
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานผลกระทบจากมรสุมฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่จังหวัดระยอง ส่งผลให้พืชผักสวนครัวขาดแคลนและปรับตัวสูงขึ้นอย่างพุ่งพรวด โดยเฉพาะ "ใบกะเพรา" ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของเมนูจานด่วน
จากการลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการค้าขาย ณ ตลาดนัดคลองถมบ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง พบว่าราคาส่งใบกะเพราจากเดิมกิโลกรัมละ 40–50 บาท พุ่งสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 150–190 บาท ปรับขึ้นมาถึง 3 เท่าตัว จนบรรดาพ่อค้าแม่ค้าแผงหมูสดถึงกับเอ่ยปากแซวว่า “ตอนนี้ใบกะเพราแพงกว่าเนื้อหมูสดเสียอีก”
สาเหตุหลักเนื่องมาจากสวนกะเพราของเกษตรกรในพื้นที่โดนน้ำท่วมขังจนต้นเน่าตายเสียหายเกือบทั้งหมด ทำให้พ่อค้าแม่ค้าต้องไปรับซื้อมาจากพื้นที่อื่น รวมถึงต้องคัดเด็ดใบที่เหลืองเน่าทิ้งจนเหลือปริมาณขายหน้าร้านลดลง
ไม่เพียงแต่ใบกะเพราเท่านั้น ผักชนิดอื่น ๆ ก็ปรับขึ้นราคาตามกันไปเป็นทอด ๆ เช่น ผักชีถุง 5 กิโลกรัม พุ่งสูงถึง 500 บาท, ต้นหอม กิโลกรัมละกว่า 100 บาท, พริกขี้หนู กิโลกรัมละเกือบ 200 บาท รวมถึงใบโหระพา ใบแมงลัก และผักบุ้ง ส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้าผักสดต้องเปลี่ยนมาแบ่งขายเป็นกำเล็ก ๆ ในราคา 10–20 บาท จากเดิมที่เคยขายกำละ 5 บาท
วิกฤตผักแพงครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการร้านอาหารตามสั่งและผู้บริโภค พ่อค้าแม่ค้าอาหารตามสั่งระบุว่า แม้ต้นทุนผักจะแพงขึ้นมาก แต่ก็ยังจำเป็นต้องขายอาหารในราคาเดิมเพื่อประคองลูกค้าในยุคค่าครองชีพสูง โดยใช้วิธีการปรับลดปริมาณใบกะเพราในเมนู "ผัดกะเพราหมูสับ" ลงเล็กน้อย แต่ยืนยันว่าจะยังคงปรุงรสชาติให้เข้มข้นอร่อยเหมือนเดิม
Advertisement