
วันที่ 23 ก.ค.2569 ความคืบหน้าหลังกระทรวงการคลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) รอบใหม่ปี 2569 ซึ่งมีผู้ผ่านเกณฑ์ 9.51 ล้านคน จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.82 ล้านคน และมีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์หรือถูกตัดสิทธิ์สูงถึงประมาณ 9.31 ล้านคน โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากเกณฑ์การครอบครองรถยนต์ที่มีสถิติสูงที่สุดถึง 1.45 ล้านคนนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ชาวบ้านทั้งตำบลโคกสูง อำเภอเมืองจังหวัดชัยภูมิ ว่ามีชาวบ้านนับ 100 ราย ในตำบลโคกสูง อำเภอเมืองชัยภูมิ กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังพบว่าชาวบ้านในตำบลโคกสูง ถูกบริษัทฯดังแห่งหนึ่งตั้งอยู่ ถ.สี่พระยา แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก จ.กรุงเทพฯ นำรายชื่อไปรับเงินค่าตอบแทนการส่งเสริมการตลาด ของแต่ละเดือนกว่าเดือนละหนึ่งแสน-สองแสนบาท(100,000 - 200,000 บาท) จนเป็นเหตุทำให้ชาวบ้าน ถูกตัดสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ปี 2569 เนื่องจากมีข้อมูลหลักฐานการหักลดหย่อนภาษีเงินได้ปรากฏในระบบการเสียภาษี ของกรมสรรพากรฯ จนทำให้ตกเกณฑ์ ทั้งที่จริงพวกชาวบ้านในตำบลโคกสูง ไม่เคยได้รับเงินเดือนค่าจ้างดังกล่าวเลยแม้แต่บาทเดียว ชาวบ้านมาทราบเรื่องเมื่อเดินทางทำเรื่องยื่นตรวจสอบสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ปี 2569 กับธนาคารกรุงไทย จึงทราบเรื่อง ว่ามีคนเอาชื่อและเลขบัตรประชาชนของพวกตน ไปยื่นรับเงินเดือนละ 100,000-200,000 บาท)จากบริษัทฯดังกล่าว จนทำให้พวกตนเนื่องจากมีข้อมูลหักลดหย่อนภาษีเงินได้ปรากฏในระบบการเสียภาษี จนทำให้พวกตนถูกตัดสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ปี 2569
ล่าสุดเมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปสอบถามสำนักงานสรรพากรอำเภอเมืองชัยภูมิ ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่ามีชาวบ้านกว่า 100 ราย ในตำบลโคกสูง อ.เมืองชัยภูมิ ถูกนำชื่อถูกบริษัทฯดังแห่งหนึ่งตั้งอยู่ ถ.สี่พระยา แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก จ.กรุงเทพฯ นำรายชื่อไปรับเงินค่าส่งเสริมการตลาด ของแต่ละเดือนกว่าเดือนละสองแสนบาท(200,000 บาท) จนเป็นเหตุทำให้ชาวบ้านนับ100 ราย ถูกตัดสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ปี 2569 เนื่องจากมีข้อมูลหลักฐานการหักลดหย่อนภาษีเงินได้ปรากฏในระบบการเสียภาษี ของกรมสรรพากรฯ
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่1 บ้านโคกสูง ต.โคกสูง องเมือง จ.ชัยภูมิ บ้านของนางเปี่ยม ศิริรวง อายุ 67 ปี
สอบถามคุณยายเปี่ยม ทราบว่าฯเคยได้สิทธิ์บัตรคนจนมาโดยตลอดหลายปี อาศัยอยู่ในบ้านพักเก่าๆเลี้ยงสามีที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก ไม่มีรายได้อย่างอื่น ต้องอาศัยเงินยังชีพจากเงินผู้สูงอายุ 2 ตายาย เดือนละ 1,200 บาท เท่านั้น สภาพบ้านของคุณยายเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง เก่าๆฝาบ้านทำด้วยสังกะสีเป็นรู สภาพการเป็นอยู่แล้นแค้น ไม่มีเตาแก๊สในการหุงอาหารเพราะไม่มีเงินไปซื้อแก๊ส ต้องหาตัดไม้ฟื้นมาหุงหาอาหาร
สอบถามยายเปี่ยม ทราบว่ารอบที่แล้วเคยได้เงินบัตรคนจนไว้ซื้อหาอาหารในการยังชีพ ยายเปี่ยม เคยได้สิทธิ์มาโดยตลอด เมื่อถามว่าทำไหมจึงถูกตัดสิทธิ์ ทราบว่าก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้วได้มีบริษัทฯไปแจ้งหักภาษีให้ลูกจ้าง ส่งเสริมการขาย ของคุณยายเปี่ยม เดือนมกราคม-เดือนธันวาคม 2568 197,663.33บาท ภาษี ณ ที่จ่ายจำนวน 5,929.90 บาท ซึ่งมีการจ่ายเงินทุกวันสิ้นเดือนของแต่ละเดือน ตั้งแต่ ต.ค.2568-ธ.ค.2568 และเมื่อปี 2569 มีการจดเสียภาษี รวมจำนวนเงิน 244,909.05 บาท ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจำนวน 7,347.28 บาท เดือนมกราคม2569-เดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งมีการจ่ายเงินทุกวันสิ้นเดือนของแต่ละเดือน
ฃเมื่อไปตรวจสอบสิทธิ์ที่ธนาคารฯจึงไม่ผ่านและเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ไปอุทรขอใช้สิทธิ์ที่สำนักงานสรรพากร อำเภอเมืองชัยภูมิ จึงทราบเรื่องดังกล่าว และเจ้าที่สรรพากรได้ให้ยายเปี่ยมพร้อมชาวบ้านอีก4-5คนได้ พากันเหมารถสามล้อเครื่องสกายแล๊ป คนละ100 บาท ไปแจ้งความที่สภ.เมืองชัยภูมิดังกล่าวและขณะนี้พบว่าได้มีเจ้าหน้าที่จากอำเภอเมือง มาเอาข้อมูลไปและขณะนี้ยังพบว่ายังไม่ได้รับบัตรคนแต่อย่างใด
“ตนรู้สึกเสียใจและตกใจมากเพราะเราไม่ได้มีฐานะร่ำรวยตามที่ระบบตรวจสอบพบและไม่เคยรู้จักกับบริษัทฯดังกล่าวและก็ไม่รับเงินรับทองจากบริษัทฯดังกล่าวเลยแม้แต่บาทเดียว เมื่อทราบเรื่องจึงพากันเหมาสามล้อเครื่องฯคนละ100บาท ไปตระเวนยื่นอุทธรณ์ เพราะกังวลว่าจะไม่ทันหรือไม่ได้สิทธิ์คืน หากเป็นไปได้ ก็อยากวอนขอให้ทางรัฐบาลช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง ทบทวนสิทธิ์สวัสดิการ ให้ด้วย” ยายเปี่ยม กล่าว
Advertisement