
(14 ส.ค.2569) จากกรณีข้อพิพาทที่ดินระหว่างวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น กับฝ่ายทายาทของนายเฮียง อดีตเจ้าของที่ดิน ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 20 ปี ก่อนลุกลาม จนมีการนำท่อปูนไปปิดกั้นทางเข้าออกวัดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายถูกเชิญมาชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านรายการโหนกระแส ต่อเนื่องกัน
ล่าสุดวันนี้ 14 ส.ค.2569 "ป้าดา" ป้าบัวไข รวมถึงคุณนกหลานป้าบัวไข ได้มาออกในรายการโหนกระแส เพื่อชี้แจงถึงประเด็นที่เป็นข้อสงสัยอยู่ในขณะนี้
โดยเริ่มอธิบายว่า นายเฮียงมีที่เฉพาะผืนที่เป็นวัด 42 ไร่ บริจาคให้ มข. 10 ไร่ ถนนเวนคืน 5 ไร่ เหลือ 27 ไร่
ซึ่ง นางบัวไข ได้เรียงลำดับว่า นายเฮียง ซึ่งเป็นบิดา สงสารหลวงพ่อองค์หนึ่งจึงซื้อบ้านไม้หลังหนึ่งให้อยู่ ก่อนที่ หลวงพ่อเพยจะมาอยู่ โดยภาพที่ถูกถ่ายและแชร์บนโลกโซเชียลขณะนี้ คือ นายเฮียงได้เอาโฉนดที่ดินไปให้หลวงพ่อเพยดู ซึ่งเป็นพิธีในผ้าป่า ก่อนที่จะเอาโฉนดกลับบ้าน โดยที่ยังไม่ได้ยกให้ ก่อนที่นายเคนซึ่งเป็นเลขาฯของนายเฮียง จะมาขอโฉนดเพื่อเอาไปสร้างวัด ซึ่งนายเฮียงอนุญาตให้สร้างวัด แต่ต้องทำให้เสร็จก่อนถึงจะให้ที่ ซึ่งเมื่อนายเคนเอาโฉนดไปให้กับพระแล้วหายไปเลย
ทาง พี่หนุ่ม ได้เปิดเอกสารสัญญากลางรายการ โดยมีเนื้อหาว่า "ข้าพเจ้า นายเฮียงอายุ 84 ปี ข้าพเจ้าขอสัญญาว่าจะยกที่ดิน เนื้อที่ 21 ไร 1 งาน 61 วา ซึ่งที่ดินแปลงนี้ข้าพเจ้ามีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ในการครอบครองที่ดิน เพื่อสร้างวัด โดย นายเคน เป็นผู้ขออนุญาต นำทางราชการสร้างและตั้งเป็นวัด ข้าพเจ้าจะจัดการโอนที่ดินให้แก่วัดภายในเวลาที่นายอำเภอกำหนด หากข้าพเจ้าไม่โอนตามสัญญา ยอมให้บังคับฟ้องร้องต่อข้าพเจ้า"
ในมุมของป้าดามองว่า เป็นวัดแล้วถึงจะโอนที่ดินให้ ซึ่งทางฝั่งนายเฮียงเสียชีวิตก่อนที่วัดจะสร้าง จึงมองว่าต้องเป็นโมฆะหรือไม่
ทั้งนี้ นายเฮียงเริ่มป่วย ปี 2533 และเสียชีวิต ปี 2534 ซึ่งวัดยังไม่เริ่มสร้าง โดยวัดเริ่มขอสร้าง ปี 2535 ก่อนที่ กระทวงประกาศเป็นวัด ปี 2541
คุณนก ได้กล่าวว่า วันหนึ่ง มีหลานของหลวงพ่ออดุลย์ นำเอกสารโฉนดที่ดินของวัดมาถ่ายเอกสาร จึงทำให้รู้ว่าจะมีการซื้อขายที่ดิน จึงมีคำถามว่าทำไมถึงจะเอาไปขายได้ ทางทายาทจึงต้องออกมาทวงถาม
