
ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมแบบไม่เว้นแต่ละวัน ยังไม่วายเจอเรื่องดรามา ล่าสุด “บุ๋ม ปนัดดา” นำทีมมูลนิธิองค์กรทำดีลุยลงพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ระดมแจกถุงยังชีพและเข้าช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เผยสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วงพร้อมเปิดใจทุกประเด็นดรามา ทั้งซัดภาครัฐปมงบข้าวกล่องเศษปีกไก่ จี้เยียวยาเรือกู้ภัยที่พังเสียหาย และฟาดกลับเสียงวิจารณ์ "ดาราตกยุค-นักบุญทุนคนอื่น" ลั่นหากมีเวลาว่างขอให้ลงพื้นที่มาดูความเดือดร้อนของชาวบ้านจริง ๆ ดีกว่า
ทีมข่าว APOP Today ทางอมรินทร์ทีวี 34 ได้พูดคุยกับ “บุ๋ม ปนัดดา” เพื่ออัปเดตสถานการณ์น้ำท่วม หลังเจ้าตัวและทีมงานลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในหลายจังหวัด โดยเปิดเผยว่า สำหรับการลงพื้นที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากน้ำมีกระแสน้ำเชี่ยวและระดับน้ำสูง เข้าสู่วันที่ 5-6 แล้วแต่หลายบ้านยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ โดยทางทีมได้ระดมถุงยังชีพ 500 ถุง กระจายลงพื้นที่น้ำท่วมสูง พร้อมส่งทีมงานลุยหลายจุด ขณะที่ จ.ฉะเชิงเทรา มีทีมช่วยเหลือถึง 3 ทีม นอกจากนี้ยังดูแลพื้นที่ จ.ระยอง อย่างต่อเนื่อง
สำหรับภารกิจล่าสุด เดิมทีตั้งใจเข้าไปอพยพนักศึกษาราชภัฏ แต่เจอฝนตกหนักและฟ้าคะนอง ทำให้ต้องเปลี่ยนแผนและส่งต่อภารกิจให้รถ GMC ของทหารเข้าดูแล ส่วนทีมของ “บุ๋ม ปนัดดา” ได้นำอาหารและสิ่งของจำเป็นไปแจกชาวบ้าน โดยพบว่าส่วนใหญ่ต้องการน้ำดื่ม รวมถึงมีเด็กเล็กและผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องนำสิ่งของไปส่งให้ถึงบ้าน
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังชี้แจงกรณีที่ชาวบ้านสงสัยว่า "แม่บุ๋มไปไหน" เนื่องจากไม่เห็นโลโก้หรือชื่อทีมในบางพื้นที่ โดยเผยว่า ไม่ได้ทำงานเพียงทีมเดียว แต่ได้สนับสนุนค่าน้ำมัน ถุงยังชีพ และค่าใช้จ่ายให้กับเครือข่ายกู้ภัยหลายมูลนิธิ เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมรวดเร็วที่สุด และไม่ต้องการนำโลโก้ไปบดบังการทำงานของกู้ภัยในพื้นที่
ในประเด็นดรามาข้าวกล่องที่ถูกตั้งคำถามเรื่องคุณภาพ หลังชาวบ้านส่งภาพอาหารที่เป็นเพียง "เศษปีกไก่" มาให้ดู “บุ๋ม ปนัดดา” มองว่า หากเป็นภาคเอกชนอาจเข้าใจได้เรื่องงบประมาณที่ต่างกัน แต่หากเป็นงบภาครัฐที่ได้รับมาเต็มจำนวน ก็ควรบริหารจัดการให้เหมาะสม พร้อมตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ
พร้อมกันนี้ ยังได้ฝากถึงภาครัฐเรื่องการเยียวยากู้ภัยรายย่อยที่ต้องควักเงินและซ่อมแซมอุปกรณ์เองหลังลงพื้นที่ โดยเผยว่าการทำงานมีความเสี่ยง ใต้น้ำมีทั้งรถ ตอไม้ และสิ่งกีดขวาง ทำให้เรือและรถลากได้รับความเสียหาย อย่างเรือของทีมตนเองก็ชนตอไม้เสียหายจนต้องเตรียมซื้อใหม่ 1 ลํา อยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาสนับสนุนกู้ภัยอย่างจริงจัง เพราะกลุ่มกู้ภัยคือทีมที่เข้าถึงประชาชนได้เร็วที่สุดเมื่อเกิดภัยพิบัติ พร้อมฝากว่าหากมีงบช่วยเหลือ ควรจัดสรรให้กู้ภัยตัวเล็กที่ทำงานด้วยหัวใจด้วย
ส่วนเรื่องเงินเยียวยาประชาชน มองว่าเงิน 9,000 บาทอาจไม่เพียงพอสำหรับหลายครอบครัว เนื่องจากบางบ้านทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ประกอบอาชีพเสียหายเกือบทั้งหมด
“บุ๋ม ปนัดดา” ยังได้เปิดใจถึงกระแสดรามา หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์พาดพิงในทำนองว่าเป็น “ดาราตกยุค” ผันตัวมาเป็นกู้ภัยและเปิดรับบริจาค ซึ่งเจ้าตัวได้เข้าไปคอมเมนต์ถามกลับทันที โดยยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นดาราหรืออาชีพใด หากมีหัวใจช่วยเหลือประชาชนก็สามารถเป็นกู้ภัยได้ ฝากถึงคนที่วิจารณ์ว่า หากมีเวลาหรือไม่อยากให้คนอื่นทำงาน ขอให้ลงพื้นที่มาดูความเดือดร้อนของชาวบ้านด้วยตัวเอง พร้อมปฏิเสธคำว่า "นักบุญทุนคนอื่น" เพราะการเปิดรับบริจาคไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ควักเงินส่วนตัว โดยเจ้าตัวยอมรับว่าได้ใช้เงินส่วนตัวช่วยเหลือมาแล้วจำนวนมาก
“บุ๋ม ปนัดดา” ยอมรับว่าดรามาดังกล่าวมีผลกระทบต่อความรู้สึก แต่ก็พร้อมเปิดใจเคลียร์หากโพสต์นั้นหมายถึงตนโดยตรง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดการปะทะกันระหว่างทีมกู้ภัย เพราะเป้าหมายสูงสุดคือการช่วยเหลือประชาชน และไม่ว่าจะสีไหนหรือโลโก้ใด ความเดือดร้อนของประชาชนต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก
Advertisement