
(28 ต.ค. 2569) ร.ต.ต.สัณฐิติ ธรรมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก แถลงข่าวกรณีเอกสารซื้อขายที่ดิน ซึ่งถูกนำมาเผยแพร่และปรากฏชื่อกำนันตำบลศรีกะอาง ว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกได้สั่งการให้นายอำเภอบ้านนา ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งกรณีการครอบครองที่ดินราชพัสดุ และความเกี่ยวข้องของกำนันกับเอกสารดังกล่าว โดยให้เร่งดำเนินการและรายงานผลเบื้องต้นภายใน 7 วัน ซึ่งที่ดินดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองและใช้ประโยชน์ของกองทัพบก โดยมีมณฑลทหารบกที่ 12 หรือ มทบ.12 เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง หากพบการบุกรุก ผู้เสียหายโดยตรงต้องพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายก่อน ขณะที่จังหวัดมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและตรวจสอบการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น
รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ระบุด้วยว่า หากผลสอบสวนพบว่ามีการกระทำความผิด แต่ มทบ.12 ซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยตรงยังไม่ดำเนินการ จังหวัดจะต้องพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่ โดยอาจทำหนังสือกล่าวโทษไปที่หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.บ้านนา เพื่อไม่ให้เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ต้องให้โอกาสหน่วยงานที่เป็นผู้เสียหายโดยตรงดำเนินการก่อน
ส่วนเอกสารซื้อขายที่ปรากฏชื่อกำนันนั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ เนื่องจากเอกสารที่ได้รับมีลักษณะไม่ต่อเนื่อง คล้ายกับมีการพับไปพับมา และอาจมีบางส่วนที่ถูกพับปิดทับลายเซ็นไว้ แต่ยังไม่สามารถยืนยันรายละเอียดได้ เนื่องจากได้รับเอกสารมาเพียงสำเนาบางส่วน จึงต้องให้นายอำเภอบ้านนาออกหนังสือเชิญ นายคณิต ซึ่งปรากฏชื่อเป็นผู้ขาย และ นายอธิป ผู้ที่ปรากฏชื่อเป็นผู้ซื้อในเอกสาร มาสอบถามข้อเท็จจริงว่า มีการซื้อขายกันจริงหรือไม่ พร้อมสอบถามพยานและลูกบ้านในพื้นที่ รวมถึงตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์เข้าไปครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐจริงหรือไม่ โดยให้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและรายงานผลเบื้องต้นภายใน 7 วัน
นอกจากนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ระบุว่า ต้องตรวจสอบประวัติการครอบครองที่ดินย้อนหลังด้วยว่า มีการครอบครองมาตั้งแต่ก่อนปี 2484 หรือไม่ เป็นการครอบครองต่อเนื่องหรือไม่ และมีการเปลี่ยนมือมาแล้วกี่ทอดจนถึงผู้ครอบครองปัจจุบัน เพื่อพิสูจน์สิทธิและข้อเท็จจริงให้ชัดเจน พร้อมย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้ใดกระทำความผิด ต้องตรวจสอบทั้งข้อเท็จจริงและเจตนาให้ชัดเจนก่อน โดยหากพบการบุกรุกที่ดินของรัฐ อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา รวมถึงพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ ส่วนผู้ที่มีส่วนร่วมสนับสนุนการกระทำผิดก็ต้องพิจารณาบทบาทและพยานหลักฐานเป็นรายบุคคล
สำหรับกรณีกำนัน หากพบว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด อาจต้องรับผิดทั้งทางอาญาและทางวินัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่หากเป็นเพียงการปรากฏชื่อในเอกสาร ก็ยังไม่สามารถถือว่ามีความผิดได้ทันที โดยนายอำเภอบ้านนาจะต้องสอบสวนอย่างรอบด้าน และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ร.ต.ต.สัณฐิติ ยังชี้แจงถึงขั้นตอนการซื้อขายที่ดินว่า ต้องแยกพิจารณาระหว่างเรื่องทางแพ่งกับทางอาญา โดยหลักการแล้ว หากเป็นที่ดินของรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐไม่ควรเข้าไปสนับสนุนให้มีการซื้อขาย อย่างไรก็ตาม ในทางแพ่ง การส่งมอบการครอบครองที่ดินและการมีพยานรับรู้ โดยเฉพาะกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านในฐานะผู้ปกครองท้องที่ อาจถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาข้อโต้แย้งว่าใครมีสิทธิดีกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าการมีพยานรับรู้จะทำให้ผู้ครอบครองมีสิทธิในที่ดินของรัฐโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนประเด็นทางอาญาต้องตรวจสอบสถานะที่ดินและข้อเท็จจริงตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแยกต่างหาก
เมื่อถามว่านายอำเภอบ้านนาเคยพบเห็นเอกสารตัวดังกล่าวหรือไม่ ด้าน นางจิราภรณ์ กิ่งสีดา นายอำเภอบ้านนา กล่าวว่า "ไม่เคยเห็นเอกสารดังกล่าวมาก่อน" และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้สอบถามกำนันตำบลศรีกะอางในรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารดังกล่าว เนื่องจากต้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนและข้อกฎหมายที่ได้รับมอบหมายก่อน โดยอำเภอจะรวบรวมข้อเท็จจริงให้ได้มากที่สุดภายในกรอบเวลา 7 วัน พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นอกจากนี้ตนก็ได้ประชาสัมพันธ์ให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว ให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบสิทธิและสถานะการครอบครองที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ขณะที่ น.ส.วนิดา โคนกระโทก ธนารักษ์พื้นที่นครนายก กล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุที่สงวนไว้ใช้ในราชการทหารตามพระราชกฤษฎีกา โดยกองทัพบกเป็นหน่วยงานที่ครอบครองและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ดังนั้น กรมธนารักษ์จึงยังไม่สามารถนำที่ดินกลับมาจัดหาประโยชน์หรือจัดให้ประชาชนเช่าได้โดยลำพัง ต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานทหารที่ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ก่อน
สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ จังหวัดได้ตั้งคณะทำงานสำรวจข้อมูลผู้ครอบครองและจัดทำแผนที่ เพื่อพิจารณาแบ่งโซนการใช้ประโยชน์ ทั้งพื้นที่ที่จำเป็นต้องใช้ในภารกิจทางทหาร พื้นที่ที่อาจผ่อนปรนให้ประชาชนขออนุญาตหรือทำสัญญาเช่าเพื่ออยู่อาศัยและทำกินได้ และพื้นที่ที่หน่วยงานทหารหมดความจำเป็นต้องใช้ ซึ่งอาจพิจารณาส่งคืนเพื่อนำไปจัดประโยชน์ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ระบุว่า การตรวจสอบกรณีนี้เป็นการดำเนินการเฉพาะเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ไม่ได้หมายความว่าจังหวัดจะละเลยกรณีอื่น โดยหากประชาชนในพื้นที่อื่นเห็นว่าตนเองได้รับความเสียหาย สามารถร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายได้เช่นเดียวกัน ส่วนกรณีประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ราชพัสดุ จังหวัดได้ตั้งคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสำรวจข้อมูลผู้ครอบครองและจัดทำแผนที่ แบ่งโซนการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ และหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้ประชาชนตามขั้นตอนของกฎหมาย
Advertisement