Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เปิดตำนานพันปี "หัวนะโม" เมืองคอน หลังวัดพระมหาธาตุฯขึ้นมรดกโลก

เปิดตำนานพันปี "หัวนะโม" เมืองคอน หลังวัดพระมหาธาตุฯขึ้นมรดกโลก

31 ก.ค. 69
14:59 น.
แชร์

เปิดตำนานพันปี "หัวนะโม" เมืองคอน! รับกระแสฟีเวอร์ หลังวัดพระมหาธาตุฯ คว้าตำแหน่งมรดกโลกแห่งใหม่ นักประวัติศาสตร์เผยที่มาวัตถุมงคลขจัดเภทภัย 

วันที่ 31 ก.ค. 69 ภายหลังองค์การยูเนสโก้ประกาศรับรองขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลกแห่งที่ 9 ด้านวัฒนธรรมของประเทศ และแห่งแรกของภาคใต้ เมื่อวันที่ 25 ก.ค.69 ที่ผ่านมา จนสร้างความดีใจให้กับชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นอย่างมาก และมีการจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่นั้น 

กระทั่งล่าสุดเกิดกระแส “หัวนะโม” ฟีเวอร์ ภายหลังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั่วสารทิศแห่ไปเที่ยวชม วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และมีการนำหัวนะโม ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวนครศรีธรรมราชมาโปรยแจกให้กับบรรดานักท่องเที่ยวภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารอย่างคึกคักติดต่อกันหลายวัน จนทำให้เกิดกระแสความต้องการหาหัวนะโมอย่างคึกคัก เพื่อนำมาเก็บไว้เป็นศิริมงคลแก่ตัวเอง และครอบครัว จนเกิดปรากฏการณ์หัวนะโมฟีเวอร์อยู่ในขณะนี้ แม้การแจกหัวนะโมฟรีจะหยุดการแจกไปแล้วก็ตาม 

นพ.บัญชา พงษ์พานิช นักประวัติศาสตร์ชื่อดังเมืองนครคศรีธรรมราช เล่าประวัติความเป็นมาของการสร้าง “หัวนะโม” มีมานานกว่า 1 พันปีแล้ว มีการกล่าวกันว่า สมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชกษัตรย์ ผู้ทรงสถาปนา อาณาจักรนครศรีธรรมราชขึ้น เมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อน และทรงเป็นพระเชษฐาของพระเจ้าจันทรภานุ หรือ องค์ “จตุคามรามเทพ” พระองค์ทรงให้สร้าง “หัวนะโม” ไว้ด้วยพิธีกรรมอันสูงส่งของพราหมณ์ โดยอัญเชิญเทพเจ้าทั้งสามคือ พระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม มาสถิตในหัวนะโม เป็นอักขระแทนองค์เทพเจ้าทั้งสามโลก เพื่อเอาไปฝังหว่านรอบๆ เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อป้องกันโรคห่าระบาด (อหิวาตกโรค) ที่กำลังระบาดขณะนั้น ปรากฏว่าโรคห่าได้หายไปจากอาณาจักรนครศรีธรรมราชจนสิ้น ทำให้มีความเชื่อว่าเกิดจากความศักดิ์สิทธิ์ของหัวนะโมดังกล่าว ทำให้เป็นที่กล่าวขานกันมาโดยตลอด 

สำหรับประวัติความเป็นมาของ “หัวนะโม” ใน จ.นครศรีธรรมราช มีความเป็นมา 3 กระแสด้วยกันก็คือกระแสที่ 1 ที่ปรากฏอยู่ในตำนานเมืองนคร ที่มีการกล่าวถึงเวลาเมืองนครมีการประสบเภทภัยไม่ว่าจะเป็นโรคภัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศึกสงครามต่างๆ จะมีการตั้งพิธีและมีการกล่าวกันว่า เอาโลหะและนวโลหะมาผสมกัน และมีเบ้าที่จะตอกเพื่อจะเป็นรูปตราที่เรียกว่าเป็นตัว น.หนู แล้วนำไปหว่านโปรย เพื่อความเป็นศิริมงคล เพื่อให้บ้านเมืองปราศจากภัย ปลอดจากข้าศึกนี่คือกระแสที่1 

