
จากกรณีเพจข่าวสุรินทร์ เมืองช้าง โพสต์ข้อความ ข่าวใหญ่สะเทือนวงการโบราณคดีสุรินทร์! ล่าสุดมีการเปิดเผยหลักฐานสำคัญ คาดเป็นซากโบราณสถานศิลปะขอมอายุกว่าพันปีกลางทุ่งนา บ้านหนองแท่น อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์
ชาวบ้านเรียกกันว่า #ปราสาทหนองแท่น พร้อมรูปภาพซากโบราณสถาน และข้อความใต้เม้นต์ว่า แต่เรื่องที่ทำให้หลายคนตกใจคือ พื้นที่ดังกล่าวถูกไถปรับสภาพเพื่อทำการเกษตรไปแล้วตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าอาจเป็นการสูญเสียร่องรอยมรดกทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง นี่คือปราสาทขอมโบราณที่ถูกไถทิ้งจริงหรือไม่? ยังมีหลักฐานหลงเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด?หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าตรวจสอบอย่างไร? ติดตามความคืบหน้าประเด็นร้อน Cr:ปราสาทหินถิ่นไทย
ล่าสุดวันที่ 22 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามกรณีดังกล่าว พร้อมกับนายรณภพ บุตรสยาตรัส พระอธิการวิฑูรย์ วรธรรมโม เจ้าอาวาสวัดบ้านหนองบัวโล๊ะ พร้อมด้วยนายสุพรรณ มีแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหนองบัวโล๊ะ และนางรัศมี มีแก้ว รองประธานสภา อบต.หนองบัว ชาวบ้าน ได้เดินทางเข้าพื้นที่ดังกล่าวเพื่อติดตาม และรับทราบข้อมูลในเบื้องต้น ก่อนที่จะนำเสนอต่อตัวงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
โดยบริเวณที่พบซากปราสาทหินโบราณดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านในละแวกนั้นเรียกว่าปราสาทหนองแท่น โดยใช้ชื่อบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นหนองน้ำสมัยโบราณเรียกเป็นชื่อ โดยจุดที่พบนั้นอยู่ทางทิศตะวันออกท้ายหมูบ้านหนองบัวโล๊ะ ตำบลหนองบัว อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ประมาณ 500 เมตร และมีต้นตาลล้อมรอบด้านทิศตะวันออกปราสาทหนองแท่น
จุดบริเวณที่พบเป็นแปลงนาของชาวบ้าน ปัจจุบันมีการปรับสภาพพื้นที่ ทำการเพาะปลูกข้าวแล้ว โดยที่คันนาพบก้อนหินศิลาแลง น่าจะเป็นหินวางรอบกำแพงหรือหินก่อตัวปราสาท จำนวนหลายก้อน พร้อมแผ่นศิลาแลง ลักษณะเป็นแท่นสี่เหลี่ยม มีหลุมจุดตรงกลาง คล้ายแผ่นศิลาแลงที่เป็นที่ตั้งแท่นหินศักดิ์สิทธิ์ เพื่อบูชา หรือที่วางศิวลึง ยุคศาสนาพรหมณ์ ในสมัยโบราณ ถูกดันมาวางไว้จำนวนหลายชิ้น ไม่มีลักษณะเป็นการถูกทำลาย ซึ่งใกล้ที่หินโบราณที่นำมาไว้จะเห็นว่ามีร่องน้ำเก่าแก่อยู่ด้วย
พระอธิการวิทูรย์ วรธรรมโม เจ้าอาวาส วัดบ้านหนองบัวโล๊ะ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้าไปดูพื้นที่ที่พบ และเป็นข่าวเผยแพร่ออกทางโซเชียล บอกว่า มีโยมมาหาและก็เลยให้พามาดูที่ศิลาแลง จะมีหินทรายด้วย จะมีแท่นลงเหลืออยู่ พอเข้ามาก็เห็นเจ้าของนาก็ได้ปรับแต่งพื้นที่เพื่อจะทำนา ก็ได้นำศิลาแลงมาวางไว้ในคูดินข้างๆ เขาว่ามาจากชัยภูมิ ทำงานเกี่ยวกับสำรวจข้อมูลปราสาทเก่า ชอบศึกษาแล้วก็ไปสำรวจปราสาทเก่าๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ภาคอีสานทั้งหมด สำรวจเสร็จแล้วเขาจะไปแจ้ง ก็ไม่รู้ว่ารู้ได้ยังไง เพราะว่าจับ GPS ดู จับจุดดูก็จะขึ้นปักหมุดเห็นตรงนี้ ก็เลยได้พามาดูตรงนี้ครับ
นางรัศมี มีแก้ว รองประธานสภา อบต.หนองบัว บอกว่า ที่ดินที่พบมีเจ้าของ โดยเขาซื้อมานานแล้วประมาณ 12 ปีได้ เป็นชาวบ้านคนละหมู่บ้าน อยู่ที่บ้านโพธิ์ทอง ซึ่งอยู่ติดกันกับบ้านหนองบัวโล๊ะ เป็นที่มีโฉนด ที่ผ่านเราอยู่ในหมู่บ้านเราก็ไม่รู้ว่าเขามาทำอะไร เราก็ไม่รู้ เห็นต้นไม้เยอะคิดว่าเขามาขุดต้นไม้อะไรประมาณนี้ ก็เลยไม่ได้สังเกตว่าเขามาทำอะไร และที่สำคัญ เป็นพื้นที่ของเขาคิดว่าเขาเอาต้นตาลหรือต้นไม้ใหญ่ๆ ออกหรือเปล่า ไม่รู้ว่าจะมีวัตถุโบราณ อันนี้ก็แค่ปรับพื้นที่แค่นั้น ไม่ได้ขุดลงไปข้างล่าง ปรับเจอเขาก็ดันมาไว้ข้างๆไม่ได้ทำลาย เป็นเพียงดันมาวางไว้
ปกติชาวบ้านไม่เคยมาทำพิธีอะไรบูชาที่จุดดังกล่าว จะรู้แต่ว่าคนเฒ่าคนแก่เราว่าตรงนี้มันแรง หรือประมาณนี้ เด็กๆ เราก็ไม่ค่อยกล้าเข้ามา ก็เลยไม่รู้ว่า มันมีอะไรที่แบบความที่เด็กกลัวไม่ค่อยได้มาดูอะไร ไม่กล้ามา เพราะว่ามันขลังก็เลยไม่กล้ามา จึงไม่มีการมาเซ่นไหว้ในแต่ละปี ที่สำคัญเป็นที่ส่วนตัวของเจ้าที่ด้วย
ด้านนายรณภพ บุตรสยาตรัส นายอำเภอศีขรภูมิ กล่าวว่า เบื้องต้นตอนนี้ยังคาดเดาไม่ได้ว่าเป็นสถานที่ใช้ทำพิธีกรรมอะไร คงต้องทำหนังสือแจ้งให้กับผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ลงมาตรวจสอบดูละเอียดอีกครั้ง วันนี้ลงมาสำรวจดูแล้วจะได้รายงานทางจังหวัดให้ทราบ และไม่น่าจะมีการขึ้นการทะเบียนอะไร
Advertisement