
วันที่ 3 ต.ค. 69 นาย นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ระยะนี้ ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 26 จังหวัด
ได้แก่ จังหวัดเพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์ รวม 162 อำเภอ 1,254 ตำบล 9,219 หมู่บ้าน และกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,175,292 ครัวเรือน 3,244,091 คน (ข้อมูล ศอ.ปภ. 3 ต.ค. 69 เวลา 06.00 น.) แยกเป็น
ภาคเหนือ
จ.เพชรบูรณ์ เกิดน้ำท่วม 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.ชนแดน อ.บึงสามพัน อ.วิเชียรบุรี อ.ศรีเทพ อ.หนองไผ่ รวม 9 ตำบล 19 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 82 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.นครสวรรค์ น้ำท่วม 14 อำเภอ ได้แก่ อ.พยุหะคีรี อ.ไพศาลี อ.ท่าตะโก อ.บรรพตพิสัย อ.ลาดยาว อ.เก้าเลี้ยว อ.เมืองฯ อ.ชุมแสง อ.ตากฟ้า อ.แม่วงก์ อ.ตาคลี อ.ชุมตาบง อ.โกรกพระ อ.หนองบัว รวม 92 ตำบล 514 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,013 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
ภาคกลาง
จ.อุทัยธานี เกิดน้ำท่วม 8 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองฉาง อ.ห้วยคต อ.สว่างอารมณ์ อ.หนองขาหย่าง อ.บ้านไร่ อ.ลานสัก อ.เมืองฯ อ.ทัพทัน รวม 56 ตำบล 413 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,785 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.ลพบุรี เกิดน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ รวม 7 ตำบล 30 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 975 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.ชัยนาท เกิดน้ำท่วมใน 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.มโนรมย์ อ.วัดสิงห์ อ.สรรพยา อ.หันคา อ.หนองมะโมง อ.สรรคบุรี อ.เนินขาม รวม 45 ตำบล 318 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,811 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.สิงห์บุรี เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.อินทร์บุรี อ.พรหมบุรี รวม 4 ตำบล 12 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 989 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.สุพรรณบุรี เกิดน้ำท่วม 9 อำเภอ ได้แก่ อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง อ.ดอนเจดีย์ อ.ศรีประจันต์ อ.เมืองฯ อ.สามชุก อ.เดิมบางนางบวช อ.อู่ทอง อ.ด่านช้าง รวม 100 ตำบล 884 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,912 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.กาญจนบุรี เกิดน้ำท่วม 12 อำเภอ ได้แก่ อ.ไทรโยค อ.ห้วยกระเจา อ.หนองปรือ อ.พนมทวน อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.ท่าม่วง อ.ท่ามะกา อ.บ่อพลอย อ.ศรีสวัสดิ์ อ.ทองผาภูมิ อ.เมืองฯ อ.สังขละบุรี รวม 84 ตำบล 818 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,237 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำลดลง
จ.อ่างทอง เกิดน้ำท่วม 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ป่าโมก อ.ไชโย อ.วิเศษชัยชาญ อ.เมืองฯ อ.สามโก้ รวม 33 ตำบล 129 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,938 ครัวเรือน ระดับเพิ่มขึ้น
จ.สระบุรี เกิดน้ำท่วม 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.พระพุทธบาท อ.หนองแค อ.หนองโดน อ.วิหารแดง อ.บ้านหมอ อ.ดอนพุด อ.เฉลิมพระเกียรติ รวม 40 ตำบล 186 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,066 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง
จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดน้ำท่วมใน 15 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ อ.บางไทร อ.บางปะอิน อ.ลาดบัวหลวง อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะหัน อ.นครหลวง อ.วังน้อย อ.อุทัย อ.ท่าเรือ อ.ภาชี อ.บ้านแพรก อ.บางซ้ายรวม 181 ตำบล 1,200 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 48,704 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.สมุทรปราการ เกิดน้ำท่วมใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.บางเสาธง อ.บางพลี อ.บางบ่อ อ.พระประแดง อ.พระสมุทรเจดีย์ รวม 38 ตำบล 382 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 223,346 ครัวเรือน เสียชีวิต 8 ราย ระดับน้ำลดลง
