
(25 ก.ย. 2569) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ร่วมแถลงสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร ณ สถานีสูบน้ำอุโมงค์บางอ้อ เขตพระโขนง
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมกรุงเทพมหานคร ร่วมกับร่องความกดอากาศต่ำที่ดึงมวลน้ำจากอ่าวไทยเข้ามา ส่งผลให้มีฝนตกหนักสะสมสูงสุด 133 มิลลิเมตร ในรอบ 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่เขตคลองสามวา สายไหม มีนบุรี ถึงเขตลาดกระบัง ทำให้น้ำไหลลงสู่คลองแสนแสบ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต และคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อระบายออกสู่สถานีสูบน้ำพระโขนงต่อไป ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองต่างๆ ค่อนข้างเต็ม
ทั้งนี้ คาดว่าหย่อมความกดอากาศต่ำจะค่อยๆ เคลื่อนไปทางทิศตะวันตก ทำให้สถานการณ์ฝนใน กทม. เริ่มเบาลงและดีขึ้นในวันที่ 27 ก.ย. ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ไว้
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุว่า ถนนสายหลักส่วนใหญ่ยังไม่พบปัญหาน้ำท่วมขัง แต่ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ซอยย่อยและชุมชนริมคลอง เนื่องจากระดับน้ำในคลองเอ่อสูง หัวใจสำคัญคือการเร่งระบายน้ำออกจากระบบคลองให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำเหนือและน้ำหนุนริมแม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ในระดับปลอดภัย และแนวคันกั้นน้ำสามารถรองรับได้ พื้นที่เฝ้าระวังสำคัญจึงยังคงเป็นพื้นที่ฝั่งตะวันออก ซึ่งมีน้ำค้างทุ่งและระดับน้ำในคลองสูง
ด้าน นายเจษฎา กล่าวเสริมถึงระดับน้ำในคลองสายหลักว่า ล่าสุดคลองลาดพร้าว บริเวณซอยลาดพร้าว 56 ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้วประมาณ 3-4 เซนติเมตร ส่วนคลองประเวศบุรีรมย์ระดับน้ำยังคงทรงตัว
รองผู้ว่าฯ วิศณุ อธิบายระบบระบายน้ำว่า สถานีสูบน้ำอุโมงค์บางอ้อ ซึ่งรับน้ำจากแก้มลิงบึงหนองบอนผ่านอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดิน ได้เดินเครื่องสูบน้ำบริเวณปล่องรับน้ำที่ 7 ด้วยกำลัง 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเร่งลดระดับน้ำในโซนอุดมสุข อ่อนนุช และพระโขนง ขณะที่คลองสายหลักฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะคลองประเวศบุรีรมย์ มีระดับน้ำอยู่ในขั้นวิกฤต (สีแดง) โดยจะระบายน้ำลงสู่สถานีสูบน้ำพระโขนง ซึ่งมีกำลังสูบสูงสุด 145 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมอุโมงค์ระบายน้ำเสริมที่รับน้ำจากคลองลาดพร้าวและคลองแสนแสบอีก 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การลอกท่อระบายน้ำล่วงหน้าในระดับเส้นเลือดฝอยช่วยให้ถนนสายหลักระบายน้ำลงคลองได้เร็ว แต่ทำให้น้ำไปสะสมบริเวณคอขวดในคลอง ส่งผลให้เกิดน้ำขังในซอยย่อยมากกว่าบนถนนสายหลัก
"เรามีระบบอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนที่เปิดใช้งานแล้ว มีการพัฒนาสถานีสูบน้ำหลายแห่ง และปรับปรุงระบบท่อระบายน้ำและจุดเสี่ยง ทำให้พื้นที่ที่เคยท่วมขังเดิมหลายแห่งไม่เกิดน้ำท่วมแล้ว ถึงแม้ฝนจะตกหนักถึง 130 มิลลิเมตร แต่มีจุดน้ำท่วมขังบนถนนหลักเพียง 10 กว่าจุดเท่านั้น ซึ่งมีพัฒนาการดีขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ก็ยังมีจุดเสี่ยงที่ต้องปรับปรุงอีก 200 กว่าจุด" ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวถึงแนวทางปฏิบัติว่า ในคืนนี้ หากไม่มีฝนตกหนักซ้ำ กทม. จะเร่งสูบน้ำสู้เพื่อให้ระดับน้ำในคลองลดลง ซึ่งจะช่วยให้น้ำท่วมขังไหลระบายลงคลองได้ โดยได้สั่งการให้เร่งเดินเครื่องสูบน้ำทุกจุดเต็มกำลัง ขณะที่ฝั่งพระนครมีกำลังสูบรวม 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมกำชับให้จัดเก็บขยะที่อุดตันท่อตลอดคืน
นอกจากนี้ กทม. ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยงเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และขอให้ประชาชนตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง เนื่องจากอาจมีฝนตกเพิ่มเติม ทั้งนี้ ภาพรวมระบบระบายน้ำหลักของ กทม. ยังคงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
Advertisement