
กรุงเทพมหานครยกระดับมาตรการความปลอดภัยของสถานประกอบการ สถานบริการ และสถานประกอบการคล้ายสถานบริการทั่วกรุง ตามข้อสั่งการของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต บูรณาการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจเอกซเรย์อย่างเข้มงวด
ปฏิบัติการครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การประเมินความพร้อมด้านการป้องกันอัคคีภัย การรับมือเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการและการใช้อาคารให้ถูกต้อง ตามกฎหมายควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 หากพบสถานประกอบการใดมีข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย หรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ กทม. จะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด สั่งระงับการให้บริการเป็นการชั่วคราวทันที จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขตามข้อกฎหมายให้ถูกต้อง
ล่าสุด เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้สั่งปิดสถานประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมายใน 3 พื้นที่ ประกอบด้วย ย่านพระราม 1 เขตปทุมวัน สั่งหยุดดำเนินกิจการทันทีเป็นการชั่วคราว หลังพบแอบแฝงเปิดเป็นผับ จัดแสดงดนตรี แสง สี เสียง โดยไม่มีใบอนุญาต ไม่มีป้ายหนีไฟ และมีสิ่งกีดขวางทางออกฉุกเฉิน
ย่านจรัญสนิทวงศ์ เขตบางกอกน้อย ออกคำสั่งด่วนที่สุดให้หยุดประกอบกิจการทันทีเป็นการชั่วคราว หลังตรวจพบเปิดให้บริการเข้าข่ายจัดมหรสพ การแสดงดนตรี และคาราโอเกะ โดยไม่ได้ขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างถูกต้อง เสี่ยงกระทบสุขอนามัยและสวัสดิภาพประชาชน
และย่านเพชรบุรี เขตราชเทวี สั่งระงับการใช้สถานที่จัดแสดงดนตรี หลังผู้ประกอบลักลอบเปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เคยถูกตักเตือนและออกหนังสือแนะนำไปแล้ว โดยยื่นคำขาดให้หยุดดำเนินกิจการภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับคำสั่ง
สำหรับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนคำสั่งระงับกิจการของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จะมีบทลงโทษตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะถูกปรับเพิ่มอีกไม่เกินวันละ 25,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังคงฝ่าฝืนกฎหมาย
กทม. ยืนยันว่า มาตรการเชิงรุกนี้ไม่ใช่การกวดขันเพียงชั่วคราว แต่จะดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอในทุกมิติ เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน
Advertisement