จ.ปทุมธานี เกิดน้ำท่วมใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.ธัญบุรี อ.เมืองฯ อ.สามโคก อ.คลองหลวง อ.ลำลูกกา อ.หนองเสือ อ.ลาดหลุมแก้ว รวม 62 ตำบล 510 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 169,724 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.นครปฐม เกิดน้ำท่วมใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.พุทธมณฑล อ.กำแพงแสน อ.นครชัยศรี อ.สามพราน อ.บางเลน อ.ดอนตูม รวม 105 ตำบล 793 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 43,687 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.ราชบุรี เกิดน้ำท่วมใน 9 อำเภอ อ.โพธาราม อ.บางแพ อ.ดำเนินสะดวก อ.เมืองฯ อ.บ้านโป่ง อ.วัดเพลง อ.จอมบึง อ.ปากท่อ อ.สวนผึ้ง รวม 69 ตำบล 416 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,539 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.เพชรบุรี เกิดน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอแก่งกระจาน รวม 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
ภาคตะวันออก
จ.นครนายก เกิดน้ำท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ปากพลี อ.เมือง อ.บ้านนา อ.องครักษ์ รวม 41 ตำบล 416 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 49,018 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.ปราจีนบุรี เกิดน้ำท่วมใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ อ.นาดี อ.เมืองฯ อ.ประจันตคาม อ.บ้านสร้าง อ.ศรีมโหสถ รวม 65 ตำบล 687 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 46,160 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.ฉะเชิงเทรา เกิดน้ำท่วมใน 11 อำเภอ ได้แก่ อ.บางน้ำเปรี้ยว อ.พนมสารคาม อ.บางคล้า อ.ท่าตะเกียบ อ.สนามชัยเขต อ.แปลงยาว อ.เมืองฯ อ.บ้านโพธิ์ อ.บางปะกง อ.คลองเขื่อน อ.ราชสาส์น รวม 88 ตำบล 707 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 54,647 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จ.สระแก้ว เกิดน้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.อรัญประเทศ รวม 4 ตำบล 40 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,148 ครัวเรือน เสียชีวิต 6 ราย ระดับน้ำลดลง
จ.ชลบุรี เกิดน้ำท่วมใน 10 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.สัตหีบ อ.พนัสนิคม อ.ศรีราชา อ.บางละมุง อ.บ้านบึง อ.หนองใหญ่ อ.เกาะจันทร์ อ.พานทอง อ.บ่อทอง รวม 78 ตำบล 354 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 118,723 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.ระยอง เกิดน้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.แกลง รวม 7 ตำบล 58 หมู่บ้าน ประชาชน ได้รับผลกระทบ 1,310 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
จ.จันทบุรี เกิดน้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.นายายอาม อ.ท่าใหม่ รวม 10 ตำบล 50 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำลดลง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จ.บุรีรัมย์ เกิดน้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.นางรอง อ.ชำนิ รวม 21 ตำบล 188 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 428 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.ชัยภูมิ เกิดน้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.บำเหน็จณรงค์ อ.จัตุรัส รวม 5 ตำบล 11 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 44 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จ.สุรินทร์ เกิดน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอปราสาท รวม 8 ตำบล 121 หมู่บ้าน ความเสียหายอยู่ระหว่างสำรวจ ระดับน้ำลดลง
กรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย ระดับน้ำลดลง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยส่งเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่เพื่อเร่งระบายน้ำ เปิดเส้นทางและลดระดับน้ำที่ท่วมขัง พร้อมเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อน โดย ให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางก่อนเป็นลำดับแรก ทั้งการขนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย การนำอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นเข้าไปแจกจ่ายถึงครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนพื้นที่ที่น้ำลดลง ปภ. จะเร่งสำรวจบ้านเรือนและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย เพื่อรวบรวมข้อมูลและดำเนินการช่วยเหลือประชาชนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมแจ้งเตือนสถานการณ์และคำแนะนำในการปฏิบัติตัวให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง
Advertisement