Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
“ชัชชาติ” แถลงผลตรวจ 43 ดาต้าเซ็นเตอร์ ยังไม่พบปัญหา ชะลออนุญาตรายใหม่

“ชัชชาติ” แถลงผลตรวจ 43 ดาต้าเซ็นเตอร์ ยังไม่พบปัญหา ชะลออนุญาตรายใหม่

14 ก.ย. 69
11:19 น.
แชร์

“ชัชชาติ” แถลงผลตรวจ 43 ดาต้าเซ็นเตอร์ ยังไม่พบปัญหา ย้ำชะลออนุญาตรายใหม่ รอมาตรการรัฐบาล

วันนี้ (14 กันยายน 2569) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้า ผลการดำเนินการ Data Center

โดยนายชัชชาติ ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์ในกทม. โดยระบบสาธารณูปโภค การไฟฟ้านครหลวงเป็นผู้พิจารณาการใช้ไฟฟ้า การประปานครหลวงพิจารณาการใช้น้ำ การควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง กับโรงงานเป็นของกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมธุรกิจพลังงาน แต่ปัจจุบันดาต้าเซ็นเตอร์ที่ขออนุญาตมาไม่เข้าข่ายโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นแนวโน้มในอนาคต อาจจะมีกำหนดจากคณะกรรมการของรัฐบาลให้เป็นอุตสาหกรรมหรือจะต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง

ส่วนของ กทม.รับผิดชอบใบก่อสร้างอาคาร ตามกฏหมายควบคุมอาคาร และผังเมือง รวมถึงสาธารณสุข

ส่วนเรื่องสิ่งแวดล้อม คือ สผ. และที่ผ่านมายังไม่เข้าข่ายEIA ยกเว้นดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ในตึกและต้องทำหลายขนาดซึ่งต้องมี EIA บางส่วนก็ทำ EIA ไปแล้ว

"คำว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ ช่วงก่อนไม่ขออนุญาตอย่างเป็นทางการ เลยไปแฝงอยู่ในอาคารต่างๆ แต่กทม.ไปหาข้อมูล ที่โฆษณาตามจุดต่างๆ ทำให้มีข้อมูลทั้งหมด 43 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในอยู่อาคารต่างๆที่อยู่ร่วมกับอาคารอื่น มีมานาน 26 ปี เพราะเป็นขนาดเล็ก แต่นำเข้ามาเพื่อให้เข้าไปกำกับดูแลได้ ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องที่ตกใจอะไร เพราะมีมานานแล้ว และมีขนาดไฟไม่ได้ใหญ่กระจายอยู่ประมาณ 2 เมกะวัตต์"

ทั้งนี้ดาต้าเซ็นเตอร์ 43 แห่งที่อยู่ในอาคารไม่ได้มีการสะสมน้ำมันมีที่ขอสะสมน้ำมันเกิน 15,000 ลิตร มี 12 แห่งแต่ก็ไม่ได้เยอะ และมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย แต่มี 90,000 ลิตรอีก 1 แห่ง ส่วนที่เหลืออีก 31 แห่งไม่ต้องขอ เพราะใช้ครื่องขนาดเล็ก ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่กรมธุรกิจพลังงาน เป็นผู้ดำเนินการ

ส่วนที่ขออนุญาตก่อสร้าง Data Center ขนาดใหญ่แบบ Stand alone มี 6 แห่ง ตอนนี้เปิดดำเนินการไปแล้ว 3 แห่ง คือที่บางกะปิ และรามคำแหง ปี 2562 /2564 /2565 และชะลอใบอนุญาตอยู่ 3 แห่ง

และปัจจุบันหากดูไฟในกรุงเทพ 9,000 เมกะวัตต์ และใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์ 270 เมกะวัตต์ ประมาณไม่ถึง 3% ซึ่งดาต้าเซ็นเตอร์ในกทม.ถือว่ามีขนาดเล็กกว่าที่อยู่ตามต่างจังหวัด

ทั้งนี้ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้ทำเช็คลิสต์ในเรื่องของความปลอดภัยตามคำแนะนำตามมาตรฐานต่างๆ โดยใช้กฎหมายควบคุมอาคารเป็นหลักในการขออนุญาตก่อสร้างดัดแปลง ซึ่งหากเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ แบบ Stand alone จะได้รับใบรับรองจากสถาบันนานาชาติ ดังนั้นกรุงเทพมหานครจะขอใบรับรองนี้มาประกอบในการพิจารณาเรื่องของความปลอดภัยและความครบถ้วนในการก่อสร้างอาคารว่าได้มาตรฐานหรือไม่ แล้วจะมีการตรวจสอบเรื่องการรักษาน้ำมันว่าเป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานใช้อย่างเข้มข้นหรือไม่ รวมถึง เรื่องของการใช้ไฟฟ้า และการใช้ประปา

