Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
นาทีชีวิต! อดีตผู้จัดคอนเสิร์ต เตือนภัยสัญญาณหลอดเลือดหัวใจตีบ

นาทีชีวิต! อดีตผู้จัดคอนเสิร์ต เตือนภัยสัญญาณหลอดเลือดหัวใจตีบ

24 ส.ค. 69
09:28 น.
แชร์

เปิดประสบการณ์นาทีชีวิต! อดีตผู้จัดคอนเสิร์ตเตือนภัยสัญญาณหลอดเลือดหัวใจตีบ รวดเร็วรอดตายหลังรีบหาหมอ ภัยเงียบใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม 

วันที่ 24 ส.ค. 69 โลกออนไลน์แห่แชร์โพสต์จอง นาย ศุภกร กุลวโรตตมมะ หรือ ยอด โคตรอินดี้ อดีตผู้จัดคอนเสิร์ต โพสต์เล่าประสบการณ์การเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลลงใน เฟซบุ๊กเพจ “Yod Kodindy” ระบุว่า “โรคร้าย ภัยเงียบ…” 

จากข่าวการจากไปของ “เร แม๊คโดแนลด์” ในวัย 49 ปี #เท่ากับกูเลย ผมนั่งตามข่าวจนดึก คืนนั้นผมมีอาการปวดต้นคอ ปวดแขนซ้าย เป็นมาหลายวันแล้ว และยังมีอาการปวดหัวบริเวณกลางกระหม่อม ผมไม่ได้คิดอะไรมาก เรียกลูกชายมานวดให้หน่อย ลูกชายนวดให้ผมมาหลายวันแล้ว นวดแรงพอสมควร แต่รู้สึกสบายมาก

จากนั้นผมก็ทิ้งตัวลงนอน คิดแค่ว่า…พักสักหน่อย แล้วก็หลับไปเลย 

เช้าตื่นมากับฝันดีแปลกๆ (ไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ฟัง) แต่ทันทีที่ตื่นขึ้นมา อาการทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป ผมปวดหัวอย่างรุนแรง ปวดบริเวณท้ายทอย ด้านหลังหู และด้านข้างของศีรษะด้านบนหู ด้านซ้าย ทั้งหมด ที่สำคัญ…เจ็บหน้าอกด้านซ้าย

ผมเอาหมอนมานั่งพิงหัวเตียง นั่งดูอาการ ตอนนั้นในหัวผมมีเบอร์โทรศัพท์อยู่เบอร์เดียว 1669 ผมโทรไป ติดทันที ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิง ผมรีบอธิบายอาการ

“ตอนนี้ผมปวดหัวกับเจ็บหน้าอกมากครับ แต่ไม่รู้ว่าผมคิดมากไปหรือเปล่า เพราะเมื่อคืนตามข่าวพี่เรทั้งคืน…” 

ปลายสายตอบกลับมาว่า “อันนี้เป็นเบอร์เรียกรถฉุกเฉินค่ะ จะเรียกรถเลยไหมคะ ถ้าอยากปรึกษาก่อน เดี๋ยวต่อสายให้ค่ะ” ผมตอบไปว่า “ครับ ขอปรึกษาก่อนครับ” จากนั้นเจ้าหน้าที่อีกหน่วยงานก็โทรกลับมา 

ผมยังปวดหัวหนักมาก ลุกขึ้น ล้างหน้า แต่งตัว ในหัวตอนนั้นคิดอยู่เรื่องเดียว

ไปโรงพยาบาลวชิระ โรงพยาบาลที่ผมมีสิทธิบัตรทองอยู่ และไม่ไกลจากที่พัก

ระหว่างลงลิฟต์ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นเจ้าหน้าที่ที่โทรกลับมาสอบถามอาการ

“ตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ?” ผมตอบว่า “ยังปวดหัวมากครับ แล้วก็เจ็บหน้าอกด้านซ้ายเหมือนเดิม” เจ้าหน้าที่ถามอาการผมเพียง 2-3 ประโยค แล้วน้ำเสียงก็เปลี่ยนไปทันที แนะนำให้ “ให้ไปโรงพยาบาลทันทีค่ะ” ผมบอกว่า “กำลังไปครับ” เขาย้ำอีกว่า

“อย่าขับรถไปเองนะคะ” และแนะนำให้หาลูกอมกินระหว่างทาง น้ำตาลอาจต่ำได้

ผมซื้อลูกอมที่ 7-Eleven จากนั้นนั่งรถไฟฟ้าของคอนโดออกมาปากซอย มายืนงงๆ อยู่ริมถนน สักพัก…

มีแท็กซี่คันหนึ่งออกมาจากซอย ผมเดินไปขึ้นทันที โชคดีที่พี่แท็กซี่รับผมไป

ขอบคุณมากๆ ครับ ผมเปิด Google Maps บอกทางพี่แท็กซี่ ในแผนที่ขึ้นประมาณ 21 นาที ผมบอกทางไปเรื่อยๆ พี่แท็กซี่วิ่งฝ่าถนนที่กำลังทำทาง ออกบางโพ ผ่านรัฐสภา ผ่านบริษัทสิงห์ โชคดีที่รถไม่ติด พอใกล้ถึงโรงพยาบาล ถนนตรงไปไม่ได้ พี่แท็กซี่ออกซ้าย ผมให้กลับรถตรงทางเข้าสวนอ้อย แล้วเข้าโรงพยาบาลทางตึกทีปังกร ประหยัดเวลาไปได้ประมาณ 7 นาที 

ทันทีที่ถึงหน้าตึก ผมบอกเจ้าหน้าที่ว่า “ผมเจ็บหน้าอก ปวดหัวครับ ผมโทร 1669 แล้ว เขาให้มาโรงพยาบาลด่วนครับ” เจ้าหน้าที่เอารถเข็นนอนมาอย่างเร็ว เข็นผ่าผู้คนมหาศาลเข้าไป พยาบาล 2 คนเข้ามาถามอาการ “เจ็บหน้าอกมากไหมคะ ให้คะแนน 1-10” ผมตอบว่า “ประมาณ 2 ครับ” พยาบาลตอบทันที “อย่างนั้นก็อย่าทำเหมือนเจ็บมากสิคะ” ผมตอบกลับไปว่า “หน้าอกเจ็บไม่มากครับ แต่ปวดหัวมาก” พยาบาลทั้งสองคนมองหน้ากัน ปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่งผมไปอีกจุดหนึ่ง 

จุดที่ 2 คำถามเดิม “เจ็บหน้าอกเยอะไหม?” ผมตอบ “ประมาณ 3 ครับ แต่ปวดหัวมาก”

เจ้าหน้าที่มองหน้ากัน แล้วหยิบเครื่องมือบางอย่างมาติดบริเวณหน้าอกด้านซ้าย

มีการถามกันไปมา “ดีดไหม?” “ดีดไหม?” แล้วจู่ๆ คนที่กำลังวัดก็บอกว่า

“ดีดๆ” “ดีดแล้ว” หลังจากนั้นทุกอย่างก็เร็วขึ้นทันที เจ้าหน้าที่เข้ามาทั้งซ้ายและขวา

ถอดเสื้อผม ถามหาญาติ “มาคนเดียวครับ” “โทรหาใครได้ไหม?” ผมหยิบโทรศัพท์โทรหาแม่ “แพ้ยาอะไรไหม?” ผมตอบตามจริง จากนั้นผมได้รับยา 2-3 อย่าง แล้วก็ได้ยินประโยคที่ทำให้ผมเริ่มรู้ว่า…เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว “หัวใจเต้นผิดปกติครับ เดี๋ยวคุณหมอจะเข้ามาดู แล้วฉีดสี” 

