
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นางอำภา พรหมวาทย์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนการศึกษา เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสู่การยกระดับคุณภาพคนทุกช่วงวัย : ปฐมวัย" โดยมี ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการสภาการศึกษา รศ. ดร.สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล ภาควิชาการศึกษาตลอดชีวิต คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ อดีตรองเลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยและการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพมหานคร
นางอำภา กล่าวว่า “ระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศให้มีศักยภาพและความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ ระบบดังกล่าวต้องออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย โดยเฉพาะปฐมวัย เพราะปฐมวัยเป็นช่วงสำคัญในการวางรากฐานพัฒนาการ ทักษะ ทัศนคติ และนิสัยแห่งการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองของบุคคลตลอดช่วงชีวิต ดังนั้นการประชุมครั้งนี้จึงจัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับกลุ่มปฐมวัย เกี่ยวกับสถานการณ์ ปัญหา ความท้าทาย และกลไกการดำเนินงานของระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับกลุ่มปฐมวัย รวมถึงความเชื่อมโยงของบทบาทและภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งจะนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนวทาง การพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศไทยต่อไป”
การอภิปราย เรื่อง “การพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสู่การยกระดับคุณภาพคน : ปฐมวัย” ผู้ทรงคุณวุฒิร่วมอภิปรายถึงแนวทางการพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตในช่วงปฐมวัย โดยเห็นว่าการสร้างรากฐานการเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตควรเริ่มตั้งแต่ช่วงปฐมวัย ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาสมองและศักยภาพการเรียนรู้ โดยนำองค์ความรู้จากประสาทวิทยาศาสตร์ (Neuroscience) และ การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain-Based Learning) มาใช้ในการออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก ควบคู่กับการส่งเสริม Executive Functions (EF) รวมถึงการสร้างทัศนคติที่ดีและความรักในการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้สามารถมีส่วนร่วมและกำหนดทิศทางการเรียนรู้ของตนเอง ทั้งนี้ การพัฒนาเด็กไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะในสถานศึกษา แต่ต้องสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่มีสภาพแวดล้อมปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้ เชื่อมโยงการเรียนรู้ทั้งในระบบและนอกระบบ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันสร้างระบบสนับสนุนการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องและเหมาะสมกับเด็ก อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพคนตลอดช่วงชีวิต
ที่ประชุมร่วมกันแสดงความคิดเห็นถึงแนวทางการวางรากฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการยกระดับคุณภาพเด็กปฐมวัย โดยผู้แทนแต่ละหน่วยงานนำเสนอทั้งกรณีศึกษา แนวทางการดำเนินงาน และผลการศึกษาของตน ทั้งในมิติด้านนโยบายและวิชาการปฐมวัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาเด็กปฐมวัยจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ ครอบคลุมช่วงวัยปฐมวัย และการส่งต่อเด็กเข้าสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการดูแลเด็กอย่างเอาใจใส่จากผู้ปกครองและผู้ดูแล ควบคู่กับการจัดพื้นที่การเรียนรู้ สื่อและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามวัย ตลอดจนการสร้างโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งนี้ สกศ. จะนำข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และองค์ความรู้ที่ได้รับจากการประชุมครั้งนี้ ไปวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้รับโอกาสในการพัฒนาและเรียนรู้อย่างเหมาะสมตามวัย ต่อเนื่อง และเต็มตามศักยภาพ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน
Advertisement