
วันที่ 1 ก.ค.2569 เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องทุกข์และขอความช่วยเหลือจากพระอธิการ สมนึก อติปัญโญ เจ้าอาวาสวัดขุนสมุทราวาส (วัดขุนสมุทรจีน) ซึ่งเป็นวัดกลางทะเลแห่งเดียวใน จ.สมุทรปราการ ว่าทางวัดเดือดร้อนอย่างหนัก ถูกพายุฝนและคลื่นในทะเลพัดถล่มวัดจนได้รับความเสียหาย ลานทางเดินเท้าพังถล่มลงทะเล ฐานพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรองค์ใหญ่ชำรุดเสียหายหลายจุดและทางเดินเท้ารอบพระพุทธรูปพังทั้งหมดชาวบ้านต้องหาไม้กระดานมาปูเป็นทางเดินเท้าชั่วคราวหวั่นพังลงทะเลเสียหายทั้งหมด
ทางผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดขุนสมุทรทราวาส (วัดขุนสมุทรจีน) บริเวณด้านข้างพระอุโบสถเก่า ซึ่งเป็นลานทางเดินให้พระภิกษุและประชาชนได้เดินเยี่ยมชมทะเลและกราบไหว้พระพุทธรูปปางห้ามสมุทรองค์ใหญ่ เกิดพังถล่มเป็นวงกว้างขนาด 8X4 เมตร แผ่นปูนและคานปูนหักพับกองรวมกัน บริเวณฐานพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรองค์ใหญ่ มีรอยแตกร้าวจนเห็นเหล็กเส้นด้านใน พื้นปูนที่ปูกระเบื้องเริ่มมีรอยแตกร้าวเกือบทั่วทั้งหมด ราวปูนกันตกแตกหักหลุดหลายจุดจนเหล็กด้านในโผล่ ทางเดินเท้าด้านหน้าฐานพระพุทธรูปหักพังถล่มลงไปในทะเล ชาวบ้านและพระภิกษุต้องช่วยกันนำไม้มาปูพาดเพื่อให้สามารถเดินผ่านไปมาได้ ทั้งที่ทำเขื่อนเสาไฟฟ้าและเขื่อนหินยังไม่สามารถด้านทานคลื่นพายุในทะเลได้
ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พระอธิการ สมนึก อติปัญโญ เจ้าอาวาสวัดขุนสมุทราวาส (วัดขุนสมุทรจีน) ทราบว่าเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการได้มีพายุฝนและลมพัดถล่มบ่อยครั้ง โดยทางวัดขุนสมุทรทราวาส(วัดขุนสมุทรจีน)ซึ่งเป็นวัดกลางทะเลแห่งเดียวใน จ.สมุทรปราการ เป็นสถานที่แรกๆ ที่ถูกพายุฝนและลมพัดถล่มอีกทั้งคลื่นในทะเลยังก่อตัวขึ้นสูงมากระแทกบริเวณหน้าวัดทำให้พื้นที่ต่างๆภายในวัดได้รับความเสียหาย อีกทั้งสิ่งก่อสร้างต่างๆภายในวัดถูกไอน้ำเค็มจากทะเลพัดมาตามสายลมเข้าปะทะจนทำให้เหล็กภายในเกิดการระเบิดขึ้นสนิมพังเสียหายหลายอย่าง อยากจะวอนหน่วยงานหรืออุบาสถอุบาสิกาเข้ามาช่วยบูรณปฏิสังขรณ์ ภายในวัดที่ชำรุดทรุดโทรมให้กลับมามีสภาพดีดังเดิม ซึ่งในช่วงนี้ทางวัดเดือดร้อนอย่างหนักเกรงว่าหากปล่อยไว้นานวัดทั้งพื้นที่อาจถูกคลื่นในทะเลพัดถล่มจนหายไปทั้งหมด
Advertisement