
บ้านเป็นพื้นที่แห่งความสุขและความสบายใจในทุกวัน โครงการบ้านจากเอพี จึงให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำรั่วซึมอย่างเป็นระบบ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจะเข้าดูแลตั้งแต่การตรวจสอบต้นเหตุ ประเมินความเสียหาย ไปจนถึงการซ่อมแซมอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นใจและส่งมอบความอุ่นใจในการอยู่อาศัยให้กับทุกครอบครัวในระยะยาว
บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย เดินหน้ายกระดับการป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงการควบคุมงานก่อสร้าง สอดคล้องกับพันธกิจในการส่งมอบ “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” ให้กับคนไทย
ตอกย้ำความมั่นใจด้วยมาตรฐานการตรวจสอบ 3 ขั้นตอน
เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดในคุณภาพการก่อสร้าง เอพีได้กำหนดมาตรการทดสอบระบบกันซึมอย่างเข้มงวดก่อนจะเริ่มงานสถาปัตยกรรมและการตกแต่งผิวภายนอก ดังนี้
● ทดสอบด้วยน้ำ (Water Test) เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของระบบกันซึมและค้นหาจุดผิดปกติ
● ตรวจวัดความชื้น (Moisture Measurement) เพื่อประเมินความชื้นสะสมในบริเวณที่เกี่ยวข้องก่อนปิดผิวงาน
● ประเมินความเรียบร้อย (Final Evaluation) โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ หากพบจุดที่ยังไม่สมบูรณ์ จะดำเนินการแก้ไขและทดสอบซ้ำก่อนส่งมอบ
จุดที่ 1: รอบกรอบเฟรมหน้าต่าง
ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก AP จะตรวจสอบและทดลองด้วยน้ำ (Water Test) เพื่อระบุตำแหน่งรั่วซึม ก่อนรื้อวัสดุเดิม ทำความสะอาดพื้นผิว และอุดรอยต่อใหม่ตามมาตรฐาน พร้อมซ่อมแซมคราบน้ำและทาสีเก็บรายละเอียดให้กลับมาสวยงาม โดยป้องกันพื้นที่และทรัพย์สินภายในบ้านตลอดการทำงาน
จุดที่ 2: วัสดุตกแต่งใกล้วงกบ ธรณีประตู เขิบ และรอยต่อพื้นกับผนัง
ทีมช่างจาก AP จะเริ่มจากตรวจสอบแนวรอยแตกร้าว รอยต่อโดยรอบ และทิศทางการไหลของน้ำ เพื่อระบุสาเหตุของการรั่วซึม ก่อนรื้อวัสดุอุดรอยต่อเดิมที่เสื่อมสภาพออก และทำความสะอาดพื้นผิวให้เรียบร้อย จากนั้นจึงทาน้ำยารองพื้น (Quick Primer) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะ ก่อนอุดแนวรอยต่อใหม่ด้วยวัสดุโพลียูรีเทน (PU) สำหรับงานภายนอก พร้อมคัดสรรวัสดุให้เหมาะกับแต่ละจุด และปรับปรุงแนวระบายน้ำในบริเวณที่จำเป็น เมื่อดำเนินการซ่อมแล้วเสร็จ ทีมงานจะทดสอบด้วยน้ำ (Water Test) อีกครั้ง เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพ ก่อนเก็บรายละเอียดพื้นผิวและทาสีให้เรียบร้อย
จุดที่ 3: รอยต่อคอนกรีตและรอยแตกร้าวทะลุ
ทีมช่างจาก AP ตรวจประเมินตำแหน่งและระดับความเสียหาย พร้อมทดสอบการรั่วด้วยน้ำ (Water Test) เพื่อระบุสาเหตุ ก่อนเลือกวิธีซ่อมและวัสดุที่เหมาะกับผนังแต่ละประเภท
จุดที่ 4: รอยต่อแผ่นพรีแคสแนวดิ่งและแนวนอน
รอยต่อระหว่างแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast) ทั้งแนวตั้งและแนวนอน อาจเกิดช่องว่าง แตกร้าว หรือวัสดุอุดรอยต่อเสื่อมสภาพจากการยืดหดตัวของโครงสร้าง ส่งผลให้น้ำฝนซึมเข้าสู่ภายในบ้านได้ โดยทีมช่าง AP จะตรวจสอบลักษณะรอยต่อและเลือกวิธีซ่อมให้เหมาะสมกับงาน 2 รูปแบบ คือ รอยต่อแบบแห้ง (Dry Joint) และรอยต่อแบบเปียก (Wet Joint)