“หัวใจเต้นผิดปกติ หลอดเลือดตีบ” ผมถูกพาเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยเครื่องมือประหลาดๆ ห้อยลงมาจากเพดาน คุณหมอเดินเข้ามาคุย พูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจมาก

“หัวใจเต้นผิดปกติ หลอดเลือดตีบ เดี๋ยวฉีดสีดู ถ้าเจอก็จัดการเลย”

มาถึงตรงนี้…ผมงงมาก แต่แปลกที่ผม ไม่กลัวเลยเพราะคุณหมอดูมั่นใจมาก

คุณหมออธิบายอาการให้หมออีกคนฟัง “ปวดแล้วร้าวไปหลังหู ผมว่าเส้นนี้ชัวร์ คุณว่าไง?” ผมยังไม่ทันได้ยินคำตอบ คุณหมอก็บอกเลยว่า “ชัวร์ เส้นนี้” แล้วลงมือทันที 

ไม่ถึง 15 นาที ผมเริ่มรู้สึกว่าอาการปวดบริเวณหลังหู และท้ายทอยหายไป คุณหมอยังไม่หยุด “ผมว่ามันต้องมีอีกจุด อาจจะอยู่ตรงนี้” ผมบอกหมอว่า “ตอนนี้ผมหายปวดตรงท้ายทอยกับหลังหูแล้วครับ แต่ยังปวดบริเวณด้านข้างหูอยู่” 

หมอตอบว่า “ทำไปจุดหนึ่งแล้ว แต่มันต้องมีอีก มันค่อนข้างแอบ” คุณหมอพยายามหาอยู่นาน แล้วก็เจอ แต่เป็นจุดที่อยู่ตรงมุม อุปกรณ์เข้าไปทำไม่ได้ คุณหมอพยายามอยู่อีกพักใหญ่ ก่อนจะหยุด แล้วเดินมาคุยกับผม 

“หมอทำจุดแรกไปแล้วนะ จุดที่สองมันอยู่ตรงมุม เข้าไปทำไม่ถึง แต่ทำด้านนอกให้แล้ว เดี๋ยวลองกินยาสลายลิ่มเลือดดูนะ” ผมหันไปมองหน้าหมอ “ครับ คุณหมอ” คุณหมอกอดอก มองไปข้างหน้า แล้วพยักหน้า ผมคิดในใจว่า…โคตรเท่เลยหมอ หมอเพิ่งช่วยชีวิตผม แต่สีหน้าหมอเหมือนยังไม่พอใจกับผลงานตัวเอง เหมือนคนที่รู้ว่า…“ยังมีอีกจุดหนึ่งที่กูอยากจัดการให้ได้” 

ผมมองหมอแล้วคิดว่า หมอเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ สุดยอดฝีมือ มั่นใจ และทุ่มเท แถมยังสอบถาม พูดคุย และถ่ายทอดความรู้ให้กับคุณหมออีกคนไปตลอดการทำงาน หรือจริงๆ แล้ว…คุณหมออาจเป็นอาจารย์เจได ที่กำลังสอนและถ่ายทอดวิชาให้กับ พาดาวันของเขา 

วันนี้ผมยังอยู่ ขอบคุณคุณหมอทั้ง 2 ท่านขอบคุณพยาบาลทุกท่าน ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทุกคน ขอบคุณพี่พลเปลที่เข็นเตียงมาให้ผม และขอบคุณทุกๆ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยชีวิตเล็กๆ ของผมในครั้งนี้ รวมถึงพี่แท็กซี่คนนั้น และเจ้าหน้าที่ 1669 ที่รับโทรศัพท์ของผมในเช้าวันนั้น 

