
วันที่ 25 มิ.ย. 69 จากกรณี ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำหมายศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ทลายแหล่งกบดานลักลอบแก้ไขกระดาษคำตอบสอบพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 พบเป็นขบวนการใหญ่โกงข้อสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งพบหลักฐานมีการเรียกรับเงิน เพื่อแก้ข้อสอบ 3.5 แสน สำหรับตำแหน่งทั่วไป และที่แข่งขันสูง 7-8 แสนบาท มูลค่าความเสียหายสูงถึง 4,500 ล้านบาท จนนำมาสู่การโยกย้ายนาย ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ต่อมาในโลกออนไลน์ ได้มีการกล่าวถึง และพาดพิงกรณี น.ส.ณมล (สงวนนามสกุล) ได้รับการบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง นักวิชาการตรวจสอบภายใน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเขม้า เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 69 ว่า อาจมีรายชื่อส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นนั้น
จากกรณีดังกล่าว นายรัญ ซึ่งเป็นพ่อของ น.ส.ณมล เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ภายหลังจากที่ตนเองเห็นรูปของลูกสาวผ่านสื่อว่า เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตข้อสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้น ยอมรับว่ารู้สึกตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังรู้สึกสงสัยว่าชื่อ และรูปของลูกสาวเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องราวแบบนี้ได้อย่างไร เนื่องจากว่า การสอบได้บรรจุราชการของลูกสาวในครั้งนี้ ลูกสาวสอบได้ด้วยตัวเอง เขาใช้ความสามารถของเขาอย่างเต็มที่ และตนเองก็ไม่เคยเสียเงินให้กับกระบวนการทุจริตในการฝากให้ลูกสาวบรรจุข้าราชการแม้แต่บาทเดียว
ที่ผ่านมายอมรับว่า มี สส.คนหนึ่ง เคยโทรศัพท์มาหาตนเอง บอกว่า เขามีเส้นสายที่จะสามารถฝากลูกสาวให้เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ แต่เขาไม่ได้บอกว่าจะต้องจ่ายเงินเท่าไร ตอนนั้นตนเองก็ได้ตอบปฏิเสธไป เนื่องจากมั่นใจในความสามารถของลูกสาว การสอบเข้าบรรจุราชการส่วนท้องถิ่นของลูกสาวในครั้งนี้นั้น ตนเองจ่ายเงินค่าคอร์สติวหนังสือเพียง 14,000 บาทเท่านั้น เพื่อให้ลูกสาวได้ไปเรียน และได้เอาหนังสือมาอ่าน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ลูกสาวทุ่มเทกับการเรียนผ่านคอร์สติว และอ่านหนังสืออย่างหนักมาโดยตลอด ประกอบกับตัวของลูกสาวเองเขาก็เป็นคนสมองดี เรียนเก่ง โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษที่ลูกสาวมีผลการเรียนที่ดี
ตอนนี้สภาพจิตใจของลูกสาว และครอบครัวอยู่ในขั้นที่ย่ำแย่มาก โดยเฉพาะลูกสาวไม่พร้อมที่จะคุยกับใครทั้งสิ้น เพราะไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายแบบนี้ขึ้นกับชีวิตของลูกสาว และพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ เพราะบริสุทธิ์ใจ
Advertisement