
นางลินดามอน สีดาพอน รักษาการหัวหน้าสำนักงานศาลประชาชนกรุงเวียงจันทน์ ได้แถลงคำตัดสินคดีอาญาครั้งใหญ่ที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันรวม 4 คดี ซึ่งมีจำเลยร่วมขบวนการทั้งหมด 17 คน (เป็นชาย 15 คน และหญิง 2 คน) ประกอบด้วยอดีตข้าราชการระดับสูงและนักธุรกิจ โดยส่วนใหญ่ถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิตพร้อมสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินจำนวนมาก สำหรับรายละเอียดทั้ง 4 คดีใหญ่
คดีที่ 1 การฉ้อราษฎร์บังหลวงในกระทรวงการต่างประเทศศาลมีคำตัดสินลงโทษ จำคุกตลอดชีวิต นางสุกคุนคำ แก้วมะโน อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ในข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวงและปลอมแปลงเอกสาร พร้อมทั้งสั่งปรับเงินและให้จำเลยชดใช้เงินคืนแก่กระทรวงการต่างประเทศ เป็นจำนวนเงิน 6.5 ล้านบาท
คดีที่ 2 เครือข่ายรับ-ให้สินบนของอดีตเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงคดีนี้มีจำเลยรวม 8 คน ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหลายภาคส่วน อาทิ องค์การตรวจตราแห่งรัฐ ธนาคารแห่ง สปป.ลาว และกรมตรวจตราพรรค ในข้อหารับสินบน ให้สินบน ฉวยใช้สถานะตำแหน่ง และเป็นสื่อกลาง โดยศาลมีคำตัดสินจำคุกตลอดชีวิต 3 คน ได้แก่ ท้าวสีทอน สุลิยะวง (อดีตหัวหน้ากรม องค์การตรวจตราแห่งรัฐ), ท้าวอ๊อด พมเซียงดี (อดีตหัวหน้ากรม ธนาคารแห่ง สปป.ลาว) และ ท้าวทองเพ็ด ด้วงเงิน (ซึ่งถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิตพ่วงจากคดีที่ 4 ด้วย)จำคุก 12 ปี จำนวน 3 คนจำคุก 2 ปี จำนวน 2 คน
มาตรการริบทรัพย์: ศาลสั่งยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดให้ตกเป็นของรัฐ ประกอบด้วย เงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐหลายแสนดอลลาร์, รถยนต์หรูยี่ห้อ Mercedes-Benz และ Audi รวมถึงที่ดินอีกหลายแปลง
คดีที่ 3ทุจริตฉ้อโกงทรัพย์ธนาคารส่งเสริมกสิกรรมมีจำเลยเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและนักธุรกิจรวม 4 คน ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ของรัฐ ฉ้อราษฎร์บังหลวง ให้สินบน และปลอมแปลงเอกสาร โดยศาลมีคำตัดสิน ดังนี้ จำคุกตลอดชีวิต ท้าวเวียงสุก สิมมะกอน และ ท้าวบุนล้อม พงจะเลิน อดีตเจ้าหน้าที่รัฐ
จำคุก 10 ปี ท้าวดวงตา หานุวง (นักธุรกิจ)จำคุก 2 ปี นางคำแพง วิจิดวงสา (จำเลยรายนี้ได้รับการลดหย่อนโทษเนื่องจากมีความจริงใจและได้ช่วยชดใช้ค่าเสียหายบางส่วนแล้ว)
บทลงโทษทางการเงิน: ให้จำเลยร่วมกันจ่ายค่าปรับในสัดส่วน 1% ของมูลค่าความเสียหายรวม (คิดเป็นเงิน 14.3 พันล้านกีบ) และสั่งปรับเงินเพิ่มอีก 2 เท่าของมูลค่าสินบนที่มีการจ่ายกันไปแล้ว
คดีที่ 4มหากาพย์คอร์รัปชันโครงการเขื่อนไฟฟ้า รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL)คดีใหญ่ส่งท้ายเป็นการทุจริตในโครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้าของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) มีจำเลยรวม 5 คน ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ของรัฐ ฉวยใช้สถานะตำแหน่ง รวมถึงให้และรับสินบน ซึ่งศาลได้พิพากษา ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตจำเลยทั้ง 5 คน ได้แก่ นายอภิชาติ วรรณกุล (นักธุรกิจชาวไทย)ท้าวทองเพ็ด ด้วงเงิน (อดีตผู้บริหาร EDL) ท้าวพอนวิไซ (อดีตผู้บริหาร EDL) ท้าวสายสะหนิด (อดีตผู้บริหาร EDL) ท้าวคำบน (อดีตผู้บริหาร EDL)
นอกจากบทลงโทษจำคุกแล้ว ศาลยังสั่งให้นายอภิชาติ นักธุรกิจชาวไทย ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินสูงถึง 24.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แก่ EDL โดยมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินของนักธุรกิจไทยรายนี้และภรรยาเพื่อนำออกทอดตลาดทันที ประกอบด้วย บัญชีเงินฝากธนาคาร 10 บัญชี, ที่ดิน 11 แปลง และรถยนต์ ทั้งนี้ หากมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดมาไม่เพียงพอต่อมูลค่าความเสียหาย ศาลสั่งให้อายัดทรัพย์สินของอดีตพนักงาน EDL อีกทั้ง 4 คนมาประกาศขายทอดตลาดเพิ่มเติมเพื่อชดใช้ให้ครบจำนวน พร้อมทั้งริบเงินสินบนอีกกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ตกเป็นของรัฐด้วยเช่นกัน
ขอบคุณภาพข้อมูลมังกรซ่อนตัว
Advertisement