคนพร้อมมากที่สุด กระทรวงศึกษาธิการในฐานะต้นน้ำของการพัฒนากำลังคนจึงขับเคลื่อนหลักการ “AI in All, All in AI และ AI for All” ของรัฐบาล โดยมุ่งสร้างพื้นฐานให้ผู้เรียนสามารถคิดเป็น ใช้เป็น และรู้เท่าทัน AI
ประเสริฐกล่าวอีกว่า โครงการ Microsoft Elevate AI and Jobs for Thailand ถือเป็นการต่อยอดจากการพัฒนาทักษะไปสู่การเชื่อมโยงทักษะกับการทำงานจริง โดยอาชีวศึกษาจะเป็นด่านหน้าที่มีบทบาทสำคัญในการนำหลักสูตรและการรับรองทักษะ AI เชื่อมกับความต้องการของตลาดงานเข้าสู่การเรียนการสอน ส่วนครูจะทำหน้าที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ดูแลให้ผู้เรียนในทุกพื้นที่ ทั้งในเมืองและพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงทักษะ AI ได้อย่างเท่าเทียม และมีความพร้อมสำหรับการทำงานตั้งแต่วันแรก