
วันที่ 5 ต.ค. 69 ทีมข่าวสำรวจพื้นที่ภายในเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง พบว่าถนนสายหลักน้ำแห้งสนิทแล้ว รถยนต์และรถจักรยานยนต์สามารถสัญจรได้ตามปกติ หลังจากมีการนำ “ท่อซิ่งพญานาค” หรือเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พบเพียงแค่บางจุดที่มีน้ำท่วมขังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านอยู่ในระหว่างการเร่งเก็บกวาดขยะและซ่อมแซมพื้นที่ รวมถึงเรียกรถสไลด์มายกรถยนต์ที่จมน้ำไปซ่อมแซม
อย่างไรก็ตามอีกหนึ่งปัญหาหลักที่ชาวบ้านพบในขณะนี้คือขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่า เนื่องจากหมักหมมมาอย่างยาวนานตั้งแต่น้ำท่วมวันแรก แม้จะมีการเก็บกวาดไปบางส่วนแล้ว แต่ก็ยังมีซากหลงเหลืออยู่ โดยชาวบ้านตึกหนึ่งถึงกับระบุว่า ได้รับผลกระทบจากกลิ่นขยะ จนทำให้ไม่สามารถนอนหลับได้ ต้องใส่หน้ากากอนามัยนอนเลยทีเดียวนอกจากนี้ยังกังวงด้วยว่าเศษขยะดังกล่าวจะแพร่เชื้อทำให้เกิดโรคด้วย
ขณะที่นายนันทภพ ชาวแฟลตเกรียงไกร ซึ่งกำลังซ่อมรถยนต์หลายคนที่จมน้ำจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ระบุว่าได้รับผลกระทบมาก หลังจากน้ำลดปัญหาที่เจอคือขาดรายได้ และยอมรับว่าตอนนี้ยังกังวลว่า เหตุการณ์เดิมจะซ้ำอีก เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลก็ไม่ได้มีการแจ้งเตือน อีกทั้งรัฐบาลยังบอกว่าเอาอยู่ “เอาอยู่ทีไร บรรลัยทุกที” ดังนั้นหากเกิดอีกจึงอยากให้มีการแจ้งเตือนที่เร็วกว่านี้
เช่นเดียวกับนายสุเมธ ระบุว่า ตอนนี้ชาวบ้านลำบากมาก ต้องช่วยเหลือกันเอง แม้น้ำจะลดแล้วแต่ยังไม่มีน้ำประปาใข้ ต้องไปต่อท่อโยงสายกันเอง พร้อมระบุด้วยว่าตั้งแต่เกิดเรื่องไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล และอยากให้นายกฯหรือภาครัฐเข้ามาดูถึงข้างในที่ชาวบ้านอยู่ไม่ใข่แค่ทำคอนเทนต์อยู่แต่ด้านหน้า จะได้รู้ว่าชาวบ้านมีความเดือดร้อนอย่างไร
ขณะที่นายอ้น คนขับแท็กซี่ ระบุว่า ขณะนี้ระรถสไลด์จากอู่มาลากรถแท็กซี่ไปซ่อม ซึ่งรถคันนี้จมน้ำตั้งแต่วันแรก ได้รับความเสียหายทั้งหมด และตนเองก็ขาดรายได้และเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
Advertisement