
วันที่ 20 ส.ค.2569 ที่สทนช. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แถลงข่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยลุ่มน้ำน่าน
นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่าน ขณะนี้น้ำส่วนบนเริ่มทรงตัว และลดลง และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปเตรียมกันในส่วนล่าง เพื่อให้กระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ย้ำว่ารัฐบาลเต็มที่ เพราะมีรัฐมนตรีหลายคนลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมไปถึงตนเองยังมีข้อสั่งการไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ให้ดำเนินการ ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยาให้ติดตามคาดการณ์ การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และสารสนเทศ ที่ใช้เครื่องมือดาวเทียมติดตาม ทั้งการพยากรณ์ว่าจะมีน้ำเท่าไหร่ในแต่ละพื้นที่ ให้แจ้งเตือนเพียงพอ กรมทรัพยากรธรณี ดูดินชุ่มน้ำ ที่เกิดดินโคลนถล่ม ขณะที่ กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้เร่งสำรวจประเมินเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ และให้ถอดบทเรียน ดูว่าน้ำสองฝั่งถนนต่างกันหรือไม่ ซึ่งหากต่างกันก็แสดงว่าถนนดังกล่าวกีดขวางทางน้ำ อาจจะมีการเพิ่มสะพาน หรือทางน้ำให้มากขึ้น ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มี 40,000 กว่าครัวเรือน ที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งการไฟฟ้าได้เร่งรัดในส่วนนี้แล้ว โดยผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ยืนยันว่าไม่เกินวันพรุ่งนี้ (21 ส.ค.) ทุกอย่างจะกลับมาในการจ่ายไฟให้ประชาชนได้ใช้ตามปกติ
ส่วนเรื่องการประชาสัมพันธ์ จะประสานกรมประชาสัมพันธ์ว่าในแต่ละจังหวัดต้องการอะไรบ้างเพื่อให้รัฐเข้าไปช่วยเหลือ โดยเฉพาะความสูญเสีย 2 ราย ทราบมาว่าเป็นกลุ่มเปราะบาง เป็นผู้ป่วยติดเตียง อาจทราบที่อยู่และสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ก็ต้องเร่งดำเนินการ โดยต้องย้ำไปยังท้องถิ่น ว่าหากมีอะไรให้เร่งสื่อสารไปยังประชาชน
นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า การแจ้งเตือนต้องได้ข้อมูลที่ชัดเจน เที่ยงตรง ต้องพยายามพยากรณ์ให้ได้ล่วงหน้า เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมตัวทัน เพื่อลดการสูญเสียให้มากที่สุด
ส่วนพื้นที่ที่น่ากังวลในช่วง 24 - 48 ชั่วโมงหลังจากนี้นั้นปริมาณน้ำฝนจะลดลง และน้ำจะไหลลงมาข้างล่าง แม้ว่าปริมาณน้ำฝนจะลดลงแล้ว แต่ก็ได้แจ้งทุกหน่วยให้ระมัดระวัง โดยเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ สามารถรับน้ำได้เพียงพอไม่ต้องห่วงในส่วนนั้น รับได้ 40% อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเผชิญทั้งปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้ง ซึ่งน้ำจะไหลจากด้านบนลงสู่ด้านล่าง และเป็นพื้นที่ราบลุ่ม จึงเน้นให้มีการสำรวจการทำพื้นที่รับน้ำมากขึ้น
นายทรงศักดิ์ ย้ำว่า หากเราสามารถทำโครงการแก้มลิงในที่ราบเอามวลน้ำส่วนเกินมาบริหารจัดการไว้ และปล่อยน้ำผ่านลุ่มน้ำตามปกติได้ ตนเองเชื่อว่าจะเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนที่สุดเป็นการแก้ทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งในเวลาเดียวกัน
ด้านนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำยม ดูทิศทางแล้วลดลง และคงไม่เกิดผลกระทบเพิ่ม ซึ่งขณะนี้ต้องติดตามในพื้นที่ส่วนล่าง อำเภอเวียงสา จ.น่าน เพราะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยในจังหวัดได้ติดตามลงเครื่องมือ และเพิ่มเครื่องสูบน้ำในจุดดังกล่าวแล้ว
เมื่อถามถึง Rain Bomb หรือระเบิดฝน ที่ตกในจังหวัดสุโขทัย จะมีการรับมือกับมวลน้ำอย่างไร นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ได้แจ้งไปยังทุกจังหวัดแล้ว ก็ต้องบริหารจัดการน้ำไม่ให้น้ำท่วมเมือง
ขณะที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ชี้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านในครั้งนี้ เป็นน้ำท่วมผ่าเมือง โดยแนะนำให้แก้ไขปัญหาโดยการสร้างคลองผันน้ำ นายทรงศักดิ์ ระบุว่า ตนเองติดตาม และฟังที่พูดอยู่ การทำมอเตอร์เวย์ทางน้ำ ซึ่งมองว่าเป็นแนวคิดที่ใกล้เคียงกัน แต่เราอาจจะทำโครงการแก้มลิง เพื่อเป็นบายพาสให้น้ำออก หากเราสามารถทำจุดตัดวงจรน้ำด้านบนได้ น้ำก็จะไม่ผ่านเมืองอยู่แล้ว โดยเราจะทำโครงการแก้มลิงเพื่อเก็บน้ำ และนำน้ำไปใช้ในด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้งต่อไป
Advertisement