เมื่อคืนผมยัง นั่งดูข่าว การจากไปของ เร แม๊คโดแนลด์ แล้วคิดเพียงว่า #อายุเท่ากับกูเลย ผมไม่คิดเลยว่า…ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ผมจะเป็นคนที่ต้องนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล และกำลังได้รับการรักษาจากภาวะที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เหตุการณ์ครั้งนี้สอนผมอย่างหนึ่งว่า ชีวิตบางครั้งไม่ได้เตือนเราออกมาเสียงดัง มันอาจมาในรูปของอาการปวด แค่ ปวดคอ ปวดแขน ปวดหัว หรือเจ็บหน้าอกเพียงเล็กน้อย แล้วเราก็บอกตัวเองว่า “เดี๋ยวมันก็คงหาย” 

แต่บางครั้ง…มันอาจไม่ได้มีเวลาให้เรารอ โชคดีที่ครั้งนี้ผมไม่รอ โชคดี ที่มีเคส ของ พี่เร พึ่งเกิดไป โชคดี ที่ทำให้ผมไม่ลังเล ที่จะรีบมาโรงพยาบาล โชคดีที่ผมนึกถึง 1669 โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่รับสาย โชคดีที่มีพี่แท็กซี่คนนั้น โชคดีที่มีพยาบาลและเจ้าหน้าที่ทุกคน และโชคดีที่สุด…ที่มีคุณหมอ 2 ท่าน อยู่ตรงนั้น ( ทั้งอาจาร์ยเจได และ พาดาวัน ของเขา ขอพลัง…จงสถิตอยู่กับท่าน ) 

วันนี้ผมยังอยู่ และยังมีโอกาสได้เขียนเรื่องนี้ให้ทุกคนอ่าน เพราะฉะนั้น ถ้าคุณกำลังอ่านข้อความนี้ แล้วรู้สึกว่าร่างกายตัวเองมีอะไรผิดปกติ อย่าคิดว่าเป็นแค่เรื่องเล็ก

อย่าคิดว่าเดี๋ยวมันก็หาย และอย่ากลัวว่าจะดูเป็นคนคิดมาก เพราะบางครั้ง…บางครั้ง…การตัดสินใจขอความช่วยเหลือเพียงครั้งเดียว อาจเป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต จากห้อง CCU โรคหัวใจ โรงพยาบาลวชิระ 

จากนั้น นาย ศุภกร กุลวโรตตมมะ โพสต์อัปเดตอาการว่า สรุปอาการที่ผมเป็น และการรักษา (ตามที่ผมเข้าใจและฟังจากคุณหมอมา)

1. อาการที่ไปพบคุณหมอ

* ตื่นนอนมาแล้วมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง บริเวณ ท้ายทอย โดยอาการปวดร้าวไปบริเวณ หลังหูและด้านบนของหูข้างซ้าย

* มีอาการ เจ็บ/ปวดหน้าอกด้านซ้าย ร่วมด้วย

2. โรคที่ตรวจพบ

คุณหมอตรวจพบว่าเป็น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โดยพบการตีบ 1 เส้น และมี 2 จุดในหลอดเลือดเส้นเดียวกัน

3. การตรวจและการรักษาที่ได้รับ

การฉีดสีตรวจหลอดเลือดหัวใจ คุณหมอทำการ ฉีดสีเข้าไปในหลอดเลือดหัวใจเพื่อดูว่ามีจุดตีบหรือจุดที่มีปัญหาหรือไม่ถ้าพบจุดที่สามารถรักษาได้ คุณหมอจะดำเนินการรักษาในครั้งนั้นเลย ซึ่งจากที่ผมเข้าใจคือ พบจุดตีบจริง 

การสอดสายสวนเข้าไปทำการรักษา คุณหมอสอดสายสวนเข้าไปทาง บริเวณขาหนีบด้านขวา แล้วนำสายสวนเข้าไปยังหลอดเลือดหัวใจเพื่อทำการรักษาบริเวณที่ตีบในจุดแรก คุณหมอทำการรักษาบริเวณหลอดเลือดที่ตีบ ซึ่งจากที่ผมเข้าใจคือเป็นการ สลายหรือจัดการกับก้อนไขมัน/หินปูนที่อยู่บริเวณหลอดเลือดที่ตีบไม่ได้มีการใส่ขดลวด (Stent) 

