
วันที่ 4 ก.ค. 69 บรรยากาศที่วัดนิคมคณาราม ตำบลแวง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด เต็มไปด้วยความโศกเศร้า เมื่อญาติโยม พระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนจากหลายพื้นที่ เดินทางมาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพ พระสุรศักดิ์ ปิ่นละออ อายุ 62 ปี พระนักเผยแผ่ธรรมและพระนักพัฒนา ซึ่งมรณภาพภายหลังเข้ารับการรักษา จากอุบัติเหตุระหว่างออกธุดงค์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 69 บนถนนสายมุกดาหาร–ดอนตาล ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า รถกระบะคันหนึ่งซึ่งมีผู้เยาว์อายุ 11 ปี เป็นผู้ขับขี่ พุ่งชนคณะพระธุดงค์ ส่งผลให้พระภิกษุได้รับบาดเจ็บหลายรูป และมีผู้มรณภาพในเวลาต่อมา ทั้งนี้ คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่
สำหรับพิธีบำเพ็ญกุศลศพ จัดขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 ก.ค. 69 ณ ศาลาการเปรียญ วัดนิคมคณาราม โดยมี พระครูสุวรรณโพธาภิบาล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอาลัย มีประชาชนร่วมถวายสักการะและส่งดวงวิญญาณเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดเช้าวันนี้ 4 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังศาลาการเปรียญ วัดนิคมคณาราม ตำบลแวง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด พบพระภิกษุสามเณร พระลูกวัด และชาวบ้าน ต่างช่วยกันจัดเตรียมสถานที่อย่างขะมักเขม้น ทั้งการจัดดอกไม้ โต๊ะหมู่บูชา เก้าอี้รับรองญาติโยม และความเรียบร้อยภายในศาลาการเปรียญ เพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพ พระสุรศักดิ์ ปิ่นละออ พระนักเผยแผ่ธรรมและพระนักพัฒนา ผู้มรณภาพจากอุบัติเหตุระหว่างออกธุดงค์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอาลัย เนื่องจากพระสุรศักดิ์เป็นที่เคารพรักของพระสงฆ์และชาวบ้าน จากการอุทิศตนช่วยเหลืองานก่อสร้างและพัฒนาวัดมาโดยตลอด
ซึ่งในเวลา 15.00 น. มีพิธีบำเพ็ญกุศลศพ ณ ศาลาการเปรียญ วัดนิคมคณาราม โดยมี พระครูสุวรรณโพธาภิบาล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ท่ามกลางญาติโยมและพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาร่วมถวายความอาลัยและร่วมส่งดวงวิญญาณเป็นจำนวนมาก
ด้าน พระครูนิคมคณานุกูล (คำสอน กิตฺติญาโณ) เจ้าอาวาสวัดนิคมคณาราม และเจ้าคณะตำบลแวง เปิดเผยว่า พระสุรศักดิ์เป็นพระนักพัฒนาที่มีความเสียสละอย่างยิ่ง ก่อนอุปสมบทประกอบอาชีพช่างเหล็ก เมื่อบวชแล้วได้นำความรู้ด้านงานช่างมาช่วยสร้างและบูรณะเสนาสนะของวัดหลายแห่ง ทั้งหอระฆัง ศาลาบำเพ็ญกุศล และอาคารต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาจำพรรษากว่า 4 พรรษา ไม่ว่าใครจะขอความช่วยเหลือ ท่านไม่เคยปฏิเสธ พร้อมเดินทางไปช่วยทุกครั้งด้วยความเต็มใจ
เจ้าอาวาส เปิดเผยอีกว่า ก่อนออกเดินทางไปร่วมธุดงค์กับคณะพระภิกษุจากจังหวัดอุบลราชธานี พระสุรศักดิ์ได้เข้ามากราบลา โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นการพบกันครั้งสุดท้าย การจากไปของท่านถือเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของคณะสงฆ์ เพราะนอกจากจะเป็นพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบแล้ว ยังเป็นผู้ใช้ความรู้ความสามารถสร้างประโยชน์ให้พระพุทธศาสนาและสังคมมาโดยตลอด
ญาติจึงนำสรีระของพระสุรศักดิ์กลับมาบำเพ็ญกุศลที่วัดนิคมคณาราม ซึ่งเป็นวัดที่เคยจำพรรษาและเป็นบ้านเกิด เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจแก่สังคม และเป็นอุทาหรณ์สำคัญถึงการกำกับดูแลผู้เยาว์ ไม่ปล่อยให้ผู้ที่ยังไม่มีสิทธิหรือความพร้อมขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่ไม่อาจย้อนคืนได้
Advertisement