และกระแสที่ 2 ก็คือว่าในประเพณีสงกรานต์ของเมืองนครโบราณ ก็เลยเกิดเป็นประเพณีสร้างหัวนะโมแล้วนำไปโปรยหว่านไปในพื้นที่เพื่อให้คนมารับกัน ก็มีบรรยกาศแย่งชิงขุดหาหัวนะโมกันคล้ายกันเราเห็นทุกวันนี้ ซึ่ง 2 กระแสนี้เป็นเรื่องเชิงตำนานมาตั้งแต่ในอดีต 

แต่ในทางโบราณคดีเท่าที่ผมติดตามมาตำนานบอกว่าหลายร้อยปีหรือพันปีมาแล้ว ซึ่งจากการไปติดตามร่องรอยด้านโบราณคดีในหลายพื้นที่ อาทิ ที่ ต.จันดี อ.ฉวางนครศรีธรรมราชและที่เมืองไชยา จ.สุราษฎร์ธานี สมัยศรีวิชัย ก็มีการพบหัวนะโม มีทั้งหัวนะโมที่เป็นนวโลหะหรือที่เป็นทองคำด้วย 

โดยสรุป “หัวนะโม” ผู้คนสร้างมาอย่างน้อยพันกว่าปีมาแล้ว ตั่งแต่สมัยศรีวิชัยสืบมาจนถึงปัจจุบัน ปรากฏในรูปสัญญาลักษณ์หรือวัตถุมงคล เมื่อเข้ามาในเมืองก็พบบริเวณเสาไฟก็พบตัวอักษรคล้าน ล.ลิงกลับหลัง อันนั้นคืออักขระว่า “นะโม” 

ถามว่านะโมมาจากไหน อักขระตัวนี้มาจากตัว น.หนู จนกลายเป็นสัญลักษณ์อยู่ในหัวนะโม เพราะคำว่าแปลว่านอบน้อม แปลว่า อ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งการนอบน้อมก็ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความปลอดภัย การแคล้วคลาดและนำไปสู่ความเจริญด้วย จนมาถึงสมัยสร้างวัดพระธาตุวรมหาวิหารมาจนถึงปัจจุบันทำให้หัวนะโมอยู่คู่กับวัดพระมหาธาตุมายายนานทีเดียว จนทำให้เกิดกระแสหัวนะโมฟีเวอร์ในขณะนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องไม่แปลก 

ต่อมา นพ.บัญชา ได้พาไปนำชมประวัติการสร้าง “หัวนะโม” ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันที่ตึกอาคารบริเวณบ้านนาคร บวรรัตน์ ริมถนนราชดำเนิน อ.เมืองนครศรีธรรมราช และบริเวณด้านบนอาคารดังกล่าว ตนยังมีการสร้างหัวนะโมขนาดใหญ่ที่สุดในโลกผสมด้วยทองคำล้วนๆ ไว้ด้านบนอาคาร เพื่อเป็นสัญญลักษณ์ของเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่ผ่านมาเที่ยวชมได้ชื่อชมกับหัวนะโมขนาดใหญ่อย่างชัดเจนอีกด้วย 

ส่วนบรรยากาศที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนครศรีธรรมราช ยังคงมีนักท่องเที่ยวชาวพุทธจำนวนมาก เดินทางมากราบไหว้พระบรมธาตุเจดีย์ ที่เป็นมรดกโลกมาได้ไม่นาน เพื่อความสิริมงคล แม้พ้นผ่านกิจกรรมที่ทางจังหวัดขึ้นเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาสแล้วก็ตาม นอกจากนี้ยังร่วมเช่าบูชาหัวนะโม และวัตถุมงคลชนิดต่างๆของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นเครื่องรางของขลัง ยึดเหนี่ยวจิตใจต่อไป

Advertisement

แชร์
เปิดตำนานพันปี "หัวนะโม" เมืองคอน หลังวัดพระมหาธาตุฯขึ้นมรดกโลก