● รอยต่อแบบแห้ง (Dry Joint) เปิดร่องและทำความสะอาดแนวรอยต่อเดิม ก่อนใส่โฟมเส้นกลม (Backing Rod) รองร่องเพื่อควบคุมความลึก ทาน้ำยารองพื้น (Primer) และอุดด้วยวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง เช่น โพลียูรีเทน (PU) หรือ MS Polymer เพื่อรองรับการขยับตัวของแผ่นคอนกรีต โดยหลีกเลี่ยงการฉาบปูนทับแนวรอยต่อโดยตรง ซึ่งอาจทำให้แตกร้าวซ้ำ
● รอยต่อแบบเปียก (Wet Joint) เปิดร่องเป็นรูปตัววี (V-Cut) บริเวณที่เสียหายและทำความสะอาดพื้นผิว โดยรอยต่อแนวตั้งจะใช้โฟมรองร่อง ร่วมกับ PU Sealant ส่วนรอยต่อแนวนอนจะอุดด้วยปูนเกราต์ชนิดไม่หดตัว (Non-Shrink Grout) และเคลือบวัสดุกันซึมเพิ่มเติมในจุดที่เสี่ยงต่อน้ำขัง
หลังซ่อม ทีมช่างจาก AP จะทดสอบด้วยน้ำ (Water Test) อีกครั้ง หากยังพบการรั่วซึมจะดำเนินการแก้ไขซ้ำ ก่อนเก็บรายละเอียดพื้นผิวและทาสีให้เรียบร้อยตามมาตรฐานโครงการ
จุดที่ 5: รอยแตกร้าวของผนังที่ไม่ใช่แนวรอยต่อ
ทีมช่าง AP จะเริ่มจากวิเคราะห์รูปแบบของรอยร้าวเพื่อเลือกวัสดุและเทคนิคซ่อมที่เหมาะกับผนังแต่ละประเภท โดยเปิดร่องบริเวณที่เสียหายและทำความสะอาดพื้นผิว จากนั้นอุดซ่อมด้วยวัสดุคุณภาพ เช่น อะคริลิก อีพ็อกซี่ หรือซีเมนต์ซ่อมแซม ก่อนปาดผิวให้เรียบและปล่อยให้แห้ง เมื่อวัสดุเซตตัวแล้ว จะขัดแต่งพื้นผิว ทารองพื้นปูนเก่า และทาสีทับด้วยเฉดเดิม
จุดที่ 6: ผนังที่มี Sleeve ช่องเปิด
วัสดุอุดรอยต่อเสื่อมสภาพหรือเกิดการแยกตัวจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ บริเวณที่มีงานระบบเจาะผ่านผนังหรือพื้น เช่น ช่องสวมท่อ ท่อประปา ช่องพัดลมดูดอากาศ และช่องระบายควัน โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก AP จะตรวจสอบทั้งแนวช่องเปิด วัสดุซีล และระบบกันซึมโดยรอบ เพื่อค้นหาเส้นทางของน้ำและความชื้นที่รั่วซึม ก่อนรื้อส่วนที่เสื่อมสภาพและซ่อมปิดรอยรั่วด้วยวัสดุที่เหมาะกับงานระบบแต่ละประเภท
จุดที่ 7. ปีกนกคอนกรีตเสริมเหล็ก ผนังกันไฟ คานหลังคาที่มีผนังก่ออิฐชนท้องหลังคา และพื้นหลังคา
ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก AP จะวิเคราะห์และตรวจสอบองค์ประกอบรอบหลังคาอย่างเป็นระบบ เพื่อระบุสาเหตุและเลือกวิธีซ่อมให้ตรงกับแต่ละจุด
● ปีกนกคอนกรีตเสริมเหล็ก ซ่อมรอยร้าวและเคลือบระบบกันซึมใหม่ด้วยวัสดุที่เหมาะสม อย่างอะคริลิกหรือโพลียูรีเทน (PU) หากพบความเสียหายรุนแรง อาจเปิดผิวบริเวณรอยร้าวและซ่อมโครงสร้างก่อนทำระบบกันซึมทับอีกครั้ง
● รอยต่อคานหลังคากับผนังก่ออิฐ วิธีแก้ไข: รื้อส่วนที่หลุดล่อน พร้อมอุดรอยต่อใหม่ด้วยปูนเกราต์ชนิดไม่หดตัว (Non-Shrink Grout) หรือวัสดุอุดรอยต่อโพลียูรีเทน (PU Sealant) รวมถึงเก็บรายละเอียดความสวยงามให้เรียบร้อย
● ผนังกันไฟและรอยต่อหลังคา ตรวจแนวรอยต่อ รื้อวัสดุเดิม และซีลใหม่ด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่น อย่างโพลียูรีเทน (PU) หรือ MS Polymer
● พื้นหลังคาคอนกรีต (Roof Slab) ซ่อมรอยแตกร้าวและปรับปรุงระบบกันซึมใหม่ให้เหมาะกับพื้นที่
จุดที่ 8. ร่องตกแต่งแนวนอน-แนวดิ่งและรอยต่อชนวัสดุ
