
ที่จังหวัดอุทัยธานี กำลังเผชิญกับวิกฤตดอกมะลิขาดตลาดอย่างหนักในช่วงเทศกาลวันแม่ วันที่ 12 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 1,500 บาท โดยกลุ่มเกษตรกรต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากเนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวย ทำให้พลาดโอกาสทำกำไรในช่วงที่ราคาดีที่สุดในรอบปี ในขณะที่ผู้ประกอบการร้านดอกไม้สดจำใจต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและจำเป็นต้องปรับราคาขายหน้าร้านตามความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น
จากการลงพื้นที่สำรวจสวนมะลิของ นางสนอง สำราญ เกษตรกรปลูกสวนมะลิ วัย 66 ปี ในตำบลอุทัยเก่า อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี พบว่าบรรยากาศภายในสวนที่มีเนื้อที่กว่า 1 งาน และปลูกมะลิไว้กว่า 200 ต้น อยู่ในสภาพเงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด โดยมีดอกมะลิบานเพียงประปรายเท่านั้น นางสนองเปิดเผยว่า ปีนี้จังหวะไม่ดีเนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน จนเกิดการระบาดของโรคเชื้อราและหนอน ส่งผลให้ดอกมะลิออกดอกไม่ทันวันแม่
และได้รับความเสียหายจนไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ในช่วงรับวันแม่ เกษตรกรรายนี้เล่าด้วยความเสียดายว่า ปกติพื้นที่นี้เคยเก็บดอกมะลิส่งขายได้มากถึงวันละ 5-6 กิโลกรัม และอาจพุ่งสูงสุดถึง 7 กิโลกรัมต่อวัน แต่เนื่องจากตนเลือกปลูกแบบธรรมชาติโดยไม่มีการฉีดพ่นสารเคมี เมื่อเจอเชื้อราลงในช่วงฝนตกหลายวันติดต่อกันจึงไม่สามารถกู้สถานการณ์ได้ทัน ทำให้พลาดโอกาสในการทำกำไรในช่วงที่ราคาดอกมะลิพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 1,500 บาท ซึ่งหากเปรียบเทียบกับช่วงปกติที่มีราคาเพียงกิโลกรัมละ 250 บาท ถือว่าราคาปรับตัวสูงขึ้นหลายเท่าตัวอย่างมาก
ทางด้านบรรยากาศที่ร้านดอกไม้สดตลาดดอกไม้ในตลาดตลาดเอกชน เขตเทศบาลตำบลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี อย่าง นางสุพาณิชยา ปรากริม แม่ค้าดอกไม้สดรายใหญ่ ยอมรับว่าปีนี้ "ดอกมะลิในพื้นที่ไม่มีเลย" ทางร้านจึงต้องปรับตัวด้วยการสั่งดอกมะลิจากจังหวัดนครสวรรค์ซึ่งรับต่อมาจากตลาดปากคลองตลาด กรุงเทพมหานครเข้ามาจำหน่ายแทน เพื่อให้เพียงพอต่อออเดอร์ที่สั่งเข้ามาอย่างล้นมือ
โดยราคาต้นทุนที่รับมามีการไต่ระดับตั้งแต่มะลิกิโลกรัมละ 500,700} 1,300 บาท จนถึง 1,500 บาทในช่วงรับวันแม่ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 จากราคาปกติที่อยู่ประมาณ 300-500 บาทเท่านั้น จากราคาต้นทุนที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ราคาพวงมาลัยมะลิสดต้องปรับตัวสูงขึ้นกว่าเท่าตัวตามไปด้วย
โดยพวงมาลัยมือขนาดเล็กมีราคาพุ่งไปกว่าเท่าตัว เริ่มราคาตั้งแต่พวงละ 150 บาท ไปจนถึงราคาหลักพันบาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาดเล็กใหญ่ และความละเอียดสวยงามของการร้องพวงมาลัยวันแม่ อย่างไรก็ตาม แม้ราคาจะแพงขึ้นแต่ความต้องการของประชาชนยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
โดยมีลูกค้าแวะเวียนมาสั่งจองพวงมาลัยล่วงหน้าเพื่อเตรียมนำไปไหว้แม่มีทั้งนัดมารับแต่แต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป และเช้าวันพุทธที่ 12 สิงหาคม ( วันแม่ ) อย่างคึกคัก ซึ่งทางร้านต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการสั่งพวงมาลัยสำเร็จรูปเข้ามาเสริม เพื่อมาร้อยพวงมาลัยตามขนาดที่ต้องการให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลวันแม่นี้
Advertisement