ส่วน ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่แบบ Stand alone ที่เปิดใช้งาน 3 แห่ง กทม.จะ เช็คลิสต์หรือไปตรวจสอบมลพิษทางน้ำ เดือนละหนึ่งครั้ง ว่ามีการปล่อยของเสียหรือไม่หรือมีสารพิษหรือไม่ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับประชาชน รวมถึงทางอากาศจะมีการตรวจฝุ่นละออง และ PM2.5 โดยให้บริษัทคิดตั้งเครื่องตรวจเรียลไทม์เพื่อจะได้มอนิเตอร์ตลอด

ส่วนตัวคูลลิ่งทาวเวอร์หรือที่ปล่อยไอน้ำ ในการปล่อยไอน้ำอาจจะมีเชื้อลีจิโอเนล่า ดังนั้นจึงต้องเฝ้าระวังในการตรวจสอบเชื้อตัวนี้ ปีละ 2 ครั้ง และจะต้องไม่พบเชื้อ เพื่อให้มั่น ใจว่าไอน้ำที่ปล่อยออกมาจะไม่กระทบกับประชาชน และจะมอนิเตอร์อุณหภูมิโดยรอบไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากกว่า 2-4 องศา

ส่วนมลพิษทางเสียงค่าเฉลี่ยต้องไม่เกิน 70 เดซิเบล สูงสุดไม่เกิน 115 เดซิเบล ซึ่งทั้งหมดนี้เป็น มาตรฐานปกติของการดูเรื่องความเดือดร้อนรำคาญเรื่องเสียง โดยจะต้องไปทำการตรวจสอบให้ครบทั้ง 43 แห่งขนาดเล็กและขนาดใหญ่อีก 3 แห่ง

ส่วนเรื่องการป้องกันอัคคีภัย ต้องมีเครื่องดับเพลิงตามมารฐาน และมีจุดติดตั้ง โดยจะต้องตรวจสอบให้ทั่วใจ ทั้งนี้หากมีการขอ ใบอนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งจะต้องตรวจให้เกิดความมั่นใจหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจะสามารถรับมือได้ รวมถึงให้มีการซ้อมอพยพในการอีกฝ่ายต่างๆเพื่อเกิดความมั่นใจเพิ่มเติม

โดยระหว่างรอมาตรการจากทางคณะกรรมการชุดใหญ่เรื่องผังเมือง คาดว่าจะอีก 1 สัปดาห์คงมีรายละเอียดการควบคุม และเรื่องอื่นๆทางกรุงเทพมหานคร ก็จะมีมาตรการทั้ง 5 ด้าน มาดูเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ ซึ่งทางสำนักงานเขตได้ไปตรวจสอบทุกจุดทั้ง 43 จุดแล้วทั้งสถานที่ตั้งและความเดือดร้อนกับประชาชนว่ามีหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบเรื่องของการเดือดร้อนรำคาญ

ส่วนกรณี พระราม 9 ที่มีน้ำมันรั่วไหลทางกรมควบคุมมลพิษได้เข้าไปทำการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว

นายชัชชาติ ยืนยันว่า กรุงเทพมหานครไม่ได้นิ่งนอนใจ ทุกอย่างจะเป็นการตรวจสอบตามกรอบอำนาจที่มี หากจุดไหนมีปัญหาสามารถที่จะแจ้งเข้ามาได้เพื่อให้กรุงเทพมหานครเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงที่รอมาตรการเพิ่มเติมจากทางรัฐบาล และสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รวมถึงทั้ง 3 แห่งที่เป็นขนาดใหญ่ก็ยังไม่มีผลกระทบอะไรที่ประชาชนร้องเรียนมา

ส่วนหลังจากนี้หากมีการขออนุญาต ก็คงต้องรับไว้แต่จะชะลอไว้ก่อนเพื่อรอมาตรการที่ชัดเจนของรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ส่วนความกังวลใจเรื่องความร้อนเมืองนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า ก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์แบบเอไอ เพราะต้องใช้พลังงานเยอะ ดังนั้นจึงต้องมีตัวคูลลิ่งทาวเวอร์ โดยกรุงเทพมหานครจะมอนิเตอร์ว่าอุณหภูมิโดยรอบจะต้องห้ามเกิน 2 องศา ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้โดยทั่วไป

ขณะที่นายพรพรหม ระบุว่า ที่ผ่านมาเรื่องมลพิษทางเสียงได้รับการร้องเรียนมาหนึ่งครั้ง เนื่องจากมีการไปทดสอบเครื่องปั่นไฟที่จะไว้ใช้สำรองในช่วงกลางคืน จึงทำให้มีชาวบ้านร้องเรียนมา ดังนั้นการตรวจสอบของกรุงเทพมหานครจะต้องตรวจสอบเรื่องของมลพิษทางเสียงเป็นสองระดับคือในสภาวะปกติ 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 70 เดซิเบล และเมื่อมีการทดสอบระบบเครื่องเจนก็จะต้องรายงานมาว่าจะมีการทดสอบในช่วงใด ซึ่งจะต้องไม่เกิน 115 เดซิเบล

Advertisement

แชร์
“ชัชชาติ” แถลงผลตรวจ 43 ดาต้าเซ็นเตอร์ ยังไม่พบปัญหา ชะลออนุญาตรายใหม่