
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย ผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชน แถลงข่าวนับถอยหลังการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ประจำปี 2569 รายการ "พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026" (PT Grand Prix of Thailand 2026) ซึ่งประเทศไทยยังคงได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพสนามเปิดฤดูกาลต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมรับหน้าที่สนามทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล (Pre-Season Test) ระหว่างวันที่ 21–22 ก.พ. และการแข่งขันสนามแรกของฤดูกาล ระหว่างวันที่ 27 ก.พ. – 1 มี.ค. 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์
ไฮไลต์สำคัญกับการเผยโฉม "โทรฟี่โมโตจีพี สนามประเทศไทย" งานออกแบบเชิงสัญลักษณ์ระดับโลก เปรียบเสมือนคบเพลิงแห่งการเปิดศักราชใหม่ ถ่ายทอดบทบาทประเทศไทยในฐานะสนามเปิดฤดูกาล ผสานอัตลักษณ์ไทยผ่าน Track Layout สนามช้างฯ สีธงชาติไทย และผ้าลายพระราชทาน "สิริวชิราภรณ์" สะท้อนพลังวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หลอมรวมกับเวที World Grand Prix อย่างสง่างาม
โดย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เผยภาพรวมในเชิงนโยบายระดับชาติว่า "การที่ประเทศไทยได้รับสิทธิ์ให้เป็นสนามเปิดศักราชใหม่ของ MotoGP 2026 โดยเป็นสนามเปิดฤดูกาลต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และถือเป็นปีที่ 7 ของการเป็นเจ้าภาพโมโตจีพี สะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการระดับสากล "
"สำหรับการกีฬาแห่งประเทศไทย มอง ThaiGP ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขัน แต่เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน Sport Tourism โดยการเป็นสนามเปิดฤดูกาล ดึงดูดแฟน ๆ ให้มุ่งหน้าสู่จังหวัดบุรีรัมย์และประเทศไทยต่อเนื่อง แปรเปลี่ยนเป็นรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 25,000 ล้านบาท นี่เป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่ประเทศได้รับจากการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP ซึ่งจะยังดำเนินต่อไปอีกไม่ต่ำกว่า 5 ปี และเรายังมุ่งสร้าง “อัตลักษณ์ของไทยจีพี” ให้ชัดเจนและแตกต่าง ผ่านการต้อนรับ วัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมตลอดสัปดาห์การแข่งขัน รวมถึง ‘มวยไทย วิถีถิ่นไทย’ ที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ให้โมโตจีพีสนามประเทศไทยถูกจดจำในฐานะสนามที่มอบประสบการณ์ระดับโลก และเป็นปลายทางที่แฟนความเร็วอยากเดินทางมาเยือนและกลับมาอีกครั้ง"
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า " สำหรับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ไม่ได้มองโมโตจีพีเป็นเพียงอีเวนต์กีฬาระยะสั้น แต่เป็น “เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว” ของการท่องเที่ยวไทย ภายใต้นโยบาย Sport Tourism ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง การต่อสัญญาการจัดการแข่งขันออกไปอย่างน้อย 5 ปี จนถึงปี 2031 เปิดโอกาสให้ประเทศไทยสามารถวางแผนการดำเนินงานเชิงรุกมากขึ้น มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน และต่อยอดสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาระดับโลก
"ในมุมของการดำเนินงานของ ททท. โมโตจีพีจะเป็นกิจกรรมระดับ World Event ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มแฟนมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย เดินทางเป็นกลุ่ม มีการใช้จ่ายสูง และมักท่องเที่ยวต่อเนื่องไปยังพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ โมโตจีพีจึงช่วยกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวและชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งถ่ายทอดภาพลักษณ์ประเทศไทยไปสู่กว่า 200 ประเทศทั่วโลก"
ทางด้าน นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า แนวคิด "More Than A Race" สะท้อนตัวตนของสนามช้างฯ ที่ทำหน้าที่มากกว่าการเป็นสนามแข่งรถ แต่เป็นพื้นที่ของชุมชน สังคม และกิจกรรมระดับประเทศ ในปีนี้สนามช้างฯ จะยกระดับประสบการณ์ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันของภาครัฐ -เอกชน และภาคประชาชน เพื่อขยาย Fan Zone และกิจกรรมเสริมให้แฟน ๆ สนุกตลอดทั้งวัน
แม้ถือเพียงบัตร Admission ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ด้วยบัตร MotoGP พร้อมสิทธิพิเศษ อาทิ การเข้าชม Pre-Season Test ฟรี โปรโมชั่นและส่วนลดจากผู้สนับสนุน ทั้งนี้ความสำเร็จตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์อย่างชัดเจนว่า ThaiGP ไม่ได้สร้างแค่ปรากฏการณ์ More Than A Race เท่านั้น แต่ยังสร้างประโยชน์ที่ More Than Buriram เพราะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ขยายผลไปยังจังหวัดโดยรอบและเชื่อมโยงสู่หลายภูมิภาคทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย"
แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ allticket โดยผู้ถือบัตร MotoGP จะได้รับสิทธิ์เข้าชมช่วง Pre-Season Test ฟรี พร้อมส่วนลดพิเศษจากผู้สนับสนุนมากมาย
Advertisement