
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย หรือ JICC ถึงสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ส่งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. และกระทรวงมหาดไทย เข้าไปบริหารจัดการ น้ำที่ประตูระบายน้ำกลางคลอง 12 เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างเดียวที่สุด
ส่วนสถานการณ์น้ำในสัปดาห์นี้ น้ำที่ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดเหลือ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมถึงเขื่อนป่าสักและเขื่อนพระราม 6 ลดการระบายน้ำลงทำให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาระดับน้ำเริ่มลดลงตามลำดับ
สำหรับภาคตะวันตกจังหวัดเพชรบุรี มีฝนตกท้ายเขื่อนเป็นส่วนใหญ่ น้ำที่ท่วมลงมาเป็นน้ำหลาก ส่วนจังหวัดกาญจนบุรี และลุ่มน้ำแม่กลอง การระบายน้ำจะเท่าเดิมทำให้บางจุดมีน้ำล้นตลิ่งแต่ปริมาณฝนในพื้นที่จะไม่มากเท่ากับรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา และในส่วนของภาคตะวันออกเหลือ เพียงอำเภอบางปะกง ที่น้ำลงช้า เพราะมีปัจจัยน้ำทะเลหนุนซึ่งกรมชลประทานและกองทัพเรือได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและในอนาคตจะมีแผนระยะยาว ได้แก่ โครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง รวมถึง "โครงการคลองระบายน้ำหลัก ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย" ในส่วนพื้นที่ภาคใต้ขอให้ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
น.ส.ลลิดา กล่าวอีกว่า พื้นที่กรุงเทพมหานคร วันนี้ยังคงมีถนนที่มีน้ำท่วมอยู่ 1 จุดที่บริเวณใต้สะพานคลองสามวา มีน้ำท่วมประมาณ 10-15 ซม. โดยรถจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรไปมา คาดว่าจะเคลียร์พื้นที่จบภายในสัปดาห์นี้ และในขณะนี้ทางกรุงเทพฯ ก็ได้ทำการเคลียร์ขยะหลังน้ำท่วม
Advertisement