หลังจากคุณหมอทำการรักษาจุดแรกแล้ว ผมรู้สึกว่า อาการปวดบริเวณท้ายทอยและหลังหูที่เป็นมาตลอดหายไป แต่ยังคงมีอาการปวดบริเวณ ด้านบนของหู อยู่ การพบจุดตีบอีกจุด คุณหมอบอกว่าน่าจะมีจุดที่มีปัญหาอีกจุดหนึ่ง จึงใช้เวลาค้นหาอยู่ระยะหนึ่ง และในที่สุดก็พบจุดดังกล่าว

จุดที่สองอยู่บริเวณ มุมโค้งของหลอดเลือด ทำให้เครื่องมือไม่สามารถเข้าไปทำการรักษาบริเวณนั้นได้โดยตรง

คุณหมอจึงสามารถทำการรักษาได้บริเวณ ด้านหน้าของจุดดังกล่าว และให้ยาเพื่อช่วยจัดการกับลิ่มเลือด/ป้องกันการเกิดลิ่มเลือด ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน จากนั้นจึงติดตามและดูอาการต่อไป 

4. ระหว่างการทำหัตถการระหว่างที่อยู่ในห้องทำหัตถการ คุณหมอใช้ ยาชา โดยผมยังมีสติตลอดเวลา สามารถได้ยินเสียงและพูดคุยกับคุณหมอได้ตลอดการทำหัตถการ

5. สรุปโดยรวมตามที่ผมเข้าใจ

ผมมี หลอดเลือดหัวใจตีบ 1 เส้น 2 จุด โดยจุดตีบทั้ง 2 จุดอยู่ในหลอดเลือดเส้นเดียวกัน 

คุณหมอทำการฉีดสีเพื่อดูตำแหน่งของหลอดเลือดที่มีปัญหา และทำการรักษาจุดแรกผ่านสายสวนที่สอดเข้าทางขาหนีบด้านขวา โดยไม่ได้ใส่ขดลวด (Stent) หลังจากรักษาจุดแรก อาการปวดบริเวณท้ายทอยและหลังหูลดลง/หายไป แต่ยังมีอาการปวดบริเวณด้านบนของหูอยู่ 

ต่อมาพบว่ามีจุดตีบอีกจุดหนึ่ง ซึ่งอยู่บริเวณมุมโค้งของหลอดเลือด ทำให้เครื่องมือไม่สามารถเข้าไปทำบริเวณนั้นได้โดยตรง จึงรักษาได้บริเวณด้านหน้าของจุดดังกล่าว และให้ยาต่อเนื่อง 3 วัน พร้อมติดตามอาการต่อไป 

หมายเหตุ: ข้อความนี้เป็นการสรุปตามความเข้าใจของผมจากสิ่งที่คุณหมออธิบายให้ฟัง ไม่ใช่รายงานทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ 

ที่ผมสรุปแบบนี้ จะได้เข้าใจง่ายขึ้น ถ้าคุณมีอาการ แบบผม ให้รีบไปโรงพยาบาล ก่อนเลย อย่าลังเล ทุกนาทีมีค่า โชคดี ที่ผมตัดสินใจเร็ว จากข่าวพี่เรด้วย และไม่รออะไรทั้งนั้น และได้เจอคุณหมอที่ดี ที่เก่ง จึงช่วยผมไว้ได้ แต่ถ้าช้าหรือ ผมตัดสินใจนอนต่อดูอาการ ผมคงไม่ได้มานั่งพิมพ์บอกพวกคุณแบบนี้แล้ว

จาก ห้อง CCU โรคหัวใจ โรงพยาบาลวชิระพยาบาล

ขอบคุณภาพ/ข้อมูล : เพจ “Yod Kodindy”

Advertisement

แชร์
นาทีชีวิต! อดีตผู้จัดคอนเสิร์ต เตือนภัยสัญญาณหลอดเลือดหัวใจตีบ