
จากกรณีดรามาในโลกออนไลน์ หลัง “กอฟ” กัญญ์นลิน อิทธิวัชรศิลป์ อดีตนักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ และ ยูทูบเบอร์สายกีฬาชื่อดัง อัดคลิปร้องไห้ พร้อมเล่าเหตุการณ์โดนเจ้าของร้านอาหารในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งใน กทม. บังคับให้โพสต์โซเชียลประจานตัวเองลงในเฟซบุ๊กเพจ “Golf Kannalin”
ต่อมา เจ้าของร้านอาหารงัดหลักฐานโต้ “กอฟ กัญญ์นลิน” ยืนยันไม่ได้บังคับประจาน แต่มีการแอบตั้งโต๊ะขายกาแฟชนร้านของตนเอง โดยไม่ได้ให้เช่าที่ และไม่คิดเงินสักบาท ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ต่อมาวันที่ 24 ต.ค. 69 พ.ต.อ. สนอง แสงมณี ผกก.สน.บางซื่อ เปิดเผยกับ “ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี” ว่า เรื่องดังกล่าว หากย้อนไปเมื่อ วันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา ระหว่างที่ตนเองเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ภายในสถานีตำรวจนั้นก็ได้เห็นว่า มีชาย 2 คนนั่งรอพบกับพนักงานสอบสวนอยู่ จึงได้เข้าไปสอบถามว่ามาติดต่อเรื่องอะไร ก่อนที่ต่อมา มีข้อพิพาทกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งภายในสวนสาธารณะ จนทำให้ตนเองคาดได้ทันทีว่าน่าจะเป็นเหตุการณ์เดียวกับที่ทางตำรวจสายตรวจ 191 รับแจ้งให้เข้าไประงับเหตุ จึงได้สอบถามที่ไปที่มาของเรื่องราวทั้งหมด
จนทราบว่าทั้งคู่มีเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการขายกาแฟที่ร้านดังกล่าว จนทำให้เดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจ และในเหตุการณ์วันนั้น ก็ได้มีการไกล่เกลี่ยเป็นข้อตกลงกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายเองก็ยอมรับในข้อตกลง และเคลียร์กันแล้ว ตนเองจึงได้บอกให้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แต่เมื่อตนเองเห็นคลิปวิดีโอของคุณกอฟ โพสต์ลงในสื่อโซเชียลนั้น ก็ยังรู้สึกตกใจในเนื้อหาที่คุณกอฟได้อัดไว้ตามคลิปวีดีโอว่า ในเมื่อมีการลงบันทึกประจำวันเคลียร์ใจ และตกลงเรื่องราวกันทั้งหมดแล้ว เหตุใดจึงต้องมีการอัดคลิปวิดีโอและไปโพสต์
ซึ่งหนึ่งในเนื้อหา ที่คุณกอฟมีการเล่าในคลิปวิดีโอว่าถูกคนมีสีกักขังและข่มขู่ภายในร้านอาหารดังกล่าวนั้น จากการที่ตนเองสอบถาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเข้าไประงับเหตุ ทราบว่าภายในร้านอาหาร ไม่ได้มีบุคคลอื่นแสดงการข่มขู่หรือกักขังหน่วงเหนี่ยวบุคคลแต่อย่างใด ทางตำรวจเพียงแต่เข้าไปที่ร้านอาหารดังกล่าว จนพบว่าทั้งสองฝ่ายกำลังมีการพูดคุยกันอยู่ และตำรวจเป็นตัวกลางในการเจรจาจนทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันแล้ว ก็ได้แนะนำให้มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจเพียงเท่านั้น
ส่วนร้านอาหารดังกล่าวเป็นพื้นที่โล่ง และขณะที่มีการกล่าวอ้างว่าถูกข่มขู่หรือถูกกักขังนั้น ก็เป็นช่วงเวลาที่มีลูกค้ากำลังนั่งใช้บริการกันอยู่ จึงอาจจะเป็นไปได้ยาก ที่ จะมีการกักขัง หรือข่มขู่ในเวลานั้นและในสถานที่บริเวณนั้น
จนตนเองเข้ามาเจอกับทั้งสองฝ่ายที่สถานีตำรวจ เมื่อพูดคุยเห็นว่าทั้งสองฝ่ายมีการตกลงยอมความกันแล้ว ซึ่งเท่าที่ตนเองสังเกตดูทั้งสองฝ่ายเองก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะไม่พอใจระหว่างกัน ทั้งสองฝ่ายก็ยังพูดคุยกันด้วยดี การลงบันทึกประจำวันและการลงชื่อในเอกสารนั้นก็เป็นไปด้วยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย โดยที่ไม่ได้มีฝ่ายใดแจ้งความดำเนินคดีต่อกัน
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าว “อมรินทร์ทีวี” ได้ข้อมูลจากพนักงานรักษาความปลอดภัยของสวนสาธารณะดังกล่าวที่อยู่ติดกับจุดเกิดเหตุ ระบุว่า ช่วงวันที่ 17 และ 18 ต.ค. เห็นว่าช่วงเช้ามีการตั้งบูธกาแฟอยู่บริเวณร้านดังกล่าว โดยจุดที่ตั้งบูธก็อยู่ติดกับริมถนน โดยลักษณะเป็นการชงกาแฟใส่แก้ว แต่วันที่เกิดปัญหาก็คือ 18 ต.ค. พบว่าภายในร้านเกิดมีปากเสียงกัน แต่ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ไม่ได้รับแจ้งให้เข้าไปตรวจสอบ เพราะจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลนอกเหนือจากการดูแลของพนักงานรักษาความปลอดภัย สักพักก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจของ สน.บางซื่อเข้ามาตรวจสอบ และไม่นานเหตุการณ์หลังจากนั้นก็สงบลง
Advertisement