ทั้งนี้ ป้าดา ได้ยกมาตรา 84 ซึ่งทางนายเฮียงจะยกที่ดินให้ก็ต่อเมื่อสร้างวัดเสร็จ แต่ในเมื่อนายเฮียงเสียชีวิต วัดยังสร้างไม่เสร็จ และในสภาพวัดรกรุงรัง ทางวัดมีการตัดต้นไม้ไป ทั้งที่ยังไม่เป็นวัด ทำได้หรือไม่ ซึ่งทางด้านหลังโฉนดยังไม่มีสลักชื่อว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของวัด นอกจากนี้ ทางวัดพยายามเอาคำสั่งศาลยื่นเปลี่ยนเป็นชื่อวัดเป็น 10 ครั้ง แต่ทางที่ดินยังไม่ทำให้ ก็เท่ากับยังไม่มีการทำนิติกรรมอย่างถูกต้อง
ซึ่งทาง พี่หนุ่ม กรรชัย ได้ยกคำพิพากษาขึ้นมา โดยมีข้อความสุดท้ายว่า "จำเลยที่ 2 ซึ่งหมายถึงวัด ได้รับประกาศตั้งเป็นวัด ดังนี้ที่แปลงดังกล่าวจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดและจำเลยร่วมที่ 2 โดยสมบูรณ์ ตั้งแต่บัดนั้น โจทย์ (นางบัวไข) ในฐานะส่วนตัวและผู้จัดการมรดกของนายเฮียง จึงไม่มีสิทธิ์ในกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าว และเมื่อฟังได้ว่าที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของจำเลยร่วมที่ 2 คือวัด ย่อมไม่จำเป็นต้องมีการโอนกรรมสิทธิ์กันอีก เนื่องจากที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของจำเลยร่วมที่ 2 คือวัดอยู่แล้ว"
โดย ป้าดา โต้กลับว่า โฉนดควรจะไปอยู่ที่สำนักพุทธฯ หลวงพ่อไม่ควรจะถือเพื่อเอาไปซื้อขาย ถ้าเป็นวัดแบบสมบูรณ์แบบก็ควรไปโอนให้เรียบร้อย ซึ่งทางทายาทจึงสงสัยว่า เส้นทางการขอสร้างวัดนั้น ถูกต้องชอบธรรมหรือไม่
ทั้งนี้ พี่หนุ่ม ได้เอ่ยถึง ยายนาง เบิกความยอมรับข้อเท็จจริง ไม่ประสงค์แปลงที่ดิน 21 ไร่ ที่ยกให้วัดป่าอดุลยารามคืน เนื่องจากเป็นประสงค์ของนายเฮียงที่จะมอบให้วัด ซึ่งทาง ป้าดา ได้โต้กลับว่า บอกว่า นางบัวเรียน เป็นผู้ดึงแม่ไป โดยที่พี่น้องคนอื่นไม่รับรู้
ขณะที่ทาง นางเนตรทิพย์ เจริญวัย ผอ.สำนักพุทธขอนแก่น โฟนอินเข้ามาในรายการ เอ่ยถึงประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยบอกว่า วัดป่าอดุลยาราม ประกาศในราชกิจจาฯ เป็นวัดถูกต้องตามกฎหมายเมื่อ 27 เมษายน 2541 ด้วยความเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการและมหาเถระสมาคม ชุมพล ศิลปอาชา รมว.ศึกษาธิการ (ขณะนั้น) รับสนองฯ
ทั้งนี้ นายพรศักดิ์ ทนายความ ได้เอ่ยถึงกรณีการเก็บภาษีที่ทายาท ซึ่งเกิดจากการที่ข้อมูลหน่วยงานราชการไม่ได้อัปเดตว่าที่ดินนี้เป็นของวัดหรือไม่ เพราะด้านหลังไม่ได้มีสลักโอนเป็นของวัด จึงดูตามชื่อเจ้าของที่ดินบนโฉนด จึงส่งกลับไปทางทายาท
นอกจากนี้ "ป้าดา" ได้เล่าว่า เคยเอาตัวเหี้ยไปปล่อยที่สำนักงานที่ดินพระโขนง จำนวน 4 ตัว เหตุประท้วงเรื่องปมที่ดินกลางกรุงตกน้ำ "ตอนนั้นถือว่าดิฉันทำบุญนะ คนนั่งวีลแชร์คอยทำที่ดินอยู่ เมื่อเห็นเหี้ยดิฉัน ลุกขึ้นวิ่งได้เลย หายตัวเลย อยู่แต่รถ ลูกตามพ่อหายไปไหน เดินได้เลย"
ข้อมูล-ภาพ : รายการโหนกระแส
Advertisement