ร่องตกแต่งบนผนังภายนอก ทั้งแนวตั้ง แนวนอน จุดเข้ามุม 90 องศา และรอยต่อระหว่างวัสดุต่างชนิด อาจเกิดช่องว่างจากวัสดุอุดรอยต่อที่เสื่อมสภาพหรือแยกตัว ทำให้น้ำฝนซึมเข้าสู่ผนังภายใน ทีมช่าง AP รื้อวัสดุอุดเดิมและทำความสะอาดแนวรอยต่อ ก่อนอุดใหม่ด้วยวัสดุอุดรอยต่อโพลียูรีเทน (PU) หรือซิลิโคนเกรดกันน้ำ พร้อมซ่อมระบบกันซึมในจุดที่เสียหาย จากนั้นทดสอบด้วยน้ำ (Water Test) และเก็บงานสีให้เรียบร้อย
AP จัดตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางพร้อมระบบรองรับที่ทันสมัย เพื่อให้ลูกบ้านได้รับการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและรวดเร็วที่สุด โดยลูกบ้านสามารถดำเนินการตาม 5 ขั้นตอนการรับบริการ ดังนี้
1. แจ้งปัญหาผ่าน Call Service หรือ แอปพลิเคชัน Smart World
ติดต่อ Call Service โทร. 02-018-9999 ในเวลาทำการ 08:30-17:30 น. หรือแจ้งซ่อมด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน SMART WORLD ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พรอมระบุชื่อโครงการ บ้านเลขที่ ตำแหน่ง วัน และช่วงเวลาที่พบปัญหา พร้อมแนบภาพถ่ายหรือวิดีโอ เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินเบื้องต้นได้แม่นยำ
2. ทีมงานจะเข้าตรวจสอบหน้างาน พร้อมวิเคราะห์สาเหตุ
ทีมผู้เชี่ยวชาญของ AP จะเข้าตรวจสอบพื้นที่ ประเมินความเสียหาย และทดสอบน้ำเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อให้สามารถวางแนวทางแก้ไขได้อย่างตรงจุด
3. ทีมช่างดำเนินการซ่อม พร้อมป้องกันพื้นที่
ติดตามการวางแผนและดำเนินการซ่อมแซม โดยทีมช่างจะเลือกใช้วัสดุและเทคนิคที่เหมาะกับลักษณะปัญหา พร้อมป้องกันพื้นที่และทรัพย์สินภายในบ้านก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
4. มีการทดสอบน้ำและตรวจสอบคุณภาพหลังซ่อม
เมื่อดำเนินการซ่อมเรียบร้อยแล้ว ลูกบ้านสามารถร่วมทดสอบระบบและตรวจสอบคุณภาพหลังซ่อม โดยทีมงานจะทำการทดสอบขังน้ำหรือฉีดน้ำซ้ำในจุดเดิม (Water Test) เพื่อการันตีคุณภาพและมั่นใจได้ว่าปัญหาได้รับการแก้ไขตามมาตรฐาน AP
5. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อยและส่งมอบงาน
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความเรียบร้อยของพื้นที่ พร้อมสรุปสาเหตุ วิธีซ่อม และผลการทดสอบให้ลูกบ้านรับทราบ ก่อนส่งมอบและปิดงาน หลังได้รับบริการเรียบร้อยแล้ว ทาง Call Service จะติดต่อเพื่อติดตามผลและสอบถามความพึงพอใจ โดยลูกบ้านสามารถประเมินการให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน Smart World เพื่อให้ทุกขั้นตอนได้รับการติดตามอย่างครบถ้วนและโปร่งใส พร้อมนำความเห็นที่ได้รับไปพัฒนาคุณภาพการให้บริการต่อไป
การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำรั่วซึมอย่างเป็นระบบ นับเป็นหนึ่งในบทพิสูจน์ถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของ AP ตั้งแต่มาตรฐานงานก่อสร้างคุณภาพ ไปจนถึงบริการหลังการขายที่พร้อมดูแลลูกบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกบ้านทุกครอบครัวใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข พร้อมตอกย้ำบทบาทของ AP ในฐานะแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำอันดับหนึ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง
Advertisement