
วันที่ (21 ก.ค.69) นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยเภสัชกรหญิง ณัฐรดา ปิจนำ ได้มอบหมายให้ นายดำรงค์ศักดิ์ นาคีสังข์ นายอำเภอประโคนชัย พร้อมกำนันตำบลโคกม้า และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่นำถุงยังชีพไปเยี่ยมให้กำลังใจ และหาแนวทางช่วยเหลือดูแล น.ส.กวิสรา อายุ 28 ปี อดีตพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ที่นอนป่วยติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หลังจากเธอไปผ่าคลอดลูกคนแรกที่โรงพยาบาลประโคนชัย แต่พอออกจากห้องผ่าตัดได้แค่วันเดียว เกิดภาวะช็อกหมดสติ แพทย์ได้ปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต และต้องนอนรักษาตัวที่ รพ.นานกว่า 1 เดือน สุดท้ายเธอกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ต้องนอนติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ สมอง และร่างกายไม่ตอบสนอง มานานเกือบ 1 ปีแล้ว ไม่เคยมีโอกาสได้อุ้มลูกแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งทาง รพ.จ่ายเงินเยียวยาให้ได้ตามระเบียบ 70,000 บาท ปัจจุบันกลายเป็นภาระของแม่ และน้าสาว ต้องออกจากงานมาดูแลเธอและลูกชายวัย 10 เดือน
โดยนายดำรงค์ศักดิ์ นาคีสังข์ นายอำเภอประโคนชัย ระบุว่า ที่ผ่านมาทางอำเภอ พร้อมผู้นำชุมชน และ อสม. ได้เข้าไปดูแลติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามเรื่องสวัสดิการต่างๆ ที่ควรจะได้รับ เช่น บัตรผู้พิการ สิทธิ์ประกันสังคม และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่สิ่งที่คุณแม่ของน้องอยากจะให้ช่วยเหลือเพิ่มเติม คือ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ทั้งของลูกสาวที่ป่วยติดเตียง และหลาน รวมถึงทิชชูเปียก และนมสำหรับเด็ก เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งทางอำเภอก็จะได้ประสานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อนำสิ่งของที่จำเป็นเหล่านี้ไปมอบให้เพื่อเป็นการดูแลช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
นอกจากนั้นก็จะได้ประสานกับทางสาธารณสุข เทศบาลตำบลโคกม้า และผู้นำในพื้นที่ เข้ามาติดตามดูแล ไม่ว่าจะเป็นการส่งทีม อสม. หรือประสานนักกายภาพบำบัด เข้ามาช่วยเหลือเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพให้กับผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องด้วย และหากต้องการความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ก็ให้ประสานผู้นำในพื้นที่ เพื่อจะได้หาแนวทางช่วยเหลือต่อไป
นายอำเภอ ยังยืนยันว่า เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ในส่วนของน้องที่ป่วยติดเตียงนั้น ไม่ได้หลุดสิทธิ์ตามที่เป็นข่าว ชื่อของน้องผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ ตอนนี้รอแค่ยืนยันตัวตนเพื่อรอใช้สิทธิ์ตามกำหนดเท่านั้น
ด้านนางสมาพร ไหประโคน ผู้เป็นแม่ บอกว่า ขอบคุณนายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ไม่ทอดทิ้งและรับปากจะดูแลช่วยเหลือลูกสาว และหลานอย่างต่อเนื่อง เพราะตอนนี้กังวลว่า หากครบ 1 ปีที่ทางบริษัทช่วยเหลือในส่วนของลูกสาว และทาง รพ.จะดูแลเรื่องผ้าอ้อมสำเร็จรูปหลานแค่1 ปี ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลลูกที่ติดเตียง และหลานที่ยังเล็ก เพราะตนก็ไปทำงานไม่ได้ต้องผลัดกันกับน้าคอยดูแล ก็ดีใจที่ทางภาครัฐรับปากจะดูแลให้ต่อเนื่อง ทั้งนี้ก็ขอบคุณผู้ใจบุญที่บริจาคมาช่วยเหลือ ก็จะนำเงินดังกล่าวเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายลูกสาว และหลานต่อไป
Advertisement