
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เข้าจับกุมนักกีฬาอีสปอร์ต พร้อมผู้ร่วมขบวนการ หลังทุจริตการแข่งขันศึกซีเกมส์2025
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นเข้าจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ น.ส.ณภัทร อายุ 29 ปี และนายไชยโย อายุ 23 ปี ในข้อหาหนักตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หลังพบพฤติการณ์ทุจริตการแข่งขันอีสปอร์ตระดับนานาชาติ
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน "ร่วมกันล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่น จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ แล้วนำไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน"
ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 พฤติการณ์แห่งคดี สืบเนื่องจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (SEA Games 2025) รายการ Arena of Valor (RoV) ในการแข่งขันประเภททีมหญิง มีกำหนดการแข่งขันระหว่างวันที่ 15–16 ธ.ค.2568 ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีนักกีฬาเข้าร่วม 4 ประเทศ ได้แก่ ประเทศเวียดนาม , ประเทศลาว , ประเทศติมอร์-เลสเต และประเทศไทย
ซึ่งต่อมาวันที่ 15 ธ.ค.2568 ในเกมส์การแข่งขันรอบตัดเชือกระหว่างประเทศไทยและเวียดนาม กรรมการได้ตัดสิทธิการแข่งขันของนักกีฬาของประเทศไทยทีมหญิง เนื่องจากมีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าทุจริตการแข่งขัน ซึ่งทำให้เกิดกระแสวิพากวิจารณ์ในสังคมเป็นอย่างมาก
สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยจึงได้รวบรวมข้อมูลในการแข่งขันเบื้องต้น และพบว่ามีการทุจริตในการแข่งขันจริง จึงได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับ กก.5 บก.ป. ในเหตุการณ์ทุจริตการแข่งขันดังกล่าว
ซึ่งต่อมาได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถสรุปข้อเท็จจริงได้ดังนี้
น.ส.ณภัทรฯ ผู้ต้องหาที่ 1 ได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในนักกีฬาทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้
โดยในการแข่งขันทางกรรมการได้กำหนดระเบียบโดยจัดเตรียมอุปกรณ์และบัญชีผู้ใช้ (Username) ชื่อว่า "THA_NAPHA" ให้กับ น.ส.ณภัทรฯ เพื่อใช้เฉพาะสำหรับการแข่งขันแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น แต่จากการสืบสวนทำให้ทราบว่า น.ส.ณภัทรฯ ได้ทราบรหัสผ่านของบัญชีที่ใช้ในการแข่งขัน และได้ส่งทั้งชื่อบัญชีและรหัสผ่านที่ใช้ในการแข่งขันให้กับนายไชยโยฯ ผู้ต้องหาที่ 2 โดยพบข้อมูลว่านายไชยโยฯ ได้ทดสอบล็อคอินบัญชีที่ใช้ในการแข่งขันจำนวนหลายครั้ง
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2568 เวลาประมาณ 17.00 น. ก่อนการแข่งขันระหว่างประเทศไทยกับประเทศเวียดนาม น.ส.ณภัทรฯ ได้แอบนำโทรศัพท์เครื่องที่ตนเองใช้ซ้อมซึ่งมีการติดตั้งแอปพลิเคชันดิสคอร์ดไว้อยู่แล้ว สลับกับโทรศัพท์เครื่องที่ใช้ในการแข่งขัน ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกัน โดยในขณะเดียวกันนั้นได้ให้นายไชยโยฯ ล็อคอินเข้าเกมส์รอไว้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้นายไชยโยฯ เป็นผู้เล่นเกมส์แทนและทำการแชร์หน้าจอขณะเล่นเกมส์การแข่งขันมาให้
แต่ปรากฏว่าเกิดปัญหาไม่สามารถส่งเลขห้องในการแข่งขันให้กับนายไชยโยฯ เข้าเกมส์ได้ น.ส.ณภัทรฯ จึงจำเป็นต้องเล่นเกมส์การแข่งขันในรายการดังกล่าวเอง ซึ่งต่อมากรรมการได้ตรวจสอบว่า น.ส.ณภัทรฯ ได้มีการสลับหน้าจอโทรศัพท์ระหว่างเล่นเกมส์ จึงได้หยุดการแข่งขันชั่วคราวและเข้าไปตรวจสอบโทรศัพท์ของ น.ส.ณภัทรฯ และพบว่ามีการติดตั้งแอปพลิเคชันดิสคอร์ดและเปิดการสนทนาอยู่กับนายไชยโยฯ
ซึ่งผิดกฎกติกาการแข่งขันจนถูกกรรมการตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน เป็นเหตุให้สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย (TESF) และนักกีฬาทีมหญิงของประเทศไทย ต้องถอนตัวออกจากการแข่งขันทั้งหมด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นจากศาลแขวงนนทบุรี และศาลจังหวัดนครพนม และได้เข้าทำการตรวค้นในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 3 จุด ดังนี้
1) ห้องพัก บริเวณถนนรัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ตามหมายค้นศาลแขวงนนทบุรี ที่ 17/2569 ลงวันที่ 3 ก.พ.2569 ซึ่งเป็นบ้านพักของ น.ส.ณภัทรฯ
2) หอพัก บริเวณถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ตามหมายค้นศาลแขวงนนทบุรี ที่ 18/2569 ลงวันที่ 3 ก.พ.2569 ซึ่งหอพักที่นายไชยโยฯ เคยเช่าพักอาศัย
3) บ้านพัก หมู่ 1 ต.ไผ่ล้อม อ.บ้านแพง จ.นครพนม ตามหมายค้น ศาลจังหวัดนครพนมที่ ค.42/2569 ลงวันที่ 3 ก.พ.2569 ซึ่งเป็นบ้านพักของนายไชยโยฯ ในปัจจุบัน
ผลการตรวจค้นพบ น.ส.ณภัทรฯ และนายไชยโยฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัวมาซักถามปากคำ โดยมีการพบพยานหลักฐานที่ยืนยันการกระทำความผิดของผู้ต้องทั้งสองราย ได้แก่ อุปกรณ์โทรศัพท์ที่นายไชยโยฯ ใช้ล็อคอินเข้าบัญชีการแข่งขัน, ข้อมูลไอพีแอดเดรสที่ล็อคอินเข้าบัญชีเกมส์ในการแข่งขัน, ข้อมูลการสนทนาระหว่างนายไชยโยฯ และ น.ส.ณภัทรฯ เป็นต้น
ต่อมาในวันที่ 5 ก.พ.69 พนักงานสอบสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้งสองราย ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นวันที่ 6 ก.พ.69 จึงได้นำตัวส่งพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) เพื่อส่งฟ้องศาลแขวงปทุมวันดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน สำหรับการแอบใช้อุปกรณ์อื่นเข้าถึงระบบเซิร์ฟเวอร์การแข่งขันที่มีการป้องกันไว้ ไม่ใช่แค่การ "ผิดกฎกติกา" แต่เป็น "ความผิดอาญา" ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานเข้าถึงระบบโดยมิชอบ มีโทษทั้งจำคุกและโทษปรับ โดยผู้กระทำความผิดจะมีประวัติคดีอาญาติดตัวไปตลอดชีวิต
ทั้งนี้ในส่วนของบุคคลที่ได้รับหน้าที่ให้เป็นตัวแทนทีมชาติในการแข่งขันระดับประเทศ ถือเป็นเกียรติยศสูงสุด ดังนั้น ไม่ควรเอาความเห็นแก่ตัวมาแลกกับชื่อเสียงของประเทศชาติ
Advertisement